อดีต ส.ว.ประสาร ออกบทวิเคราะห์การเมืองระยะใกล้ หลังกลุ่ม 'ธรรมนัสสารพัดนึก' กุมอำนาจพปชร.


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

18 มิ.ย.64 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเผยแพร่ความเห็นเรื่อง "วิเคราะห์การเมืองระยะใกล้" ผ่าน www.thaipost.net โดยมีรายละเอียดดังนี้

บันทึกนี้ ไม่ได้ชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่เห็นว่าการเมืองระยะใกล้จะเดินเรื่องในฉากให้เห็นกันอย่างนี้

วันนี้ที่ขอนแก่น พรรค พปชร.เปลี่ยนกลุ่มกุมอำนาจใหม่ จากแรกเริ่มที่กลุ่ม”สี่กุมาร”เป็นกลุ่ม“สามมิตร” ครั้งนี้ผ่องถ่ายมาเป็นกลุ่ม ”ธรรมนัสสารพัดนึก”กุมอำนาจแล้ว

รัฐบาลกำลังเผชิญศึกหนัก 3 ด้าน

1.การจัดหาวัคซีนโควิดให้ได้เร็ว เพียงพอ และกระจายการฉีดให้เร็ว ทั่วถึงและเป็น ธรรม

2.การทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงิน การเปิดรับนักท่องเที่ยวการเปิดประเทศใน 120 วัน การคืนวิถีชีวิตหาอยู่หากินของชาวบ้านให้กลับคืนเป็นปกติโดยเร็ว

3.แก้ปัญหาวิกฤตศรัทธาจากการกดดันของกลุ่มการเมืองถึงขั้นให้นายกลาออกด้วยเหตุของปัญหาสะสม เช่นเรื่อง การจัดการวัคซีน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องรัฐมนตรีสีเทา

ขอแสดงความเห็นว่า

1.พลเอกประยุทธ์ จะไม่ลาออกเขาเชื่อว่า 7 ปีที่ผ่าน ได้สร้างผลงานเชิงประจักษ์ เช่นวางระบบเครือข่ายคมนาคมขนส่งไว้มากมาย การจัดการโควิดได้ดีในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทำให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลควรทำหน้าที่ต่อไป โดยแน่ใจว่าประชาชนส่วนข้างมากยังสนับสนุนอยู่

ข้อเสนอของบางกลุ่มการเมืองให้นายกลาออกเพื่อให้รัฐสภาหันไปใช้ รธน.มาตรา 272 วรรค 2 เปิดทางให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่เป็นจริง เพราะสส.และ สว.จะไม่ "ตีงูให้กากิน”ยกเว้นนายกฯนอกบัญชีคนนั้นจะถูกทำให้นายกและวุฒิสภายอมรับที่จะเปิดไฟเขียวให้ผ่าน แต่ก็เป็นไปได้ยากมาก

2.การแก้ไข รธน.เดินหน้าต่อไปในแบบแก้ไขรายมาตรา เกมตั้งสสร.เพื่อแก้ไขทั้งฉบับจบไปแล้วฝ่ายการเมืองเลือกแก้ไขเฉพาะประเด็นการเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคของตนชนะการเลือกตั้งในคราวต่อไป เช่นเรื่องจำนวนบัตร เรื่องจำนวน สส.เขตกับบัญชีรายชื่อเรื่องเขตเลือกตั้ง

ไม่มีพรรคการเมืองไหนจะไยดีกับผลประโยชน์ของคนส่วนข้างมากที่เสียเปรียบ ไม่มีใครใส่ใจปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทุนเสรีผูกขาดที่สะสมโภคทรัพย์เช่นที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานอย่างไร้ขีดจำกัด และกลืนกินธุรกิจรายย่อยจนป่นปี้ไปทั่วประเทศ ฝ่ายการเมืองไม่สนใจว่าคนยากคนจนจะถูกทุนและภาคราชการเบียดขับจากพื้นที่ทำกินดั้งเดิมของตนเอง รวมถึงไม่ห่วงว่าคนเสียเปรียบจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่

พรรค พปชร.กับเพื่อไทย สมประโยชน์กันที่จะแก้ไขเรื่องใช้บัตรลงคะแนน 2 ใบ เป็นหัวใจของการแก้ไข รธน. ส่วนเรื่องอื่นเก็บไว้ก่อน

การแก้ไข รธน.จึงเป็นไปเพื่อ“ให้ได้เสียงจำนวนมากมากองไว้ก่อน ส่วนความถูกต้องเป็นธรรมเอาไว้ทีหลัง”

ส่วนการแก้ไขประเด็นที่จะปิดสวิตช์ สว.จะไม่เป็นจริง เสียง สว.จะไม่ยอมดับเครื่องตัวเอง และอีกเพียง 2 ปีกว่าบทเฉพาะกาลเรื่องนี้ใน รธน.ก็จะต้องยกเลิกไปอยู่แล้ว   และการแก้ไข รธน.กว่าจะครบ 3  วาระ และยังต้องแก้ไข พรบ.ประกอบ รธน.อีกหลายฉบับให้สมคล้อยไปกับ รธน. ต้องใช้เวลาอีกยาว กว่าจะครบถ้วนเพื่อพร้อมรับการเลือกตั้งใหม่ จะเป็นเดือนมีนาคม 2565

3.การฟื้นฟูชีวิตทางเศรษฐกิจของประชาชน จะโยงใยกับการคลี่คลายปัญหาโควิดที่จะคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้หรือไม่ จะเกิดหรือไม่เกิดการระบาดระลอก 4 ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจแน่นอน

4.การชุมนุมของกลุ่มการเมือง“ไม่เอาประยุทธ์” รวมทั้งการชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24 มิย.นี้ จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนไม่มาก เป็นการสะสมพลังกดดันได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่มีผลอย่างมีนัยต่อสถานะของรัฐบาล

พรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมนอกจากแตกเป็นหลายเสี่ยงแล้วยังจะย้ายข้างไปอยู่ฝั่งรัฐบาลอีกหลายคน ถ้ายุบสภา สส.ย้ายพรรคได้ใน 60 วัน ตอนนั้นจะเห็นสส.ไหลออกไหลเข้ากันจ้าละหวั่น พรรคฝ่ายค้านจึงอ่อนแอ ก้าวพลาดหลายหน แพ้เลือกตั้งซ่อมและเลือกตั้งท้องถิ่นตลอดมา จึงไม่มีลำหักลำโค่นที่จะบั่นทอนรัฐบาลได้จริง

5.พรรค พปชร.เปลี่ยน กก.บห.ชุดใหม่วันนี้ คือการเดินเครื่องเต็มลูกสูบ คนพร้อม กระสุนดินดำเต็มรังเพลิง พร้อมการจัดการที่ฉกาจกว่าเดิม  จะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หรือจะอยู่จนครบเทอม ก็พร้อมสรรพ

6.พร้อมๆกันไปกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เกิดผลฉับพลันพลเอกประยุทธ์ ออกแรงสุดฤทธิ์เพื่อกระจายการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย แต่เนื่องจากวัคซีนยังเป็นตลาดของผู้ผลิตผู้ขาย ไม่ใช่ตลาดของผู้ซื้อ ทำให้วัคซีนไม่มาตามนัด ถ้าแก้ปัญหาวัคซีนไม่สำเร็จ รัฐบาลเดือดร้อนแน่

7.หลังร่าง รธน.และ พรบ.ประกอบ รธน.เสร็จ ถ้าจำเป็นต้องเลือก ระหว่างการลาออก กับ การยุบสภา นายกจะเลือกการยุบสภามากกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแปรทางการเมืองอีกหลายปัจจัย แต่ตอนนี้นายกยังจะเป็นคนนี้    จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนอย่างไรก็อยู่ที่”หน้างาน”ในตอนนั้น


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"