โวยร่างรธน.เอื้อพรรคใหญ่ ‘ไพบูลย์’โต้ไร้เหตุส่งศาลรธน.


เพิ่มเพื่อน    

ก้าวไกลโวยร่าง รธน.ฉบับปชป.สอดไส้เอื้อพรรคใหญ่ แก้ไขเกินหลักการ บี้ถอนร่างไปอย่าดันทุรัง “ไพบูลย์”  มั่นใจเพิ่มเนื้อหามาตราเกี่ยวข้องได้ให้สมบูรณ์มากขึ้น ไร้เหตุส่งศาลรัฐธรรมนูญ เผย พปชร.แปรญัตติรื้อ 7 ประเด็น "ชินวรณ์” แจงร่างพรรคเสนอแบบกว้าง ตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ
     ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช …. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
      นายธีรัจชัยกล่าวว่า จากการประชุมคณะ กมธ. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. มีการหยิบยกประเด็นว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่าน การรับหลักการของรัฐสภา จะสามารถแก้ไขมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในหลักการของร่างพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ เนื่องจากในหลักการระบุไว้เพียงแก้ไขมาตรา 83 และ 91 แตกต่างจากร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุในหลักการชัดเจนว่า แก้ไขระบบเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ระบุเพียง 2 มาตรา โดยที่ไม่ได้บอกว่าแก้ไขระบบเลือกตั้ง ในประเด็นดังกล่าวทำให้ กมธ.มีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนบอกว่าสามารถแก้ไขมาตราอื่นได้ โดยเฉพาะประธานคณะ กมธ. ที่เห็นว่าสามารถทำได้ แต่ กมธ.บางส่วน โดยเฉพาะเสียงของพรรคฝ่ายค้าน ยืนยันว่า การแก้ไขจะต้องไม่ขัดต่อหลักการ จึงเห็นว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุแก้ไขเพียง 2 มาตรา ไม่ได้เป็นการแก้ระบบเลือกตั้งทั้งระบบ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ หากดึงดันให้ผ่านไปโดยไปแก้มาตราอื่นๆ ด้วย จะเป็นสิ่งที่ฝืนในหลักการกฎหมาย 
    “การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นการแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่แก้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ไม่ได้ประโยชน์เลย การกระทำที่ดันทุรังจะขัดกฎหมาย ขัดความรู้สึกประชาชน เราเห็นว่าไม่ควรทำ ถ้าจะทำควรให้รัฐสภาตัดสินหรือถอนเรื่องนี้ไปทำให้สมบูรณ์ ไม่ควรแก้ระบบเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ควรแก้ทั้งฉบับ” นายธีรัจชัย ระบุ
    นายรังสิมันต์กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างที่มีปัญหา และอาจจะนำไปสู่การที่รัฐสภาพยายามสอดไส้แก้ไขเพื่อบิดเบือนต่อหลักการ ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ ถ้าเราปล่อยให้เกิดกระบวนการในการสอดไส้แบบนี้ คิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่จะเป็นรากฐานของการเมืองระบบรัฐสภา ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ที่ประชุมคณะ กมธ.จะมีการตัดสินว่าสุดท้ายขอบเขตของข้อบังคับการประชมรัฐสภาข้อ 124 ที่ห้ามไม่ให้มีการแก้ไขเกินหลักการจะเป็นอย่างไร สมมติ กมธ.เห็นว่าแก้ไขอย่างไรก็ได้ พรรคก้าวไกลคงไม่สามารถยอมรับกระบวนการแบบนี้ได้ 
    ทางด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 13 ก.ค.ที่ประชุมจะหารือต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตราที่เสนอ โดยจะเชิญฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้าชี้แจงต่อรายละเอียดและเจตนารมณ์ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการที่เสนอแก้ไข เว้นแต่แก้ไขมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น จากนั้นในวันที่ 16 ก.ค. กมธ.จะกำหนดประเด็นพิจารณา เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อหาสัดส่วน ส.ส. โดยกำหนดให้ได้คะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1% เป็นต้น
      ส่วนที่มี กมธ.ให้ความเห็นว่าการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ จะเท่ากับแก้เกินหลักการและส่อว่าจะผิดนั้น เนื้อหาที่เสนอให้แก้ไข มีสาระคือ การแก้องค์ประกอบของ ส.ส. ที่ให้มีส.ส.เขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดังนั้นการแปรญัตติมาตราที่เกี่ยวข้องกันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น และเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ใช่เหตุที่นำไปสู่การยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ
         นายไพบูลย์ยังกล่าวด้วยว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมเสนอคำแปรญัตติให้ปรับแก้ไขเนื้อหา รวม 7 ประเด็น คือ 1.แก้ไขมาตรา 83 ขอเพิ่มเนื้อหาวิธีการการเลือกตั้ง ส.ส.โดยตรงและลับ ด้วยบัตรเลือกตั้งแบบละ 1 ใบ 2.แก้ไขมาตรา 85 ว่าด้วยการลงคะแนนเลือก ส.ส.เขต 3.แก้ไขมาตรา 86 ว่าด้วยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 4.แก้ไขมาตรา 90 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่ง ส.ส.เขต 100 เขต จึงมีสิทธิ์ส่ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 5.แก้ไขมาตรา 91 กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่ได้รับจากการเลือกตั้ง ต้องไม่น้อยกว่า 1% จึงมีสิทธิ์ได้รับการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.แก้ไขมาตรา 92 โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ หากพบการเลือกตั้งในเขตใดที่เสียงโนโหวต มากกว่าคะแนนเลือกตั้ง และ 7.ขอยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94
    นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ. แถลงว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาในวาระแรกนั้น เป็นการเสนอแบบกว้างว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จึงอยากเชิญชวนสมาชิกและ กมธ.ช่วยกันแปรญัตติเพื่อให้ร่างดังกล่าวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอแปรญัตติแก้ไขหลายมาตรา อาทิ เพิ่มเติมความในมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 โดยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ให้ใช้วิธีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบละหนึ่งใบ รวมทั้งขอแปรญัตติเพิ่มความเป็นมาตรา 3/1 ให้ยกเลิกความในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ 60 และให้ใช้ข้อความนี้แทน คือ “ให้ ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมี ส.ส.ได้เขตละ 1 คน และผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีผลคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง” 
    นายชินวรณ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลระบุร่างของประชาธิปัตย์เสนอเพื่อประโยชน์ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ว่า พรรคไม่ได้คิดเช่นนั้น แม้แต่จะเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เอง แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรายอมรับ และเปลี่ยนวิธีการแก้ไขโดยเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยพิจารณาว่ามีประเด็นใดสำคัญบ้าง ซึ่งการแก้ไขระบบเลือกตั้ง เราต้องเน้นว่าเป็นระบบที่ประชาชนคุ้นเคยเข้าใจได้อย่างดี ต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง และต้องนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น  
    เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลระบุการปรับแก้ไขมาตราอื่นนอกเหนือจากที่รัฐสภารับหลักการ เป็นการแก้ไขเกินหลักการ นายชินวรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคมั่นใจว่าเป็นการเสนอร่างหลักการอย่างกว้าง สมาชิกรัฐสภาและ กมธ.จึงสามารถแปรญัตติได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อที่ 124 ที่บัญญัติว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวเนื่องด้วยหลักการนั้นสามารถแก้ไขได้ ประกอบกับคำวินิจฉัยฝ่ายกฎหมายรัฐสภาและกฤษฎีกา ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการสามารถดำเนินการได้ ที่สำคัญกฤษฎีกาให้ความเห็นว่าตัวเลขมาตราไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่เมื่อเราเสนอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เราต้องไปแก้ไขมาตราอื่นๆ ของรัฐธรรมนูญ 60 ในมาตราที่เกี่ยวเนื่องซึ่งสามารถดำเนินการได้ ส่วนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาความเห็นพ้องกันมากที่สุดก่อน แต่หากใครไม่เห็นด้วย เป็นสิทธิ์ของท่านนั้นๆ เพราะหลังจากร่างแล้วเสร็จ หากใครเห็นว่าร่างนั้นไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ ก็สามารถยื่นให้ศาลตีความได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ยังเชื่อมั่นว่าเดินหน้าได้.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.