ไร้ความปลอดภัย ไปไม่ถึง4.0เป็นแน่


เพิ่มเพื่อน    

ไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก หมิงตี้ ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนในย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีหน้าที่กำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรงนั้น เจ้ากระทรวงอย่าง สุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ไม่รอช้า สั่งด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยของการประกอบกิจการโรงงานใหม่ทั้งหมดว่า มีจุดใดต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน คลอบคลุมโรงงานทั่วประเทศทั้ง 64,038 แห่ง  

            พร้อมกับกำชับในส่วนของโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายในการประกอบกิจการแล้วตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีชุมชนล้อมรอบ ให้พิจารณาการบริหารจัดเก็บสต๊อกการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บสต๊อก ปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น  ไม่ควรจัดเก็บสต๊อกมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนสต๊อกที่เหลือให้ย้ายไปจัดเก็บในพื้นที่โรงงาน ที่ห่างไกลชุมชน มีระบบป้องกันความปลอดภัย มีพื้นที่กันชน (บับเบิลโซน) เอาไว้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุ หรือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเป็นไปได้ในการย้ายโรงงานที่ประกอบกิจการมีสารอันตรายออกนอกพื้นที่ชุมชน

            ซึ่งงานนี้ท่านอธิบดีกรมโรงงาน ประกอบ วิวิธจินดา ก็ไม่รอช้าสนองนโยบายทันที โดยสั่งด่วนให้โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไปจัดทำแผนรายงานปริมาณสารเคมี แผนป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานเคมีภัณฑ์ที่มีจำนวนรวม 446 แห่งทั่วประเทศ ทั้งที่ตั้งกิจการอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือภายในนิคมอุตสาหกรรม จะต้องรายงานแผนการจัดเก็บสารเคมี และตรวจประเมินเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ชัดเจนมากขึ้น

            พร้อมออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ กรอ.อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดิบอันตรายที่ซื้อจากในประเทศเกินกว่า 50 กิโลกรัม จะต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีทุกชนิด ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บ ระบบความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อ กรอ. และร่างกฎหมายนี้จะแล้วเสร็จสิ้นปี 

            เห็นแล้วอึ้ง การปฏิบัติช่างสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่ทั้งเร่งทั้งดึงการลงทุนเข้ามาประเทศ เพื่อหวังว่าจะผลักดันให้ไทยก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้สามารถก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง พูดกันทุกวี่ทุกวันมา 3-4 ปี แต่ในกฎหมายที่จะมาควบคุมการครอบครองวัตถุอันตราย แม้กระทั่งร่างยังไม่เสร็จ แล้วมาคิดดูกว่าจะประกาศเป็นกฎหมายได้ต้องอีกกี่ปี ...คิดแล้วเพลีย

            อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องหันกลับมามองว่าความพร้อมของระบบราชการ การตรวจสอบ การป้องกันสาธารณภัยของประเทศไทยมีความพร้อมหรือไม่ และภาครัฐควรให้การสนับสนุนอย่างไร ซึ่งรองประธาน ส.อ.ท. งานสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรม เกรียงไกร เธียรนุกุล ได้มีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมานั้น กฎหมายมักจะเน้นการซ้อมภายในโรงงานและการอพยพ ซึ่งควรพิจารณาประเภทโรงงาน ที่ต้องมีการซ้อมร่วมกับหน่วยงานภายนอกหรือชุมชนข้างเคียง โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นที่มีโรงงานเคมีอยู่ภายในพื้นที่ จำเป็นต้องได้รับความรู้ในการวางแผนเตรียมการทั้งด้านทรัพยากรบุคคลและงบประมาณด้านนี้

            นอกจากนี้ยังระบุว่า ปัญหาโรงงานกับชุมชนในประเด็นการเกิดก่อนหรือหลัง ผมว่ามิใช่ต้นเหตุของปัญหา ประเด็นที่ต้องศึกษาปรับปรุงคือระบบผังเมือง ระบบการอนุญาตจัดตั้งโรงงาน รวมถึงการอนุญาตจัดสร้างหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ในส่วนโรงงานที่อยู่ภายนอกนิคมอุตสาหกรรม ต้องมีหลักเกณฑ์ที่เหมือนกับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม คือ การจัดตั้งโรงงานต้องมีระยะปลอดภัยโดยรอบโรง และส่วนงานท้องถิ่น ควรเป็นหลักในการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยสารเคมีสำหรับประชาชน

            และที่ขาดไม่ได้คือ การสื่อสารความรู้ถือเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งผู้ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ ผู้ประกอบการโรงงาน  เจ้าของสารเคมี จำเป็นต้องมีการอบรมความรู้ให้กับหน่วยงานภายนอกที่จะมีบทบาทสำคัญในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เจ้าหน้าที่องค์กรส่วนท้องถิ่น เจ้าที่ดับเพลิง โรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งควรจัดอบรมเป็นประจำทุกปี และมีการซ้อมเหตุฉุกเฉินร่วมกันด้วย

            อย่างไรก็ตาม เหตุเพลิงไหม้สารเคมีที่บริษัทหมิงตี้อย่าทำเป็นเพียงแค่บทเรียนหรือล้อมคอก หรือสั่งอย่างเดียวโดยไม่ตามผล กระทรวงอุตสาหกรรมต้องลงมาเร่งสร้างความปลอดภัย ดำเนินการอย่างจริงจัง จริงใจ ไม่โยนงาน ลดการทุจริต เลิกเล่นการเมืองโดยใช้ประชาชนเป็นตัวประกันเสียที เพราะถ้ายังทำแบบเดิมๆ การที่จะก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก็คงไปไม่ถึงฝันเป็นแน่.

บุญช่วย  ค้ายาดี


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"