กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ


เพิ่มเพื่อน    

ไม่ทราบว่านายกสมาคมวอลเลย์บอลไปเรียนให้ท่านนายกฯ ทราบหรือเปล่า

            ว่า "ทีมวอลเลย์บอลหญิง" ไทยเรา.....

             จะเดินทางกลับวัน-เวลาไหน นายกฯ ท่านอาจอยากไปรับถึงสนามบินด้วยตัวเองก็ได้นะ!

            วอลเลย์บอล "เนชันส์ลีก" 2020 ที่เมืองริมินี อิตาลี ยังไม่จบ แต่หน้าที่ "เพื่อชาติ" ในสถานการณ์ฉุกเฉินของ ๖  เซียนในตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทย

            "จบแล้ว"!

            จบสวยงาม โดย ๖ เซียนหญิง ไม่เพียงโชว์แท็กติกทีมให้โลกจำ การเล่นสไตล์มดยิ้มเขยื้อนภูเขา ยังสร้างสุขในรอยยิ้มให้แฟนลูกยางทั่วโลกได้เห็น

            สปิริต "สดใส-ร่าเริง" ทีมไทยนั้น ง้างใจชาวโลกให้รักเธอ

            สะท้อนผล สังคมโลก "รักประเทศไทย" ผ่านตัวพวกเธอด้วย

            ต้องยุให้ ททท. "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ออกแสตมป์ ๖ เซียนในตำนานซักชุด

            ไม่ใช่เพื่อโปรโมตท่องเที่ยว นั่น ททท. "เต็มที่" อยู่แล้ว แต่โปรโมต "ยิ้มไทย ใจโลกยิ้ม"

            "ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย" ที่ลงแข่งเนชันส์ลีกครั้งนี้ ได้รับเสียงชื่นชมด้วยรักและเอ็นดูจากแฟนทั่วโลกมาก

            ๖ เซียน ทำให้ทีมไทยเป็น "ผู้แพ้ที่ยิ่งใหญ่" และโลกจำ

             มนุษยชาติบรรลุ "ปรัชญากีฬา" ก็จากพวกเธอในเนชันส์ลีกนี่แหละ

            "แพ้-ชนะ" แค่สีสัน

            เล่นให้สนุก เล่นให้เต็มที่ เล่นให้มีสปิริต ผองโลกเพื่อนกัน สามัคคีนั้น คือเป้าหมาย

            พวกเธอกะเทาะเปลือกให้เห็นถึง "แก่นแท้กีฬา" ผ่านเสียงกล่าวขานของแฟนๆ ทั่วโลก

            ในโลกนี้ มีซักที่คน-กี่ทีมกัน

            แข่งจบ "แพ้ ๑๓ นัด ชนะแค่ ๒" แต่คนดูกลับเกรียวกราวกล่าวขาน ชื่นชม-ยกย่อง ให้กำลังใจ "ฝ่ายแพ้"!?
            เพิ่งเห็น ๖ "เซียนอาสาศึก" นี่แหละ เล่นแพ้..แต่ชนะใจคนดู เกียรติคุณ "ประเทศไทย" อารยะจิตใจ-รอยยิ้่มสปิริต พวกเธอทำให้ประจักษ์

            การที่ ๖ เซียนขึ้นคานแล้วต้องเข็นลงมาทำศึก โดยไม่ได้ซ้อม ซ้ำสภาพร่างกายเหมือนถูกซ้อม แต่ยังตบให้แต่ละทีมโลก "รู้รสฝีมือแม่"

            พวกเธอ "เล่นเป็นทีม" โดยไม่ซักซ้อมกันได้อย่างไร?

            คำตอบง่ายนิดเดียว

            พลันลงสนาม-มือแตะบอล องค์พวกเธอ "สลับร่าง" เข้าสิงซึ่งกันและกัน ได้ทันที!

            ๓-๔ วันก่อน ได้ยินนายกฯ "สรรเสริญคุณ" ๖ เซียนสาว ผมปรี๊ดปลื้มท่านนายกฯ

            ปลื้มตรงท่านเห็นคุณค่าใจ "เพื่อชาติ" ของ ๖ เซียนสาวซึ่งพร้อมทุกเมื่อ เมื่อ "ชาติต้องการ" ให้ไปทำศึกแทนน้องๆ ที่ป่วยโควิดกะทันหัน

            ไม่เกี่ยงงอน ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งที่ "ศักดิ์ศรีและค่าตัว" พวกเธอ ระดับโลก!

            ค่าของ "คนเพื่อชาติ" เหลือล้น เกินกว่าจะใช้คำว่า "แพ้-ชนะ" ไปประเมินในทางตอบสนองใดๆ

            "ชนะ" ได้รับการต้อนรับ นั่นแค่ฮีโร่ในเกมหนึ่ง

            แต่ "แพ้" กลับได้รับการต้อนรับ นั่นคือ "วีรสตรี-วีรบุรุษ" ในหัวใจคน

            "วีรกรรม ๖ เซียน" ในสนามรบ........

            วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, มลิกา กันทอง, อรอุมา สิทธิรักษ์, อำพร หญ้าผา, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และ นุศรา ต้อมคำ

            คู่ควรคำว่า "๖ เซียนวีรสตรี" บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลหญิงไทย!

            เมื่อคืน (๒๐ มิ.ย.๖๔) กับอิตาลี เห็นจะเป็น "นัดทรงจำสุดท้าย" สำหรับ ๖ เซียน ที่จะได้ลงสนามพร้อมหน้าเช่นนี้อีก

            ก็ "ขอบคุณ" นะ

            ที่เลือดในร่างพวกเธอ "พร้อมเพื่อชาติ" ทุกหยด!

            พูดถึงนักกีฬา.....

            นึกถึงนักฟุตบอลทีมชาติไทย "ช้างศึก" ที่เดินทางกลับแต่กลางสัปดาห์ก่อน โดยไม่มีเสียงตอบรับจากแฟนบอล

            พวกคุณเยี่ยมมาก

            ทั้งศุภณัฏฐ์, สุภโชค, ธนวัฒน์, เจริญศักดิ์, เอร์เนสโต, พิธิวัตต์, ฐิติพันธ์, นฤบดินทร์, มานูเอล, สถาพร และฉัตรชัย

            รวมถึงทุกคนในทีม เช่น สารัช, ศิวรักษ์, ทริสตอง โด, พรรษา, จักรพันธ์, อดิศักดิ์ และ ฯลฯ

            ถ้าจะเสียใจบ้าง ก็เสียเถอะ.....

            แต่จงรีบ "สลัดมันทิ้งไป" พร้อมสตั๊ดที่ถอด อย่านำแค่แพ้-ชนะ some time some game มาดับไฟในหัวใจเป็นอันขาด

            แข่งกัน ก็ต้องมีคำว่า "แพ้-ชนะ" เป็นสีสัน

            แพ้ ก็ใช่แพ้ตลอด ถ้าไม่ถอดใจ-ท้อแท้ มุมานะสร้างสรรกระบวนท่าไปพิชิตมันในแมตช์ต่อไป ก็ชนะได้

            ส่วนผู้ชนะ ถ้าเอาแต่ฮึกเหิม-ลำพอง ไม่ศึกษาอ่อน-แข็งในกระบวนท่าเขา แล้วฝึกปรือตัวเราให้ล้ำไป ก็จะกลายเป็นผู้แพ้ในแมตช์ต่อไป

            คำว่า "กีฬา" หมายถึง เล่นให้สนุกเพลิดเพลิน เพื่อความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิต

            แต่ศัพท์ว่า "กีฬา" ในทัศนะผม กีฬา=วัฏฏะ

            คือ "แพ้-ชนะ" วนกันไป เป็นกุศโลบายให้คนเล่นกีฬาไม่เบื่อ ด้วยจำเจ-จืดชืด

            ชนะตลอด ก็เซ็ง-เบื่อ หมดกระหาย หมดทะยาน

            แพ้ตลอด ก็เซ็ง-เบื่อ หมดกระหาย หมดทะยาน

            ให้เข้าใจอย่างนี้ บิดติ่งหูตัวเองข้างละ ๑๐ ที ตบหน้าซ้าย-ขวา ๑๐ ที เรียกสติคืน ให้คึกคัก กระปรี้-กระเปร่า

            แล้ว "สู้มัน"......

            พวกคุณ The Young Ones ได้ยินมั้ย...

            The young ones,

            Darling you're the young ones,

            And young ones shouldn't be afraid.

            To live, love

            While the flame is strong,

            "ตกรอบ" ไม่ได้ไปต่อ "รอบสุดท้าย" คัดบอลโลก  ขณะที่ "เวียดนาม" ได้ไปต่อถึงรอบคัด ๑๒ ทีม นั้น

            ทักษะ-หัวใจ-พวกคุณ "เฉพาะตัว" ไม่แพ้ใคร

            และพวกคุณ "ทำหน้าที่" ทีมชาติ ได้ดีที่สุดแล้ว

            ไม่ใช่ผมปลอบใจ เพราะที่ผิดพลาด ไม่ใช่ผิดพลาดที่นักเตะ ผมฟังเสียงแฟนบอลส่วนใหญ่แล้ว

            "สรรพสวด" นายกสมาคม "พล.ต.อ.สมยศ" และโค้ช "นิชิโนะ" ทั้งนั้น ซึ่งตรงเหตุ-ตรงผล

            ฟุตบอล เป็นกีฬา "เล่นกันเป็นทีม" ๑๑ คนลงสนาม "เก่งเฉพาะคน" ไม่มีความหมาย

            ต้องหลอมหัวใจ เสือ ๑๑ ตัว เป็น ๑ หัวใจเสือสมิง ใน  ๑๑ ร่าง รับลูกปุ๊บ ส่งปั๊บ ยิงเปรี้ยง ไม่ต้องพักตีน-มองตาในการส่งลูก

            อุปมาให้เห็นน่ะ........

            ความหมายคือ "ช้างศึก" เมื่อรวมเป็นทีมแล้ว ทั้ง ๑๑  คน ๒๒ คนหรือจะกี่คน เมื่อลงสนาม ต้องอย่าง ๖ เซียนสาว         คือ "องค์ลง" สลับร่างเข้าสิงในกันและกัน ตีนแตะลูกปุ๊บ สปาร์กรู้ถึงกัน ว่าจะใช้แผนไหน ใครต้องไปอยู่ตรงไหนทันที

            จะเป็นอย่างนี้ได้ คือ "การหลอม" นั่นเอง

            "เก็บตัว" นักเตะที่ฟอร์มเป็นทีมด้วยการฝึกซ้อม กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ระเบียบวินัยเดียวกัน จนเข้าสายเลือดรวมเป็นหนึ่ง

            แต่ดูการคัดตัว-เก็บตัว สู่การหลอมเป็นทีมของช้างศึกที่ไปแข่งรอบคัดบอลโลกแล้ว

            "แต่ละดาว" จากแต่ละสโมสร มารวมกันได้ก็จริง แต่หลวม จนโคจรไปคนละเส้นทางช้างเผือก 

            โค้ช "นิชิโนะ" ไปไหน พร้อมมั้ย กับหน้าที่?

            นิชิโนะ "เยี่ยม" เคยนำญี่ปุ่นเข้า ๑๖ ทีมสุดท้ายบอลโลกมาแล้ว

            กำหนดแข่งจะมาถึงอยู่รอมร่อ แต่...ตั้งแต่ปลาย ๖๓  จนถึงถึงปี ๖๔ นิชิโนะ "ติดโควิด" อยู่ญี่ปุ่น

            ยังไม่ได้คัดตัว ไม่เคยเห็นฝีตีนแต่ละคน ซ้อมก็ไม่ได้ซ้อม แล้วจะเก็บตัว "ฟอร์มทีม" กันยังไง?

            จนไฟลนก้น ต้องขนนักเตะ ๓๐-๔๐ คนไปให้นิชิโนะเป็นเจ้าเงาะเสี่ยงพวงมาลัยที่ยูเออี

            นิชิโนะคนเดียว ผู้ช่วยโค้ชไม่มี มีแต่ล่าม กับนักเตะ  ๔๐ คน แค่สื่อสาร แปลไป-แปลมา ญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ แค่นี้ก็เจ๊งแล้ว

            แบบนี้ ให้ "อพอลลอน" เทพเจ้าแห่งการกีฬา เหาะลงมาคัดเอง-คุมฝึกซ้อมเอง ก็หลอม ๑๑ เสือให้ "องค์ลง" เอาชนะคู่แข่งในความเป็น "ทีม" ไม่ได้

            แข่งจบ นักเตะเหงาๆ กลับบ้าน แต่นิชิโนะแยกกลับไปญี่ปุ่น ทั้งที่การแข่ง ยู-๒๓ ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือกใกล้เข้ามา

            อย่างนี้ แฟนๆ ไม่ต้องเปลืองสมองคิด

            ให้โค้ชนิชิโนะ ให้นายกฯ สมาคมฟุตบอล ให้ประธานเทคนิคชาวสเปน เขาคิดด้วยสปิริตกีฬา

            นักเตะในความเป็น "ทีมชาติไทย" ไม่ใช่ต้นเหตุปัญหา

            ลาออก ก็ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตรง

            "แผนและกึ๋น" นั่นแหละ คือ "ปัญหาโดยตรง"

                "นายกสมาคมฯ" แจงให้แฟนบอลฟังก่อนซิ แล้วแฟนบอลจะตัดสินใจ ว่าให้เวลา หรือว่าโนเค.

คนปลายซอย


บ่ายวาน... ไอ้เราก็รีบมาทำงาน เพื่อรีบกลับก่อนเคอร์ฟิว แต่..เอ๊ะทำไมวันนี้รถมันติดจัง (วะ)? อ้อ...พวกสามนิ้วเขา "คาร์ม็อบ" เป็นอันธพาลครองเมืองกัน จุดพลุ จุดมินิระเบิดกันแล้ว

ชีวิตรอได้"เพื่อวัคซีนไทย"
ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย