จักรทิพย์ไม่ได้พบเมธี เปิดปากเยอรมนีอากาศดี/'ธรรมกาย'ปัดเอี่ยวเรื่องขอลี้ภัย


เพิ่มเพื่อน    

    "จักรทิพย์" โผล่บอกนักข่าวเยอรมันอากาศดี แต่ไม่ได้ไปพบอดีตพระพรหมเมธี ด้านธรรมกายชิ่ง ปัดไม่ได้รับการติดต่อ ไม่รู้เรื่องขอลี้ภัย เหน็บสื่อแยกไม่ออกความเห็นกับความจริง ส่วนเงินทอนล็อต 4 คืบ พบแล้วกว่า 30 วัดในพื้นที่ภาคเหนือและกลาง ใช้วิธีการเดิมเจ้าหน้าที่ พศ.รวมหัวกับพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริต 
    เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์กรณีสื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ขอยื่นลี้ภัยในประเทศเยอรมนี และคาดการณ์ว่าจะพำนักที่สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี หรือวัดสาขาอื่นในทวีปยุโรปนั้น ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว
    ทั้งนี้ เพราะไม่ทราบความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธี อีกทั้งไม่ได้มีการติดต่อประสานกันแต่อย่างใด และในขณะนี้ทั้งหน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบในคดีและสื่อมวลชนต่างๆ ยังไม่มีโอกาสได้พบตัวท่านแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดจึงเป็นเพียงข้อคิดเห็นและการคาดเดาของคนบางกลุ่มเท่านั้น
    แถลงการณ์ยังระบุว่า ในกรณีข่าวของพระสงฆ์ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้สาธารณชนผู้รับฟังข้อมูลโปรดใช้วิจารณญาณ และขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ซึ่งต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง "ความคิดเห็น" กับ "ความจริง" ตามหลักจรรยาบรรณของสื่อที่พึงมีพึงเป็นอีกด้วย
     ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวติดตามดักรอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประเด็นการติดตามจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะบินด่วนไปรับตัวถึงประเทศเยอรมนี แต่ต้องกลับมามือเปล่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การเดินทางกลับมาครั้งนี้ ยังไม่มีใครพบเห็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แต่อย่างไร
    ตามกำหนดการเดิม เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3), กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) และชุดสืบสวนกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กิโลกรัม ยาอี 2,822 เม็ด และยาเคชนิดเกล็ดน้ำ 38 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตนครบาล 
    แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา มีเพียง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสด ิ์ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน ์เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกันแถลงข่าวเท่านั้น โดยมีผู้สื่อข่าวที่เฝ้ารอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์จำนวนมาก 
    ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชาญเทพได้ชี้แจงกรณีที่ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ไม่สามารถเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ได้ เนื่องจากติดประชุมงบประมาณที่รัฐสภา
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังปิดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินลงจากห้องประชุมเพื่อขึ้นรถออกจากรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวได้ดักสอบถามกรณีเดินทางไปประเทศเยอรมนีเป็นอย่างไรบ้าง    พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า “ไม่มีอะไร อากาศดี”  ถามต่อว่าได้เจอตัวอดีตพระพรหมเมธีหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ได้เดินทางไปพบท่าน” จากนั้นก็รีบขึ้นรถโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ
    ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ทั้ง 6 กองกำกับการ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกิน 1 ล้านบาท และมีการรายงานผลปฏิบัติให้กับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) รับทราบทุกเดือน 
    ทั้งนี้ หากมีหลักฐานชัดเจน ผอ.พศ.จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการขยายผลต่อไป สำหรับ ปปป. ทำคดีเกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่วนคดีฟอกเงินจะประสาน ปปง.ช่วยตรวจสอบ
    รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะพนักงานสอบสวน ปปป. ที่รับผิดชอบดูแลสำนวนทุจริตเงินทอนวัดพบความเชื่อมโยงของขบวนการทุจริตที่ขยายเกี่ยวข้องไปยังหลายวัด ทำให้มีการเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่ามีการทุจริตงบประมาณในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติมประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้พบการกระทำความผิดไม่มากนัก
    มีรายงานถึงรูปแบบการทุจริตเงินทอนวัดในล็อต 4 ว่าคล้ายกับการทุจริตในล็อต 1, 2 และ 3 คือมีเจ้าหน้าที่พศ.และพระชั้นผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการทุจริต กระจายงบประมาณ ขอนำเงินผ่านบัญชีแต่ละวัด จากนั้นเรียกเงินทอนคืน แต่การทุจริตในล็อตที่ 4 มีรูปแบบพิเศษขึ้นคือ ปปป.พบความผิดส่วนตัวของพระบางรูปชัดเจนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
    ส่วนพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเงินทอนวัดล็อต 1 นั้น ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพบการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันกับการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 ของ ปปป. คือการติดต่อวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อขอนำเงินผ่านบัญชีมากว่า 10 วัด จากนั้นนำเงินทั้งหมดโอนกลับมาบัญชีตนเอง
    ขณะที่สำนวนการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศรามวรวิหาร โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีสำนวนกลับมาให้ ปปป.ดำเนินคดีต่อนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม การออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่ง ปปป.เตรียมขออายัดตัวพระ 4 รูปที่ถูกคุมขังจากคดีฟอกเงินของกองปราบปราม 
    ประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, อดีตพระราชอุปเสนาภรณ์ หรือพระสังคม สังฆะพัฒน์, พระวิจิตธรรมภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนีในคดีฟอกเงิน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกเช่นกัน
    ล่าสุดมีรายงานจากแหล่งข่าวกองปราบปรามว่าเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ ผู้ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนีรวม 5 คน โดยในจำนวนนี้มีคนไทย 2 คน และคนลาว 3 คน
    ซึ่งคนไทย 2 คน เป็นสีกา จ. หรือนางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล อีกคนเป็นคนขับรถพาหนีมายังจังหวัดนครพนม คือนายพีระวิทย์  ศรีศรัทธา หรือโค้ต 
    ส่วนคนลาวอีก 3 คนที่มีส่วนช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี คือครอบครัวของนางจันตะนา รัตตะนะวง มีนางจันตะนาเองและลูกสาวคือนางกิตติมา และท้าวน้อย ลูกชายของนางจันตะนา คนที่ขับรถของอดีตพระพรหมเมธีไปเก็บจนเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบในที่สุด โดยล่าสุดศาลจังหวัดนครพนมได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ ไปพบแพทย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนทำการส่องกล้องเพื่อตรวจดูหาสาเหตุถ่ายออกมาอุจจาระดำ และมีแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์พบเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ก่อนให้ยามารับทานเพื่อรักษาอาการดังกล่าว ก่อนนัดตรวจผลอีกครั้งวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ส่วนผู้ต้องขังอดีตพระอีก 7 คนนั้น ก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว มีการแต่งกายใส่กางเกงสีน้ำเงินแบบผู้ต้องขังทั่วไป แต่เสื้อเรือนจำอนุโลมให้ใส่เสื้อขาวไปก่อน และยังคงมีการปฏิบัติแบบสงฆ์ เช่น สวดมนต์ และไม่กินข้าวเย็นเหมือนตอนเป็นพระ การกระทำดังกล่าวอนุโลมให้ทำได้ หากไม่ขัดต่อระเบียบเรือนจำ. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"