พท.โยงงบฯยุคถิ่นกาขาว!


เพิ่มเพื่อน    

  หลับในสภายังไม่จบ เพื่อไทย-นปช.สบช่องโยงเข้าสู่จินตนาการยุคถิ่นกาขาว ทำงานไม่ไหวก็ควรลาออกไปพักผ่อนเลี้ยงเหลนที่บ้าน "เหวง" บวกเลขฉับไวแบบงงๆ รัฐบาล คสช.ทำประเทศก็ขาดดุลงบประมาณเกือบ 2 ล้านล้าน ใช้งบถึงประมาณ 16 ล้านล้านในการสร้างความร่ำรวยให้มหาเศรษฐี 50 ราย รวยขึ้นอีก 5 ล้านล้าน ถ้าลุงตู่ไม่เข้ามา ประเทศไม่เกิดสงครามกลางเมือง

    นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่ 1 กล่าวถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลับในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องไม่สมควรแน่นอน เพราะเป็นการประชุมวาระสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ความผิดมหันต์ถึงขั้นจะให้ออก และหากดูเจตนาประกอบก็น่าเห็นใจ และเชื่อว่าท่านเหล่านั้นคงไม่อยากหลับในระหว่างประชุม เพราะถ้าอยากพักผ่อนจริงๆ ก็สามารถออกมานอกห้องประชุมได้ 
    "ท่านคงตั้งใจทำหน้าที่ จึงเข้าไปนั่งประชุม ถือเป็นเจตนาดี แต่ด้วยสังขาร อายุและโรคภัยประจำตัวที่คนในวัยเช่นนี้ย่อมมีกันทุกคน หรือเกือบทุกคนก็คงฝืนไม่ได้ และในที่สุดก็หลับ จนปรากฏภาพออกมา ดังนั้นการลงโทษก็สมควรที่เราจะต้องดูเจตนาและปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย"
    นายอลงกรณ์กล่าวว่า ในฐานะที่ผ่านงานการประชุมในสภามากว่า 20 ปี เห็นการหลับในสภาผู้แทนราษฎรมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่ได้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะเข้าใจว่าคนทำงานย่อมเหนื่อยล้าอ่อนเพลียกันบ้างเป็นธรรมดา หรือบางคนไม่สบาย แต่ยังอยากทำหน้าที่ในห้องประชุม ส่วนใหญ่ก็สะกิดให้ลุกไปนอกห้องประชุมและติเตือนกัน บางครั้งสื่อก็ถ่ายภาพออกมาก็ถูกวิจารณ์แบบนี้เหมือนกัน ส่วนการลงโทษนั้น พรรคที่สังกัดจะฟังคำชี้แจงของสมาชิกท่านนั้นๆ ก่อนว่ารับฟังได้หรือไม่ และท้ายสุดก็พิจารณาตักเตือน ไม่มีพรรคใดไล่ ส.ส.ออกเพราะเหตุหลับในระหว่างประชุม และจะดูความดีความชอบจากผลงานในอดีตมาประกอบการพิจารณาด้วย
       "ผมไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการหลับในสภา และเห็นด้วยว่าควรถูกลงโทษ แต่จะถึงขั้นลงทัณฑ์ให้ออก แบบหลับในสภาตายคาเก้าอี้นั้น รู้สึกจะรุนแรงเกินไปหรือไม่" นายอลงกรณ์กล่าว
พักสายตาย่อมทำได้
     นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ให้ความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การนำเสนอภาพนอนหลับ ไม่ใช่เรื่องที่สื่อฯ สร้างความขัดแย้งหรือเป็นเรื่องไร้สาระ แต่คือการทำหน้าที่ฐานะผู้ตรวจสอบที่ทำหน้าที่แทนประชาชนที่ สนช.ควรรับฟังและนำไปปรับปรุง แม้ สนช.ชุดปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนช.ต้องปฏิบัติหน้าที่ฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ดังนั้น สนช.พึงระมัดระวังพฤติกรรมของตนเองให้มาก
         เขาระบุว่า การงีบหลับ พักสายตาชั่วครู่ย่อมทำได้ แต่หากหลับจริงจัง อาจไม่ใช่พฤติกรรมที่เหมาะสมต่อสถานที่อย่างรัฐสภา และในฐานะที่ท่านทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน และตามข้อบังคับการประชุม และประมวลจริยธรรมของ สนช. ระบุชัดเจนว่าสมาชิกต้องให้เกียรติต่อสถานที่และมีพฤติกรรมที่เหมาะสม ดังนั้น หากถามว่าถ้าเกิดพฤติกรรมที่มีสมาชิกหลับแบบจริงจังเลยจะทำอย่างไร 
    "ผมคิดว่าประธานในที่ประชุมต้องเตือน โดยมาตรการรุนแรงที่สุดก็คือยื่นคำร้องและสอบสวนเรื่องจริยธรรม แต่ผมคิดว่าอาจไม่ต้องถึงขนาดนั้น หากแต่ละท่านระมัดระวังและเตือนตัวเองให้มากขึ้น"
         นายพรสันต์ยังระบุว่า ต่างประเทศเคยมีกรณีที่สมาชิกรัฐสภาหลับระหว่างการประชุม โดยสื่อต่างประเทศ ทั้งประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา,  ออสเตรเลีย นำเสนอภาพของสมาชิกรัฐสภาที่งีบหลับเผยแพร่จำนวนมาก อย่างที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสถานีโทรทัศน์นำเสนอรายงานเป็นสกู๊ปข่าวและสอบถามจากสมาชิกสภาคองเกรสที่นั่งหลัง รวมถึงวิเคราะห์วิจารณ์ถึงการกลับเข้ามาทำหน้าที่อีกสมัยหรือไม่
         ที่ประเทศอังกฤษมีข้อบังคับการประชุมว่าด้วย มรรยาทและการประพฤติตัวอย่างเหมาะสม ที่เขียนถึงหลักสำคัญคือ การตั้งใจฟังเพื่อนสมาชิกอภิปราย ที่ระบุเป็นคำที่ว่าให้ตระหนักว่าการประชุมนั้นมีการบันทึกภาพและถ่ายทอดอยู่ การบันทึกและถ่ายทอดไม่ได้บันทึกและถ่ายทอดเฉพาะผู้อภิปรายอยู่เท่านั้น แต่บันทึกและถ่ายทอดสมาชิกทุกคน
    ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา มีข้อบังคับบัญญัติไว้ในข้อบังคับการประชุมว่าด้วยสมาชิกต้องแสดงกิริยา ท่าทาง คำพูดที่เหมาะสม ให้เกียรติต่อสภา และฟังการอภิปรายหรือนำเสนอของเพื่อสมาชิกที่กำลังอภิปราย
ยุคถิ่นกาขาว
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนในฐานะอดีตสื่อมวลชน เห็นว่าการที่สื่อมวลชนรัฐสภาถ่ายภาพสมาชิก สนช.นั่งหลับไม่ใช่การตกแต่งภาพหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่เป็นภาพจริงที่เกิดขึ้น คำพูดล้านคำยังไม่เท่าภาพที่เห็น เพราะวันดังกล่าวมีการฟังผู้นำพูดเรื่องใช้เงินภาษีประชาชนในการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณฯ จริง หาก สนช.ได้ทำหน้าที่แทนประชาชนเจ้าของเงินภาษี ด้วยการอภิปรายให้ข้อคิด ทักท้วง ติดตาม ตรวจสอบ ในการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลติดต่อกันถึง 4 ปี เป็นเงินหลายล้านๆ บาทจนไม่รู้ว่าลูกหลานจะใช้หนี้หมดกันตอนไหน 
    "ผมเชื่อว่าคงจะไม่มีใครง่วงนอนอย่างแน่นอน ถึงแม้ สนช.คนไหนจะไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วย รัฐสภาก็มีแพทย์ พยาบาล หรือส่วนนั่งพักให้บริการ หรือไม่ไหวก็ควรลาออกไปพักผ่อนเลี้ยงเหลนที่บ้าน"
      นายจิรายุกล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สนช. ออกมาโทษว่าสื่อบิดเบือนนั้นว่า เพื่อนๆ สื่อจำนวนมากโทร.มาบ่นกับตนว่าหมดแล้วยุคนกน้อยในไร่ส้ม ยุคนี้มีแต่ยุคถิ่นกาขาว และนกน้อยในดงปืนที่ชื่นชมกลิ่นเผด็จการ นายสมชายเคยเป็นสื่อ แม้จะได้ดิบได้ดีจากการปฏิวัติรัฐประหาร ก็น่าจะมีรากฝอยของคนที่เคยได้รับเกียรติว่าเป็นฐานันดร 4 บ้าง นายสมชายควรเป็นโต้โผตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลอย่างถึงลูกถึงคน ทำหน้าที่แทนประชาชน และควรนึกถึงหน้าของชาวบ้านคนจนๆ ที่ต้องเสียภาษีให้พวกท่านเข้าไปนั่งชูคอในสภาที่พวกเขาไม่ได้เลือกด้วย
    “วันนี้สิ่งที่ประชาชนอยากฟังคือ การจัดทำงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นทุกปีต่อเนื่องมาถึง 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีแผนอย่างไรในการใช้หนี้ ควรใส่แผนการหาเงินใช้หนี้เข้าไปในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย ลูกหลานเติบโตขึ้นมาจะได้รู้อนาคตว่าจะต้องเป็นหนี้กี่ปี จะใช้หนี้อย่างไร หรือจะต้องขอกู้เงินจากกองทุนระหว่างประเทศ IMF อีกหรือไม่” นายจิรายุ กล่าว
    นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “นพ.เหวง โตจิราการ” ระบุว่า ดูบทบาทของรัฏฐาธิปัตย์ ครบทั้งนิติบัญญัติและบริหารเลยครับ ลุงตู่ถามว่า ถ้าลุงไม่เข้ามาจะเกิดสงครามกลางเมืองหรือเปล่า?
        ผมขอตอบว่า ไม่เกิดครับ เพราะ กปปส.เริ่มอ่อนแรง ไฟเริ่มโรยลาแล้วครับ รัฐบาลรักษาการก็จะสามารถจัดการกับ กปปส.ตามกฎหมาย (ไม่ส่งกำลังทหารไปฆ่าประชาชนสองมือเปล่าเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์-สุเทพดอกครับ)
สงครามกลางเมือง
        จากนั้นก็แสวงหาวิธีแก้ปัญหาการเลือกตั้งที่ถูกทำลายโดย กปปส. ซึ่งมีลู่ทางอีกมากมายที่จะทำได้ ประเทศก็เข้าสู่ครรลองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างปกติ ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนมาบริหารประเทศ
         ประเทศก็ไม่ต้องขาดดุลงบประมาณเกือบ 2 ล้านล้าน ไม่ต้องใช้งบถึงประมาณ 16 ล้านล้านในการสร้างความร่ำรวยให้มหาเศรษฐี 50 ราย รวยขึ้นอีก 5ล้านล้าน (เกือบหนึ่งในสามของงบประมาณกว่าสี่ปีของลุงตู่เลยครับ)
         ไม่ต้องทนอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ใส่ประชาชนและสื่อมวลชนซ้ำๆ ซากๆ ทวงบุญคุณกับประชาชนกับประเทศทั้งๆ ที่สิ่งที่ทำนั้นเลวร้ายกว่าเดิมทั้งสิ้น (ไม่ว่าประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน ทุ่มเงินลงไปสู่ท้องถิ่นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เช่น ตำบลละห้าล้าน หมู่บ้านละสองแสน สามแสน ไทยนิยม กว่าสามแสนล้าน ฯลฯ)
        แต่ผลที่ได้คือ หนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม การค้ารายย่อยพินาศเพิ่มจำนวนมาก และหนักหน่วงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
         นี่ครับ ถ้าลุงตู่ไม่เข้ามา ประเทศไม่เกิดสงครามกลางเมือง
        ตรงข้าม กลับจะสามารถเดินไปบนครรลองประชาธิปไตย และสร้างความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งให้กับราษฎรได้ ไม่อายบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างแน่นอน
    ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีการเปิดทำเนียบรัฐบาลให้การต้อนรับกลุ่มชาวนาและมวลชนที่ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ม็อบหรือกลุ่มใดที่สนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหาร จะได้รับการต้อนรับอย่างดีถึงในทำเนียบรัฐบาล แต่กลุ่มใดที่เรียกร้องประชาธิปไตยหรือเรียกร้องให้แก้ไขความเดือดร้อน จะถูกจับหรือถูกไล่ออกไป
        “ไหนบอกว่าจะเข้ามาสร้างความปรองดองในประเทศ การกระทำเยี่ยงนี้น่ะหรือคือการสร้างความปรองดอง การใช้อำนาจและการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม คือการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง นับวันความไม่เป็นธรรมได้ปรากฏชัดขึ้นทุกวัน จากการบริหารประเทศที่เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ คงถึงเวลาที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาทวงคืนอำนาจ จากเผด็จการทหารเสียของ เห็นด้วยกับผมใช่ไหม?”.


 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"