หมอวิเคราะห์ ความพลาดของรัฐบาล 'ถึงล็อกดาวน์  เจ็บแต่ไม่จบ '


เพิ่มเพื่อน    


22 ก.ค.64-นพ.วัฒนพงศ์ สุภามงคลชัยกูล แพทยจากรพ.สรรพสิทธิ์สิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ติดตามสถานการณ์การระบาดโควิด 19  และวิเคราะห์ข้อมูล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
  · 
ปริมาณการส่งตรวจ PCR  กับ สถานการณ์ระบาดของโควิด
 เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขั้นตอนการควบคุมระบาด 
1 ในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือ การตรวจคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อออกจากสังคม เพื่อทำให้ไม่สามารถแพร่เชื้อต่อให้ผู้อื่น หยุดตัดตอนการระบาด ดังนั้นการปูพรมตรวจเพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากสังคม จึงเป็นมาตรการที่สำคัญไม่แพ้กับการล็อกดาวน์ ตามที่เคยโพสไว้เมื่อนานมาก
https://www.facebook.com/watthanapong.suphamongkholchaikul/posts/5721606504548005
จะเห็นว่าแทบจะไม่มีประเทศไหนตรวจน้อยแล้วเจอเยอะ เพราะโรคนี้ถ้าไม่ตรวจ อาจจะไม่เจอ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ สำหรับเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งมีความสามารถในการแบ่งตัวมากขึ้น ทำให้แพร่เชื้อก่อนที่จะมีอาการได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมถ้าประเทศไหนตรวจน้อยแล้วเจอเยอะแสดงว่า เชื้อชุกชุมมาก ตรวจไปที่ไหนก็เจอ 
การแพทย์กำลังจะล่มสลายและไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ ซึ่งอัตราการเจอเชื้อในสิ่งส่งตรวจ เราเรียกว่า positive rate  คือ ส่งไป 100 คน เจอกี่คน
ประเทศอังกฤษ ตาม ref 1 อยู่ ที่ 4.5%
Indo อยู่ที่ 25-30% ref 2
สามารถดูภาพรวมทั่วโลกได้จาก ref 3
ค่า Positive Rate ยังบอกได้ถึง ปริมาณการตรวจที่เพียงพอ  ถ้าตรวจพอตัวหารจะเยอะ ทำให้ percent positive rate จะไม่สูงโดยปกติตามเกณฑ์ WHO  ตัดที่ < 5% ถึงจะเรียกว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมการระบาดได้
แล้วของประเทศไทยตอนนี้ Positive วันละเท่าไหร่ตามข้อมูลเดิม ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ref 4
ก่อนหน้าวันที่ 26 มิถุนายน  ประเทศไทยตรวจได้วันละประมาณ 6-7 หมื่นเทสต่อวัน มีอัตรา Positive Rate ที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ  ในทุกเขต โดยเฉพาะเขต กทม และปริมณฑล แต่เขตอื่นๆ ยังไม่เกิน 5% เป็นส่วนใหญ่แต่หลังจากวันที่ 26 มิถุนายนเป็นต้นมา 
ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ได้อัพข้อมูลเพิ่มเติมอีกเลย เพิ่งมาลงข้อมูลในเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
ผลปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม ตรวจ 4.5 แสน เทส ต่อ 14วัน หรือ เหลือเพียง วันละ 32185 Test ต่อวัน  น้อยกว่าช่วงที่ระบาดไม่หนักถึงครึ่งนึง  


โดยที่หายไป เป็นในส่วนของ รร.แพทย์และเอกชนอันเป็นผลจากนโยบายที่  ถ้าที่ไหน ตรวจแล้วเจอเชื้อ ต้องรับ admit ทำให้ไม่ตรวจกัน เชื้อยิ่งระบาดหนัก นับว่าเป็นนโยบายที่...ส่งตรวจน้อยยังไม่พอ  แถม Positive Rate เกิน 5% ในทุกเขต ยกเว้นเขต 1 และเขต 11  ทั้งที่ก่อนหน้า มีเพียงไม่กี่เขต ที่เกิน 5 % 

 เขตที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ใคร  คือเขต10 ของของผมนี่เอง ตรวจน้อยมากเพียง วันละ 380 เทส แต่ positive สูงถึง 9.7% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากนโยบาย การกระจายเชื้อแบบมีประสิทธิภาพของรัฐบาลที่จะพยายาม drain ผู้ป่วยที่ภูมิลำเนากลับบ้านแบบไม่มีมาตราการรองรับ


ต่างคน ต่างทำ ไร้ระบบระเบียบแแบบแผน  ต่างพยายามสร้างภาพ รับคนกลับบ้าน  โดยที่ไม่คำนึงถึงศักยภาพในแต่ละพื้นที่จนรพ. ตจว ต่างๆก็เต็มจนเริ่มพบการแพทย์เกินขีดจำกัดในหลายๆจังหวัด เรียกว่า พังพร้อมกันทั้งประเทศ


แทนที่จะ Localized infection ให้ไม่กระจาย กลับเลือกกระจายเชื้อแบบมีประสิทธิภาพ จนเกิด  Septicemia และ Disseminated  เรียกได้ว่า แดงทั้งแผ่นดินจากนโยบาย ทั้งกระจายเชื้อ + ลดการตรวจเพราะต้องรับ Admit ทำให้ไทย พลาดโอกาสทองอีกครั้งในการควบคุมการระบาดดังเช่นที่เคยพลาดมาแล้วกับการที่ ไม่ Lockdown ช่วงสงกรานต์ 


ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาล ยังไม่เพิ่มศักยภาพ ความง่ายในการเข้าถึงการตรวจ pcr รวมถึงรีบ rollout การตรวจ Rapid Ag test kit   เพื่อคัดแยกคนที่ติดเชื้อออกจากชุมชน  แนะนำวิธีการตรวจเพื่อลดโอกาสเกิด False negativeการล็อคดาวจะไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเชื้อกระจายไปทั่วประเทศและเกือบทุกหย่อมหญ้าแล้ว

 

เจ็บแต่น่าจะไม่จบแน่นอน เพราะเรายังไม่สามารถแยกผู้ที่มีเชื้อออกจากชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พอเปิดเมืองอีกครั้ง คนที่ยังมีเชื้อก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้อย่างต่อเนื่องให้แก่ชุมชน แล้วอัตราPositive Rate  ก็จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เดินตามรอยประเทศอื่นๆ อย่างเช่น อินโดนีเซียที่พลาดมาแล้ว
Ref:
1. https://coronavirus.data.gov.uk/
2. https://www.cnnindonesia.com/.../sepekan-positivity-rate...
3. https://ourworldindata.org/.../positive-rate-daily-smoothed
4. http://nextcloud.dmsc.moph.go.th/index.php/s/wbioWZAQfManokc
5. https://www.who.int/


ตลก "สาระที่สุด" ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ตลก "ป๋าเทพ โพธิ์งาม" ส่วนตลกไร้สาระและ "บัดซบที่สุด" ต้องตลก "โทนาฟ โคแดง"!

เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"