ทรงห่วงปชช.เผชิ­ญไวรัส พระราชทานซิโนฟาร์ม


เพิ่มเพื่อน    

 “สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” พระราชทานวัคซีนซิโนฟาร์ม 25,600 โดสแก่ 4 หน่วยงาน ทั้ง "สธ.-กทม.-ราชทัณฑ์-รพ.จุฬาภรณ์" ฉีดผู้สูงอายุ-ผู้ด้อยโอกาส-ผู้พิการ-ผู้ที่มีรายได้น้อย มีพระราชดำรัส "เป็นห่วงประชาชนทั่วทุกแห่ง เราโดนโควิดมากๆ ถ้าไม่แก้ไข คนไทยจะทุกข์ทรมานมากกว่านี้"    
เมื่อวันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13.30 น.  ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เสด็จลง ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง  จังหวัดนครราชสีมา ด้วยทรงห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และทรงให้ความสำคัญต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่มีความจำเป็น เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีพระดำริให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ติดต่อหาวัคซีนเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอีกทางหนึ่ง โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนตัวเลือกจากบริษัทซิโนฟาร์มที่ผลิตโดยสถาบันชีววัตถุแห่งกรุงปักกิ่ง และเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เพื่อกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสให้ได้เข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐในช่วงที่ประเทศยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ โดยวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดส ได้จัดส่งมาถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.64 และผ่านการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เมื่อวันอังคารที่ 22  มิ.ย.
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มเพื่อพระราชทานแก่ 4  หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร,  กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จำนวนแห่งละ  6,400 โดส รวมทั้งหมด 25,600 โดส ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 4 กรกฎาคม 2564 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำคณะเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานวัคซีนซิโนฟาร์ม ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นพ.ภูมินทร์  ศิลาพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานได้นำไปจัดสรรกระจายฉีดให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ที่มีรายได้น้อย และชุมชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นกลุ่มแรก โดยจะเริ่มให้บริการฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.64 เป็นต้นไป นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ปวงชนชาวไทย
    ในการนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระดำรัสความว่า "...เป็นห่วงประชาชนทั่วทุกแห่ง ซึ่งทั้ง 4 ท่านนี้ก็เป็นตัวแทนของประชาชน หวังว่าจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน  เราโดนโควิดมากๆ ถ้าไม่แก้ไข คนไทยจะทุกข์ทรมานมากกว่านี้ ขอให้ทุกท่านทำการรักษา และป้องกันอย่างเต็มอัตรา..."
    ศ.นพ.นิธิโพสต์เฟซบุ๊กแจ้งความคืบหน้าในการจัดสรรวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มว่า "การจัดสรรในชุดแรกที่ได้จัดสรรให้ไปของคนที่ยื่นความจำนงในวันที่ 14-15 มิ.ย.แล้ว  และจะประกาศเพิ่มเติมโดยดูผู้ขอมาทั้งหมด 14-18  มิ.ย.2564 โดยจัดลำดับก่อนหลังด้วยนโยบายเดิม เว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพราะอยู่ระหว่างประสานให้ท้องถิ่นจัดกลุ่มลำดับความสำคัญมาด้วย และจะทยอยจัดสรรให้ โดยจะไม่ได้ทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วนบริษัทประมาณ 80-90 บริษัทที่รวมกันขอในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และแยกยื่นขอมาเองไม่ทัน กลุ่มนี้ทาง สอท.กำลังทำงานใกล้ชิดกับราชวิทยาลัยฯ เพื่อจับแยกให้แต่ละบริษัทเข้ามาทำความตกลงกันเองได้ จะไม่โดนเท"
    ศ.นพ.นิธิโพสต์อีกว่า "ราชวิทยาลัยฯ ได้กำหนดกลุ่มโอกาสน้อยที่จะได้รับวัคซีนที่ทุกๆ คนบริจาคไว้ 10% แล้ว  โดยมี 5 กลุ่มคือ ผู้พิการ, ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง/บ้าน, พระ นักบวช, ชุมชนแออัด/หาบเร่แผงลอย/ร้านอาหาร/ร้านค้าริมถนน และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบนัดหมายวัคซีนหลัก เมื่อทราบจำนวนแต่ละกลุ่มชัดเจนขึ้น  ราชวิทยาลัยฯ จะหาสถานพยาบาลต่างๆ ที่มีใจอาสาช่วยดำเนินการฉีดให้กับคนกลุ่มต่างๆ นี้ ซึ่งต้องร่วมกันทำกุศลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ กับคนในกลุ่มนี้ ในทุกๆ จังหวัด"
    “ราชวิทยาลัยฯ โดยคณะกรรมการจัดสรรฯ จะจัดสรรให้ทุกๆ องค์กรต่อไปเมื่อได้ทราบกำหนดเวลาและจำนวนโดสวัคซีนที่จะมาในเดือน ก.ค. หรือเดือน ส.ค. และคาดว่าน่าจะจัดสรรให้ได้ครบทุกบริษัท/องค์กรภายในเดือน ส.ค.เป็นอย่างช้า เว้นแต่ อปท.ที่อาจไม่ได้ทั้งหมดตามที่ขอมา  เพราะราชวิทยาลัยฯ ต้องขอดูกลุ่มที่ท่านจัดลำดับความสำคัญมาก่อน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับการจัดสรรวัคซีนหลักของประเทศ”
    ศ.นพ.นิธิโพสต์ต่อว่า "การจัดสรรให้บุคคลทั่วไป ขอเวลาสัก 2-3 อาทิตย์หลังเริ่มการฉีดให้กับกลุ่มองค์กร/นิติบุคคลแล้ว เพื่อดูระบบและมาตรฐานของโรงพยาบาลต่างๆ ที่จะรับคนทั่วไปธรรมดาที่จะเดินเข้าไปขอรับวัคซีนโดยจ่ายเงินเอง ซึ่งรายละเอียดว่าทำไมต้องดูระบบและมาตรฐานนั้นได้พูดไว้ในหลายเวทีแล้ว" 
    ขณะที่เพจเฟซบุ๊กโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 ครั้งที่ 2 ให้องค์กรและบริษัทที่ยื่นความประสงค์เข้ามา ระหว่างวันที่ 14-18 มิ.ย.64 ตามประเภทธุรกิจ ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจที่มีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศและพื้นที่ความเสี่ยงองค์กร/บริษัท ว่าได้รับการจัดสรรเพิ่ม 1,238 บริษัท เป็นจำนวน 302,618 คน โดยภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ครั้งที่ 2  สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต  28.6% 2.กลุ่มองค์กรด้านการแพทย์และการสาธารณสุข  25.5% 3.กลุ่มองค์กรการกุศล 13.4% รวมจำนวนที่องค์กร/บริษัทที่ได้รับการจัดสรรทั้ง 2 ครั้งทั้งสิ้น 6,437  บริษัท เป็นจำนวน 779,300 คน
     ส่วน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา  2019 หรือ ศบค. แถลงว่า การฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28  ก.พ.-22 มิ.ย.64 ฉีดไปแล้ว 8,148,335 โดส แบ่งเป็นเข็มแรกสะสม 5,844,521 ราย เข็มที่สอง 2,303,814 ราย 
ส่วนนายอนุทินกล่าวถึงข้อเสนอการฉีดวัคซีนไขว้ยี่ห้อหรือฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันว่า ขึ้นอยู่กับความเห็นของคณะกรรมการวิชาการวัคซีน และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องที่สั่งวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 28 ล้านโดส ก็เป็นไปได้ทั้งหมดว่าจะนำมาใช้สำหรับเข็มที่ 3 หรือสลับยี่ห้อหรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการและทางการแพทย์
    นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา  พิธีกรนักเล่าข่าวที่โพสต์ว่าการจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาล่าช้าว่า รพ.เอกชนสามารถเจรจาจัดซื้อได้เอง ซึ่งเราได้ขึ้นทะเบียนแล้ว แต่หากไปเจอเงื่อนไขว่าบริษัทผู้ผลิตจะขายผ่านรัฐเท่านั้น องค์การเภสัชกรรมก็ยอมมาเป็นตัวกลาง แต่ที่นายสรยุทธโพสต์ว่าล่าช้านั้นก็ต้องชี้แจงว่าไม่ได้ล่าช้า เดี๋ยว อภ.ก็ต้องชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง
     “การเป็นตัวกลางเราไปเร่งอะไรไม่ได้ทั้งนั้น รพ.เอกชนต้องสั่งเข้ามาว่ามีจำนวนความต้องการเท่าไหร่ แต่โมเดอร์นาก็พูดมาตลอดว่าเขาสามารถส่งให้ได้ในไตรมาส 4 แล้วคนบอกให้รัฐบาลไปเร่งเอามาให้ได้ก่อนนั้นสามารถทำได้หรือไม่ เพราะทุกคนเขามีกำหนดการส่งอยู่แล้ว" นายอนุทินกล่าว.


 


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"