
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้เรียกว่าเข้าขั้น “วิกฤติ” จากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่และยอดผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ในระดับสูงจนน่าเป็นห่วง ยิ่งขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงจากโควิด-19 เพิ่มขึ้น จากสายพันธุ์ของไวรัสที่รุนแรงขึ้น การกลายพันธุ์ต่างๆ จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญกดดันการควบคุมการแพร่ระบาดให้อาจทำได้ยากมากขึ้น แต่หลายฝ่ายก็ยังเห็นตรงกันว่า ทางรอดสำคัญของวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ก็คือ “วัคซีน” ทั้งในส่วนของการเร่งการจัดหา และเร่งการกระจายวัคซีนสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงนั่นเอง
“ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)” ระบุว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ๆ รวมถึงสายพันธุ์ที่แรงขึ้น และการกลายพันธุ์ของไวรัส อีกทั้งปัจจัยเสี่ยงเรื่องการจัดซื้อและกระจายวัคซีนที่ล่าช้ากว่าคาดการณ์มาก จะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ หรือลดการเดินทางเพื่อควบคุมการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกได้
ทั้งนี้ เวิลด์แบงก์มองว่า การเร่งจัดซื้อและกระจายวัคซีนจะเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นตัวกำหนดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะนโยบายการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการบริโภคในภาคบริการของไทยด้วย ขณะที่ภาคการคลังแม้ปัจจุบันจะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง และยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการดำเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจ แต่ในระยะข้างหน้าการใช้นโยบายการคลังแบบเฉพาะเจาะจง เน้นให้ความช่วยเหลือให้ตรงกลุ่มเป้าหมายจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะทรัพยากรทางการคลังจะถูกจำกัดมากขึ้นจากการระบาดที่ยังยืดเยื้อ
โดยยังมี 3 ปัจจัยสำคัญกับภาพรวมของเศรษฐกิจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1.จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่ 2.การจัดซื้อและเร่งกระจายวัคซีนไปสู่ประชาชน และ 3.การกลับคืนมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะที่ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” เอง ก็มองว่า การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาที่กลายมาเป็นสายพันธุ์หลัก อาจจะทำให้การระบาดในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาดการณ์ การระบาดเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ประสิทธิผลของวัคซีนหลายๆ ตัวสำหรับป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาก็อาจจะลดลง ส่งผลให้การบริหารจัดการทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ “วัคซีน” ยังกลายมาเป็นอีกประเด็นสำคัญสำหรับแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ด้วย ซึ่งวัคซีนที่ได้มาและการกระจายวัคซีนที่จะเป็นตัวสะท้อนระยะเวลาในการได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศไทย โดยหากมองจากสถานการณ์ปัจจุบันการได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ยังคงอีกไกล และเมื่อรวมปัจจัยเรื่องความร้ายแรงของสายพันธุ์ไวรัส ทำให้สัดส่วนประชากรที่ต้องได้รับวัคซีน ความเร็วในการกระจายวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.ค.2564 พบว่ามีประชากรได้รับวัคซีนเข็มแรก 15% และเข็ม 2 เพียง 5% เท่านั้น
แน่นอนว่าหากสามารถจัดหาและกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอให้กับประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ก็จะช่วยลดทอนความเสี่ยงของการเกิดการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ๆ ในอนาคตได้ อีกทั้งยังจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในการช่วยฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการเปิดประเทศ และยังเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนอีกด้วย
แต่ในมุมกลับกัน หากปฏิบัติการด้านวัคซีนยังทำได้ไม่ดีพอ ทั้งในแง่ของการจัดหา และการเร่งกระจายวัคซีนสู่ประชาชน โอกาสในการระบาดระลอกใหม่ๆ ก็มีมากขึ้น ระยะเวลาในการได้ภูมิคุ้มกันหมู่ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจก็ทำได้ยากขึ้นด้วยเช่นกัน นั่นหมายถึงความเสี่ยงในการที่รัฐบาลอาจจำเป็นต้องใช้ “มาตรการล็อกดาวน์” ในระยะถัดๆ ไปก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในระดับใดก็ตาม ย่อมสร้างความเสียหายให้กับภาพรวมเศรษฐกิจอย่างแน่นอน
แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามเร่งเรื่องการกระจายวัคซีน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง แต่ก็ควรทำควบคู่ไปในหลายๆ มิติ ทั้งในกลุ่มแรงงานและประชาชนทั่วไปควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดกับภาพรวมเศรษฐกิจได้บ้าง.
ครองขวัญ รอดหมวน
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |