ยื่นยุบพปชร.สอบ‘บิ๊กตู่’ ‘ธรรมนัส’ปูทางเลือกตั้ง


เพิ่มเพื่อน    

พลังประชารัฐส่งสัญญาณเลือกตั้ง "บิ๊กป้อม" เซ็นตั้ง​ "สันติ" นั่ง ผอ.พรรค ​จับ "ไผ่-นิโรธ" นั่งรองเลขาฯ “ธรรมนัส” ซุ่มถกแกนนำวางยุทธศาสตร์การเมือง-เศรษฐกิจ-ประชาสัมพันธ์ ส่วนม็อบนกเขา-จตุพรเดินหน้าไล่ต่อพร้อมยื่นยุบ พปชร. เสนอทำฉันทามติเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่
     เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 มีรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภายหลังพรรคมีการปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยมีการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ตามข้อบังคับพรรคไปก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งในส่วนของรองหัวหน้าพรรค, เหรัญญิก และนายทะเบียนพรรค รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 
    ล่าสุด พล.อ.ประวิตรได้ใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าพรรคแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค จำนวน 2 คน ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์  ขณะที่ตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคยังคงเป็นของนายสันติ  พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและ รมช.การคลัง ที่นั่งควบตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ทำให้นายสันติได้นั่งทั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและ ผอ.พรรคที่เคยเป็นตำแหน่งเดิมด้วย
    ยังมีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้เรียกแกนนำบางส่วนของพรรคเข้าหารือเพื่อวางยุทธศาสตร์การทำงานของพรรค โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รมช.แรงงาน ในฐานะเหรัญญิกพรรคเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการบริหารงานพรรคให้เป็นระบบ และมอบหมายให้แกนนำแต่ละกลุ่มรับผิดชอบงานด้านต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน นำไปสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง และเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 
    ซึ่งสาระสำคัญได้พูดถึงการเตรียมยุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ทบทวนนโยบายของพรรค รวมถึงด้านสังคมและความมั่นคง โดยเป็นการหารือในภาพกว้างที่ยังไม่กำหนดตัวบุคคลว่าจะเป็นใครบ้าง และหากมีความชัดเจนในระดับหนึ่งจะนำเข้าที่ประชุมให้คณะกรรมการบริหารพรรครับทราบ ทั้งนี้​รวมไปถึงการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ข่าวสารพรรคใหม่ เพื่อให้ทันสถานการณ์
    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากกระทำการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน กรณีเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติเลือก ร.อ.ธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติด้านจริยธรรมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 219 ที่กำหนดให้  ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม และขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 21 และมาตรา 45 อีกทั้งยังขัดต่อข้อบังคับของพรรคพลังประชารัฐ ที่กำหนดว่าต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าผลประโยชน์ส่วนตน  ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสเคยต้องคำพิพากษาจำคุกในคดียาเสพติดของศาลประเทศออสเตรเลีย
    นายนิติธรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้กลุ่มประชาชนคนไทยจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบจริยธรรมนักการเมือง 3 ราย คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะเป็นผู้แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2.พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค มีส่วนทำให้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรค และ 3.ร.อ.ธรรมนัส
    ขณะที่กลุ่มไทยไม่ทนซึ่งนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์  ประธาน นปช.ยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับอ่านประกาศไทยไม่ทน เพื่อประกาศความทุกข์ร้อนของประชาชน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหยุดยินดีปรีดา หัวเราะร่า ท่ามกลางคราบน้ำตาและงานศพของประชาชน โดยได้มีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์นอนราบกับพื้นคลุมด้วยผ้าขาวบาง เปรียบเสมือนคนตายสามศพจากการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้รับวัคซีน และพิษเศรษฐกิจ พร้อมสาดน้ำแดงที่เปรียบเสมือนเลือดประชาชน 
    ขณะเดียวกันมีบุคคลแต่งกายสวมหน้ากากเป็นใบหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ พูดล้อเลียนเสียงของนายกฯ ในการอ่านข้อกำหนดฉบับที่ 25 พร้อมกับพูดคำว่านะจ๊ะ ขณะเดียวกันได้เปิดเพลงธรณีกรรแสงควบคู่ไปด้วย
    นายจตุพรกล่าวว่า ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา  13.00 น.ได้นัดรวมตัวกันที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อเดินไปศาลหลักเมืองขอพรให้คุ้มครองคนไทยให้รอดพ้นจากการปกครองระบอบประยุทธ์ เพราะถ้ายังบริหารต่อไปประเทศจะเกิดจลาจล และยืนยันวันเสาร์ที่ 3  ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น.จะรวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จากนั้นเวลา 18.30 น.จะเดินขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง
    นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้คนไทยทำฉันทามติเพื่อเสนอชื่อบุคคลมาทำหน้าที่แทน พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้เป็นใครก็ได้เพื่อมาแก้ปัญหา 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหาโควิด-19,  ปัญหาเศรษฐกิจ และแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นของประชาชน
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการนัดชุมนุมวันที่ 3 ก.ค.ว่ามีความผิดตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9  แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) เรื่องห้ามการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลรวมกันมากกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งการชุมนุมประท้วงไม่เคยอนุญาตอยู่แล้ว เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และการมาชุมนุมมีความผิดทุกคนทั้งแกนนำและผู้ร่วมชุมนุม.


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน