ตร.รับมือ4ม็อบไล่นายกฯ


เพิ่มเพื่อน    

ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือม็อบไล่นายกฯ เผยมี 4 กลุ่มนัดรวมตัวพร้อมกัน ชี้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินเสี่ยงโควิดระบาด วอนขอเห็นแก่บ้านเมือง แกนนำไทยไม่ทนโต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีอำนาจเหนือ รธน. ขู่ ตร.ออกหมายจับมีความผิด 157 ยุ "ประวิตร" กดดัน "ประยุทธ์" ลาออก "ธรรมนัส" ลั่นยุบสภาตอนนี้ไม่ได้เพราะกระทบแก้ปัญหาโควิด ยัน "บิ๊กตู่" ยังเหมาะสมนั่งนายกฯ 
    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 21  มิถุนายน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงมาตรการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยดูแลการชุมนุมของกลุ่ม “ไทยไม่ทน” ที่จะนำกลุ่มแนวร่วมต่างๆ มาจัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ 
    โดย พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า วันที่ 24 มิ.ย.นี้มีกลุ่มต่างๆ ที่ประกาศรวมตัวลักษณะเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้กรุงเทพฯ ยังมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ กลุ่มต่างๆ ที่นัดรวมตัวกันมีหลายกลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 หมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดยนายชาติชาย ไพลิน นัดหมายรวมตัวที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อจัดกิจกรรมลำลึก 89 ปี อภิวัฒน์สยาม 2475 นัดหมายเริ่มเวลา 13.00 น.เป็นต้นไป กลุ่มที่ 2 ประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ นัดหมายหน้าทำเนียบรัฐบาล วัตถุประสงค์เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก นัดหมายเวลา 12.00 น. กลุ่มที่ 3  เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำโดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง นัดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 11.00 น.เพื่อทำกิจกรรมขับไล่รัฐบาล กลุ่มที่ 4 ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรมพันธุ์  นัดหมายที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ไม่มีเวลาที่แน่ชัด
     รอง ผบช.น.กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้เขต กทม.เป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่หรือกระทำการดังกล่าวเป็นการยุยงไม่ให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากผู้ใดฝ่าฝืนรวมทั้งผู้จัดการชุมนุม ผู้ร่วมชุมนุม จะเป็นความผิดตามข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำหรับผู้ชักชวนให้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมใดๆ จะมีความผิดในส่วนของผู้สนับสนุน และจะต้องรับโทษเช่นเดียวกัน ในกรณีผู้จัดเวที เครื่องเสียงอุปกรณ์ต่างๆ เป็นความผิดฐานให้การสนับสนุน จะต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
     "ขณะนี้กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นของประเทศไทยยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด เป็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก และการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีอัตราที่สูง ผู้ชุมนุมนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดลุกลามมากยิ่งขึ้น ย้ำเตือนผู้จะมาร่วมชุมนุมให้ละเว้นการกระทำดังกล่าว อยากวิงวอนผู้จะมาชุมนุมหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองช่วงนี้ ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง ท่านอาจได้ผลประโยชน์จากการชุมนุมทางการเมือง แต่ประเทศชาติบอบช้ำ ขอให้สถานการณ์โควิดผ่านพ้นไปก่อนค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า"
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกๆ พื้น โดยให้เตรียมกำลังไว้ตามตามสถานการณ์การข่าว จุดเฝ้าระวังพิเศษคือจุดสัญลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ หรือจุดที่เป็นสถานที่สำคัญของประเทศ บางอย่างเสียหายไปแล้วเราไม่สามารถซ่อมแซมได้ ส่วนการข่าวที่จะมีผู้เข้ามาก่อเหตุความวุ่นวายยังไม่มี 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีมวลชนกลุ่มต่างๆ ประกาศจะมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 24 มิ.ย.นี้ว่า ก็ทำตามกฎหมาย หากจะชุมนุม ก็อย่าทำให้ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากหรือไม่ ตนยังไม่รู้ ต้องไปถามผู้ชุมนุมดู ส่วนที่ประกาศจะค้างคืนด้วยก็ว่ากันไป แต่อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน ผิดกฎหมายอะไรก็ไม่ได้
    นายเมธา มาสขาว ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน  สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในคดีสวนสันติพร เมื่อวานนี้นั้น แกนนำไทยไม่ทนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและจะส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งภายในวันที่ 7 ก.ค. ยืนยันว่ารัฐบาลตั้งข้อหาโดยมิชอบเพื่อเป็นการกลั่นแกล้งคุกคามประชาชน เพื่อไม่ให้การชุมนุมขับไล่รัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น โดยการเร่งรัดคดีส่งอัยการเพื่อส่งฟ้องศาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการเลื่อนคดีเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 29 ก.ค.ไปแล้ว หากตำรวจให้ศาลออกหมายจับด้วยข้ออ้างการจะจัดการชุมนุมวันที่ 24 นี้ ก็เท่ากับต้องไปโกหกศาลเพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจที่กดดันมา ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจถูกฟ้องผิดมาตรา 157  ละเว้นและเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย หากมีการออกหมายจับแกนนำไทยไม่ทน
    "การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของนายกฯ เป็นไปโดยมิชอบและขัดรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่รับรองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธของประชาชน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 44 ที่คุ้มครองไว้ และมาตรา 5 เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย  หรือการกระทําใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังทำให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญการปกครองประเทศ"
    แกนนำไทยไม่ทนกล่าวด้วยว่า อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คนใหม่ ได้เกรงกลัวต่อบาป ช่วยกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด  ก่อนที่จะพังกันไปทั้งประเทศ โดยกลุ่มไทยไม่ทนจะไปสรุปความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์ และข้อเสนอทางการเมืองอีกครั้งที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ก่อนการจัดชุมนุมในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ที่จะมีประชาชนที่ไม่ทนอีกต่อไปมารวมตัวกันเป็นแม่น้ำร้อยสายมายังทำเนียบรัฐบาล
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ว่า "ไม่มีหรอก" เมื่อถามว่า การได้ ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ มาเป็นเลขาธิการพรรค จะทำให้การทำงานเป็นอย่างไร หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่สมาชิกเขาเลือก ตนจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครจะได้ มันก็คล่องตัวทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ทำงานให้พรรค 
    ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรค  พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่าจะนำพา พปชร.ขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่งและเป็นรัฐบาลพรรคเดียวว่า เราต้องไปสร้างทิศทางของตัวเองในหลายเรื่องหลายประเด็น สิ่งไหนที่เราทำดีแล้วจะทำต่อไป สิ่งไหนที่ยังไม่ทำจะเริ่มทำ  โดยเฉพาะนโยบายที่หาเสียงไว้ตั้งแต่ปี 62 มีหลายเรื่องที่ทำไปแล้วและหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ ตอนนี้เหลือเวลาอีก  2 ปีต้องรีบทำ  
     เมื่อถามว่า การเตรียมการอะไรต่างๆ ตอนนี้ ประเมินว่าจะมีการยุบสภาหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า มองว่ามันไม่ใช่ เวลานี้ถ้ายุบสภาจะเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังยุบสภาไม่ได้ เพราะรัฐบาลต้องบริหารประเทศให้หลุดพ้น  
    ถามว่า หาก พปชร.ชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าจะชู พล.อ.ประวิตรขึ้นเป็นนายกฯ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า  การก่อตั้ง พปชร.ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ  และเราก็ทำได้ ยืนยันว่าในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ  ผู้นำต้องมีความเข้มแข็ง เด็ดขาด ช่วงเวลานี้ไม่มีใครเหมาะสมมากไปกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ส่วน พล.อ.ประวิตร ให้นโยบายและดูแลพวกเราให้เดินตามนโยบายที่ท่านวางไว้. 
    


เห็นมั้ย........ ไอ้ตัวอยู่เบื้องหลัง "ขบวนการสามนิ้ว" ที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ "ล้มสถาบันกษัตริย์"

ปริศนา"I Roam Alone"? 
ชีวิตรอได้"เพื่อวัคซีนไทย"
ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"