สธ.ขอโทษจัดหาวัคซีนไม่พอ


เพิ่มเพื่อน    

ศบค.เพิ่มกลุ่มเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์-น้ำหนักเกิน 100 กก. วอล์กอินฉีดวัคซีนได้ทันที
"สธ." เร่งหาวัคซีนทุกทางให้ได้ 100 ล้านโดสปีนี้ เตรียมเจรจาเข้าโคแวกซ์ปี ’65 "ผอ.สถาบันวัคซีนฯ" ขออภัย ปชช. ​จัดหาวัคซีนได้ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ "คณบดีศิริราช" ชูงานวิจัยต่างประเทศฉีดไขว้สลับวัคซีน 1 พันคนไม่มีผลข้างเคียง
    เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 257,831 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม 14,805,120 โดส ส่วนทางกรุงเทพมหานครขอให้ประชาชนลงทะเบียนไทยร่วมใจ โดยพบว่าการให้ผู้สูงอายุได้ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนนั้น มีผู้เข้ามาลงทะเบียนค่อนข้างน้อย จึงขอฝากสื่อมวลชนได้ประชาสัมพันธ์ให้บุตรหลานนำผู้สูงอายุเข้าสู่ระบบรับการฉีดวัคซีนเพื่อลดอัตราเสี่ยง 
    "ที่ประชุม ศบค.พูดคุยถึงเรื่องการให้วัคซีน โดยกรมควบคุมโรคสรุปว่ามีการเพิ่มหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ให้ได้รับการฉีดวัคซีนด้วย และหญิงท่านใดที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน แต่มีประวัติไม่แน่ใจว่าจะตั้งครรภ์ ขอให้ไปตรวจครรภ์ก่อนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน และจะมีการเพิ่มหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์บวกเข้าไปในกลุ่มเสี่ยง คือสูงอายุ 7 กลุ่มโรค ดังนั้นกลุ่มโรคเสี่ยงก็จะเพิ่มเป็น 8 โรค" พญ.อภิสมัยกล่าว
    ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับการให้วัคซีนกับคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนั้น จากนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นคนต่างชาติที่จะเป็นคู่สมรสของคนไทย หรือเป็นผู้ประกอบอาชีพอยู่ในประเทศไทยในบริษัทต่างๆ มีถิ่นพำนักในประเทศไทย จะได้โอกาสไปลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน โดยเบื้องต้นจะเป็นที่ SCG ดังนั้นขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารด้วยว่าจะต้องลงทะเบียนอย่างไร ส่วนของนักเรียนไทยที่มีกำหนดเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ วันนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปที่จะมานำเรียนในลำดับต่อไป  
    ส่วน นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การที่มีผู้ติดเชื้อโควิคเพิ่มมากขึ้น ทำให้ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อห่วงกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป หากกลุ่มดังกล่าวได้รับการฉีดวัคซีนโควิดจะสามารถลดการติดเชื้อ ลดป่วยรุนแรง และลดการเสียชีวิต จึงเปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 1 ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่ตั้งครรภ์มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป โดยจะต้องแสดงเอกสารการตั้งครรภ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ และผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป ทั้งนี้ ไม่รวมผู้ติดตาม โดยสามารถวอล์กอินรับบริการฉีดวัคซีนโควิดได้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ตั้งแต่ 22-31 ก.ค.เวลา 09.00-17.00 น.
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงกรณีมีหญิงสาวเสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีนสลับชนิดว่า หลังจากประเทศไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิดตั้งแต่เดือน มี.ค.-ปัจจุบัน ฉีดไปแล้ว 14.8 ล้านโดส มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับผู้รับวัคซีน และต่อมามีรายงานการเสียชีวิตประมาณ 229 ราย คิดเป็น 16 ต่อ 1 ล้านคนที่ฉีดวัคซีน ส่วนใหญ่เป็นคนที่ได้รับวัคซีนอยู่ในระยะ 1 เดือนหลังรับวัคซีน โดยมีการติดตามข้อมูลและผลการพิจารณาสาเหตุ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีการแถลงอยู่เป็นระยะ ส่วนใหญ่เมื่อคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลโดยละเอียด ทั้งข้อมูลการฉีดวัคซีน อาการที่เกิดขึ้น ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงผลการชันสูตรศพไม่พบว่ามีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีนโดยตรง แต่มีโรคร่วม ซึ่งที่พบบ่อยคือโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
ขออภัยวัคซีนไม่เพียงพอ
    "รายนี้พบว่าเป็นครู มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง มี BMI 31 ฉีดวัคซีนเข็มแรกเป็นซิโนแวค เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เข็มที่ 2 ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ สธ.​โดยคำแนะนำของคณะผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พิจารณาจากข้อมูลผลการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันที่ให้มีการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายของซิโนแวค และตามด้วยไวรัลเวกเตอร์ของแอสตร้าฯ ห่างกัน 3 สัปดาห์ จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่เร็วภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีดเข็ม 2 ซึ่งจนถึงวันนี้มีการฉีดวัคซีนสลับชนิดมากกว่า 84,000 คน โดยกรณีครูอายุ 39 ปี เป็นรายแรกที่มีการเสียชีวิตคิดเป็นอัตรา 1 ในแสนของผู้ฉีดวัคซีน ซึ่งยังต้องหาสาเหตุต่อไป อย่างไรก็ตามแพทย์ได้มีการตรวจเบื้องต้นและมีการชันสูตรที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จะทราบผลในเร็ววันนี้" นพ.โสภณกล่าว
    เมื่อถามถึงแผนการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดสในปี 2564 รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขการฉีดวัคซีนเฉลี่ยวันละ 3 แสนโดส ซึ่งมีทั้งเข็มที่ 1 และ 2 ซึ่งตามอัตรานี้จะเฉลี่ยเดือนละประมาณ 9 ล้านโดส ฉะนั้น ความเร็วก็จะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการฉีดซึ่งเราพิสูจน์แล้วว่าเรามีศักยภาพมาก ขั้นต่อไปคือการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ ที่ผ่านมาเราได้เจรจาจัดซื้อ รวมถึงวัคซีนที่ได้รับบริจาคมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ เรายังได้ดำเนินการจองซื้อเพิ่มเติมอีก เช่น กรณีไฟเซอร์ 20 ล้านโดส เราก็มีความพยายามในการเจรจาให้มีการส่งมอบเร็วขึ้น หรือไม่ก็เป็นการจองซื้อเพิ่มในกรณีที่ทางบริษัทสามารถโยกวัคซีนมาจากสถานที่อื่น รวมทั้งวัคซีนตัวใหม่ๆ ด้วย
    “ดูถึงขณะนี้ที่ฉีดไปแล้ว 14.8 ล้านโดส ในเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ตั้งแต่ 7 มิ.ย. ก็ยังเป็นไปตามแผนอยู่ ดังนั้น สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมคือ การจัดหาวัคซีนให้มีมากเพียงพออย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส”รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว 
    ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ​ศิริ​ลักษณ์​ อธิบดี​กรม​วิทยา​ศาสตร์​การแพทย์​ กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดว่า เราเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่ยังรอคอยวัคซีน​อยู่ โดยข้อมูล​บางอย่างที่ได้มีการพูด​กันอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น เราไม่มีระบบกลไกที่ดีในการจัดหาวัคซีน ทำงานไม่มีระบบ หรือวัคซีนไม่มีคุณภาพ ซึ่งหลายเรื่องไม่ค่อยเป็นธรรมกับผู้ทำงานกันอย่างหนักหน่วง เมื่อสิ่งที่เราดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ท่านคาดหวัง​ ท่านจะโยนข้อหาทุจริต เงินทอน โดยไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ทำงาน ยืนยันว่าขณะนี้ สธ.ตรวจ​สอบ​ได้ เราไม่มีเรื่องทุจริตอย่างเด็ดขาด
    "ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในทีมคณะ​ทำงาน​ เราทำบนหลักฐานวิชาการ การบริหาร ข้อแนะนำใดๆ ที่มีให้เราในทางที่เป็นประโยชน์เพื่อปรับปรุงการทำงานเราน้อมรับ เพียงแต่ข้อแนะนำบางอย่างอาจจะไม่เป็นธรรม ขอให้นึกถึงสถานการณ์​ในวันที่เราตัดสินใจล่วงหน้า ที่หลายเรื่องเราไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ เช่น ที่มีการโจมตีวัคซีนซิโนแวค ถ้าเดือน ก.พ.2564 เราไม่มีซิโนแวคฉีดให้กับประชาชนจะเกิดอะไรขึ้น และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าคนที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็มจำนวนมากไม่ป่วยหนัก  จึงขอให้ท่านพิจารณาอย่างครบถ้วน เราพร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อให้ได้วัคซีนมาตามที่ควรจะเป็นมากที่สุดเท่าที่เป็นไปตาม" อธิบดี​กรม​วิทยา​ศาสตร์​การแพทย์​กล่าว
    ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติทำหน้าที่ในการเจรจาจัดหาและติดต่อกับผู้ผลิตวัคซีน​ เราพยายามหาช่องทางจองซื้อวัคซีนล่วงหน้า แม้ว่าจะเป็นวั​คซีนที่อยู่ขั้นตอนการวิจัยก็ได้หาช่องทาง จนกระทั่งมีการออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุข​ ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติมาตรา 18 (4) ที่จะเปิดให้สถาบันวัคซีน​ฯ ทำหน้าที่ในการจองวัคซีนล่วงหน้าที่อยู่ในขั้นการวิจัย จึงเป็นที่มาที่ทำให้เราสามารถจัดหาวัคซีนแอสตร้าฯ​ ที่เป็นการจองล่วงหน้า ตั้งแต่เริ่มต้นในเดือน ส.ค.2563 และจำนวนวัคซีนที่ได้เป็นจำนวน 61 ล้านโดส 
    "ในแต่ละครั้งในการเสนอการจัดหาวัคซีนใดๆ ก็ตาม เมื่อเรามีข้อมูลจากการได้เจรจาพูดคุยกับผู้ผลิตวัคซีน ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะทำงานและคณะกรรมการจัดหาวัคซีน เพื่อให้เกิดการตัดสินใจ​ในเชิงการบริหาร เพราะว่าไม่สามารถดำเนินการได้โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากมีความเกี่ยวพัน​ในเรื่องงบประมาณ ความผูกพัน​ด้านสัญญา จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เป็นที่มาที่การจัดหาวัคซีนไม่ทันตามจำนวนที่ควรจะเป็นได้ ทั้งหมดเป็นข้อจำกัดที่มี จึงขออภัยที่สถาบันวัคซีน​ฯ จัดหาวัคซีนได้ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์" นพ.นครกล่าว
ศิริราชยันสลับวัคซีนได้ผล
    ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติกล่าวว่า  แผนการจัดหาวัคซีนโควิดระยะต่อจากนี้ สถาบันวัคซีนฯ ได้พยายามจัดหาวัคซีนสำหรับปีนี้และปี 2565 เพิ่มเติม โดยในปี 2565 จะมีการจัดหาจำนวน 120 ล้านโดส โดยจะพิจารณาดำเนินการกับผู้ผลิตวัคซีนที่มีการดำเนินการผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ตอบสนองต่อไวรัสกลายพันธุ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีการส่งมอบได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เร่งดำเนินการ เพราะไม่สามารถรอเวลาได้ จึงต้องจองวัคซีนล่วงหน้า ภายใต้การจัดหาวัคซีนก็จะมีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย 
    "อยากเรียนให้ทราบว่าเรายังอยู่ในขั้นตอนของการเข้าร่วมกับโครงการโคแวกซ์​ (COVAX) แต่ยังไม่ได้มีการลงนามในการทำความร่วมมือการจัดหาวัคซีนร่วมกัน โดยสถาบันวัคซีน​ฯ ได้เตรียมการเริ่มเจรจา และส่งข้อความประสานงานหน่วยงานที่ชื่อว่าองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนกาวี (Gavi) ในการที่ขอเจรจาจัดหาวัคซีน​ร่วมกันกับโคแวกซ์ โดยมีเป้าหมายในการได้รับวัคซีนปี 2565 เพิ่มเติมจากการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนโดยลำพัง ทั้งนี้ เมื่อมีข้อสรุปชัดเจน จะนำเสนอผ่านคณะทำงานที่เกี่ยวข้องต่อไป" ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติกล่าว
    นพ.นครยังกล่าวอีกว่า ข้อแนะนำในการสนับสนุนการวิจัยในประเทศ​ ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี ก็จะมีการแสวงหาความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต​วัคซีน​ในต่างประเทศที่จะมีความประสงค์ในการขยายการผลิตวัคซีนในแบบฟอร์ม​อื่นๆ ซึ่งอยู่ช่วงของการเร่งรัดแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการร่วมดำเนินการ ประสานงานที่จะดูทิศทางการดำเนินงานร่วมมือกับต่างประเทศ และการวิจัยวัคซีนต้นแบบของประเทศที่ได้มีการสนับสนุน​อยู่ ทั้งรูปแบบ mRNA วัคซีน ของคณะแพทยศาสต​ร์จุฬา​ลง​กร​ณ์มหาวิทยาลัย​ องค์การ​เภสัชกร​ และอื่นๆ โดยอยู่ระหว่างรอผลวิจัย
    วันเดียวกัน นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวประเด็นวัคซีนโควิด-19 ผ่านระบบออนไลน์ว่า ปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา เพราะปีนี้เรามีสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ซึ่งแพร่ระบาดเร็ว และทั่วโลกเจอเหมือนกัน สำหรับในไทย ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค พบว่ายังมีอัลฟา (อังกฤษ) โดยเดลตากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเบตา (แอฟริกาใต้) มีอยู่บ้างส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ ส่วนแลมบ์ดายังไม่มีเข้ามา
    นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับวัคซีนโควิด-19 ปัจจุบันมี 4 แพลตฟอร์มใหญ่ๆ คือ ชนิด mRNA ไวรัลเวกเตอร์ โปรตีนซับยูนิต ซึ่งยังไม่ได้เข้ามา และวัคซีนเชื้อตาย ข้อมูลต่างๆ ที่มีตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตอนนั้นยังไม่มีสายพันธุ์เดลตา ซึ่งช่วงนั้นต้องหาวัคซีนให้ได้โดยเร็ว เพราะเริ่มมีการแพร่กระจายโรค และเวลานั้นวัคซีนแอสตร้าฯ ยังไม่ได้ตามต้องการ ขณะนั้นซิโนแวคก็ช่วยเราได้ดี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน 
    นอกจากนี้ สำหรับปรับรูปแบบการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 ซิโนแวค วัคซีนชนิดเชื้อตาย ซึ่งกระตุ้นบีเซลล์ได้ 3 สัปดาห์ แล้วตามด้วยแอสตร้าฯ เป็นเข็ม 2 กระตุ้นทีเซลล์ รวมเวลา 5 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันจะเพิ่มสูง เพียงพอป้องกันสายพันธุ์เดลตา ลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ส่วนการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม แต่ต้องเว้นระยะ 10-12 สัปดาห์ และขณะนี้พบว่าแอสตร้าฯ เข็มเดียวไม่เพียงพอป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา การฉีด 2 เข็มกว่าจะมีภูมิคุ้มกันต้องใช้เวลามากถึง 14 สัปดาห์ ขณะนี้ทั่วโลกมีวัคซีนรุ่นที่ 1 และกำลังมองหาวัคซีนรุ่นที่ 2 เพื่อครอบคลุมการกลายพันธุ์ ซึ่งจะออกมาในปี 2565 สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ไปคุยกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เตรียมจองซื้อวัคซีนรุ่นที่ 2 แล้ว 
    "ระหว่างนี้อีก 6-7 เดือนนี้จะทำอย่างไรให้คนไทยปลอดภัย นั่นคือการจับคู่วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ดีพอ ให้ปลอดภัยจากสายพันธุ์เดลตา การฉีดวัคซีนแบบไขว้สลับชนิด เชื้อตายกับไวรัลเวกเตอร์ มีการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลออกมาตรงกันคือภูมิคุ้มกันขึ้นสูงและปลอดภัย ก่อนที่จะมีการปรับสูตร ได้ฉีดไขว้สลับชนิดไปแล้วกว่า 1,000 คน ไม่มีรายงานผลข้างเคียง วัคซีนไขว้สลับชนิดจึงมีหลักฐานทางวิชาการ ยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ฯ กล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.