"สงครามข่าว"ที่มองข้าม


เพิ่มเพื่อน    


               

                ก็ต้องให้กำลังใจกันแหละครับ...นาทีนี้่

                สำหรับคนทำงาน

                ทั้งทีมสาธารณสุข "แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์" ทีมอาจารย์แพทย์

                และทีมรัฐบาล

                "มีนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุข" เป็นทัพหน้า

                "ความผิดพลาด-บกพร่อง" สำหรับคนทำงาน มันเกิดขึ้นได้ ในทุกกิจการ ไม่ว่าในการรบทัพจับศึก หรือในกิจการงานใดๆ

                "ผิดพลาด" แล้วรีบ "พลิกแพลง-แก้ไข"

                ไม่เป็นไร อภัยกันได้ จิตอย่าตก

                ข้อสำคัญ อะไรที่ผิดพลาดไปจริงๆ ก็ยอมรับ อย่าแถ อย่าแก้ตัวคนละทาง-สองทางให้ประชาชนที่เคว้งคว้างเขาหมั่นไส้

                อย่างเรื่องจัดหาวัคซีน....

                โดยเฉพาะกรณี "แอสตร้าเซนเนก้า"  เป็นผิดพลาดที่เข้าใจได้ ว่าประเมินจากสถานการณ์ตอนนั้น ในการวางแผนจัดหา

                เมื่อสถานการณ์ระบาดพลิกผัน ด้วยไวรัสมันกลายพันธุ์ ความผิดพลาดเรื่อง "จำนวนวัคซีน" ที่สั่งและการจัดหา จึงเป็นเรื่อง "คาดไม่ถึง" ด้วยใหม่ต่อประสบการณ์

                หาใช่ประมาทหรือมีเจตนาแอบแฝง

                ก็เอาเถอะ สำหรับผมเข้าใจ แต่ที่เขาด่าว่า ก็ต้องทำใจ

                และจำไว้อย่าง....

                มีอะไร-ทำอะไร ที่ชีวิตชาวบ้านเป็นเดิมพัน รัฐบาลต้องบอกข้อมูลตรงๆ กับประชาชน

                ต้องยอมรับนะ เรื่องจัดหาวัคซีนที่ผ่านมา รัฐบาลทำอย่าง บอกประชาชนอีกอย่าง

                เมื่อความจริงมันฟ้อง เสียความรู้สึกชาวบ้านที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจนะ

                นายกฯ ท่านแคร์ "ความรู้สึกบริสุทธิ์" ของชาวบ้านมาก ผมเข้าใจว่า เมื่อถึงเวลา ท่านคงกล่าวขอโทษในฐานะผู้นำต่อกรณีข้อผิดพลาด-บกพร่องที่เกิดขึ้น

                ขอโทษ แล้วรีบช่วยกันแก้ไข และอย่าไปผลักให้บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าฯ เขากลายเป็น "แพะรับบาป"

                มันไม่แฟร์กับเขา....

                นักเลงจริงเขาไม่ทำกัน และคนไทยก็ไม่ชอบแบบนี้!

                ค่อยๆ ไปพูด ไปขอความเห็นใจจากเขา

                บอกเขาตรงๆ โควิดมันเป็นประสบการณ์ใหม่ในวงการสาธารณสุขไทย เราอาจประเมินสถานการณ์จากตอนกลางปี ๖๓ ไม่สอดคล้องกับความพลิกผันในปี ๖๔ ที่โควิดกลายพันธุ์

                คือเข้าใจว่าแค่ "ซิโนแวค" ก็รับมือไหว....

                แต่เมื่อโควิดกลายพันธุ์เป็นเดลตา ซิโนแวครับไม่ไหว การสั่งจองแอสตร้าเซนเนก้าด้วยจำนวน ๓-๖ ล้าน/เดือน จึงผิดเป้า

                ฉะนั้น ขอเถอะ....

                ไหนๆ โรงงานผลิตก็อยู่ในไทย ขอทั้งความเข้าใจและเห็นใจ เจียดแอสตร้าฯ" แต่ละเดือน" ให้ไทยมากที่สุด ถ้า ๑๐ ล้านโดส/เดือน ไม่ได้

                เฉพาะหน้า เพิ่มเอาไปปรุงเป็นสูตร "ต้มยำ" ซิโนแวค+แอสตร้าเซนเนก้า เดือนละซักอีก ๑-๒ ล้านโดส เป็น ๘ ล้านโดส/เดือนก่อน ก็ยังดี               

                ทั้งรัฐมนตรีอนุทิน ทั้ง นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ทั้ง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีควบคุมโรค หรือท่านใดที่ไปเจรจากับเขา

                ก็พูดกับเขาดีๆ ปากเป็นเอก-เลขเป็นโท เข้าไว้

                 อย่าเพิ่งไปใช้อำนาจนำหน้า เช่นว่า ถ้าไม่ได้ จะใช้กฎหมายควบคุมการส่งออก อย่างนั้น อย่าทำ..อย่าทำ

                เรื่องเฉพาะหน้า

                ๑.ไปพูดขอความเข้าใจกับเขาดีๆ เขาไม่ได้ผิด เราตะหากที่ "พลาด" เองแต่แรก

                ๒.รัฐมนตรีอนุทิน รีบทำภายใน คือติดต่อซื้อยี่ห้ออื่นๆ ให้ได้แน่นอนก่อนค่อยคุย กำขี้ให้ได้ก่อน ถ้ากำแค่ตด อย่าเพิ่งรีบนำมาคุย

                บทเรียนมีแล้ว ทบทวนบทเรียนบ้าง จะได้สอบไม่ตก!

                ๓.เมื่อทำทุกทาง จัดหาทุกทิศแล้ว จากนี้ ถึงธันวา.แน่นอนว่า ยังหาวัคซีนฉีดต่อเนื่อง ให้ได้ "ร้อยละ ๗๐" ยังไม่ได้

                ถึงตอนนั้น....

                เมื่อพูดกันแล้ว ขอกันแล้ว บริษัท แอสตร้าฯ ยังจืดจางน้ำใจ การ "ทุบโต๊ะ" ใช้กฎหมายควบคุมการส่งออก

                ค่อยเป็นหัวข้อ "ระดับรัฐบาล" ชั่งน้ำหนักด้วยดุลยพินิจ!

                แอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตในไทย สำหรับประเทศอาเซียนสั่งจอง ก็ต้องเห็นใจเพื่อนบ้านเขาด้วย การทุบโต๊ะไม่ใช่แค่การตัดคิว-แซงคิว

                นั่นมัน "ปล้นวัคซีน" เพื่อน อย่างที่อเมริกาทำตอนระบาดแรกๆ ประเทศตัวเองผลิตวัคซีนออกมาใช้ยังไม่ได้ เราไม่ชอบอย่างนั้น ก็อย่าไปทำกับประเทศอื่นเขา

                ตอนนี้ รัฐบาลรบศึกกี่ด้าน?

                รบกับฝ่ายโค่นล้ม

                รบกับภายในกันเอง

                นั่นเป็น "สงครามทางการเมือง"

                รบกับไวรัสแตกสายพันธุ์ นั่นเป็น "สงครามทางโรค"

                สองสงครามนี้ กำลังรบรัฐบาลและกำลังรบสาธารณสุข "การเมืองและการแพทย์" มีสมรรถภาพรับมือได้

                แต่อีกด้าน คือ "สงครามข่าวสาร"

                 ดูเหมือนรัฐบาลไม่ได้ความสำคัญนัก หรือให้ความสำคัญ แต่สมรรถนะหน่วยนี้่ ต้านการทะลวงตีของกองทัพเฟกนิวส์ไม่ได้เลย!

                ทุกสงคราม "ยึดเมือง-ยึดพื้นที่"....เรื่องเล็ก

                แต่สงครามข่าวสารไอที "ยึดประชาชน"....นี่เรื่องใหญ่!

                จะ "ข่าวจริง-ข่าวปลอม" หรือ "ข่าวปลอมผสมจริง" อย่าคิดว่า "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" แล้วใจเย็น

                ถูกต้อง...ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

                แต่ที่ใจเย็น ไม่แก้ไข นั่นแหละ "ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย!"

                ภูเขาทั้งลูก ยังแตกกร่อน เพราะน้ำเซาะ

                แล้วมีหรือ ที่....

                "ใจคน" ถูก "ข่าวจริงผมเท็จ-ข่าวเท็จผสมเสี้ยม" กรอกหู-กรอกตาทุกวัน ผ่านทางโทรทัศน์, เฟซ, ทวีต, ออนไลน์ หนังสือพิมพ์ จะไม่หวั่นไหว เอนไปทางเชื่อ และเบื่อหน่ายรัฐบาล?

                กฎหมายน่ะ มันใช้ได้ผลกับคนดีที่มีความผิดพลาดและเคารพกติกา

                แต่กับ "คนเลว-พวกโจร" โดยสันดาน กว่ากฎหมายจะใช้ได้ผล คนดีและบ้านเมือง "พังไปหมด" ก่อนแล้ว!

                ฉะนั้น ในยุคไอที-อินเทอร์เน็ต

                นักรบใน "กองทัพข่าวสาร" คือ ตัวชี้ขาดแพ้-ชนะในทุกสงครามใดๆ บนโลกยุคนี้

                "ครองสื่อเท่ากับครองโลก" นั่นความจริงครึ่งเดียว

                อีกครึ่งที่เขาขยักไว้ "ไม่พูด" คือ

                "ครองใจประชาชนเท่ากับครองทั้งสื่อครองทั้งโลก"!!!

                เรื่องรัฐบาลผสมที่มี "พลังประชารัฐ" เป็นแกนวันนี้ นั้น

                จะ "เลิก" วันไหน?  

                เห็นชัดกว่าเจาะรูข้างฝาดูห้องข้างๆ!

                ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น-ฝ่ายล่มชาติ ถือโอกาสเพลี่ยงพล้ำเรื่องวัคซีนตอนนี้ ยำตีนใส่นายกฯ กันครบรส

                นายกฯ ท่านไม่ห่วง "เรื่องอยู่-เรื่องไป" หรอก

                ห่วงแต่สถานการณ์เฉพาะหน้าเรื่องโควิดกับชีวิตพี่น้องประชาชนเท่านั้น

                บริหารสถานการณ์โควิดก็หนักพอแล้ว

                "ตัณหาพรรคร่วม" ที่เป็นปัญหาซ้อนเข้ามาในปัญหาที่ต้องบริหาร กระทั่งจากคนพลังประชารัฐเอง นี่มันขื่นใจ

                นายกฯ ตอนนี้ ยิ่งกว่าผจญ "ศึก ๑๐ ทิศ"!          

                ก็รู้ นายกฯ ไม่ถอย คำว่า "ถอดใจ" ไม่มีในพจนานุกรมประยุทธ์

                ไม่ใช่แค่นายกฯ เจอศึกนอก-ศึกใน แม้ทีมอาจารย์แพทย์เอง ด้วยจิตวิญญาณ แพทย์ "เพื่อประชาชนพ้นโรคภัย" มาช่วยในวิกฤตินี้

                ก็ยังไม่วายถูก "สายเลือดเดียวกัน" คาดคั้น-ปั่นกระแสเชิงทำลาย ประหนึ่งว่า ถ้าบ้านเมืองล่มสลาย ผู้คนล้มตายเพราะโรค จะเป็นเรื่อง "สมประสงค์-สบใจ" บางฝ่าย-บางคนซะอย่างนั้น!?
                ครับ...

                วันนี้ อาจคุยไม่ถูกใจท่าน ก็ไม่เป็น เพียงอยาก "ให้กำลังใจ" คนทำงานเท่านั้น

                ตราบที่ใจ "เพื่อชาติ-เพื่อประชาชน"

                "ถูก-ผิด" แล้ว "รีบแก้ไข" อภัยกันได้ครับ!

 

คนปลายซอย


ก็เพิ่งรู้.... ตอน "นายกฯ" กับ "ลุงป้อม" ลงพื้นที่นี่แหละว่า "ศรัทธา-บารมี" นักการเมือง เขาวัดกันตรง "จำนวน ส.ส." ที่แห่ห้อมล้อมตาม!

แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน