ไทยไม่ทนร่วมลุย คาร์ม็อบไล่‘บิ๊กตู’ ‘เต้น’ปลุกไซเบอร์


เพิ่มเพื่อน    

ไทยไม่ทนประกาศร่วมคาร์ม็อบไล่ "บิ๊กตู่" 1 ส.ค.นี้ "ณัฐวุฒิ" ชวนนักรบไซเบอร์ติดแฮชแท็กขับไล่ประยุทธ์ ลั่นหมดสภาพรับมือโควิด "เทพไท" แนะลาออกดีกว่ายุบสภา เดือนเดียวได้รัฐบาลใหม่
    เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ สน.ชนะสงคราม นายวีระ สมความคิด  เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน พร้อมด้วยแนวร่วมคนอื่นๆ เช่น นายเศวต ทินกุล, นายวสันต์ สิทธิเขตต์ และ  น.ส.วรรณพร ฉิมบรรจง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจ หลังถูกออกหมายเรียกคดีชุมนุมสวนสันติพรในวันที่ 4-7 เมษายนที่ผ่านมา  ซึ่งถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีฐานละเมิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยขัดคำสั่งฉบับที่ 5 เนื่องจากร่วมกันชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัด ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19
    นายวีระเปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีทางการเมืองที่รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้กลั่นแกล้งผู้ชุมนุม เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ามีคนติดโควิด-19 จากการชุมนุม ซึ่งสอบถามพนักงานสอบสวนแล้วว่าได้ตรวจสอบก่อนออกหมายเรียกหรือไม่ และการชุมนุมครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มีการตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร่วมกิจกรรม และวันนี้ตนอาจดำเนินคดีกับตำรวจฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกหมายเรียกตน
    แกนนำกลุ่มไทยไม่ทนระบุด้วยว่า หลังจากนี้กลุ่มไทยไม่ทนยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมปราศรัย โดยวันที่ 1 ส.ค.นี้จะร่วมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด จัดกิจกรรมคาร์ม็อบนถนนวิภาวดีฯ ไล่นายกฯ ด้วย
    ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์คลิปและข้อความลงเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า "กว่า 15 ปีของความขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจและโอกาสมากที่สุดในการแก้ปัญหา เป็นหัวหน้า คสช.อำนาจเบ็ดเสร็จ 5 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีที่ภูมิคุ้มกันเกิน 100% อีก 2 ปีครึ่ง ล้มเหลวทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม กลวง ลวง กะล่อน  หยาบคาย ไร้วุฒิภาวะ ไม่เคยยอมรับความผิดพลาด โยนทุกอย่างลงบ่าประชาชน หมดสภาพรับมือโควิด-19 วัคซีนน้อย คนตายเกลื่อนถนน  กิจการพินาศ สูญสิ้นความเชื่อมั่น ไม่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะยิ่งเลวร้าย  คนไทยสิ้นหวัง ขอประกาศขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ติดแฮชแท็ก #ไล่ประยุทธ์  ทุกแพลตฟอร์ม สู้ด้วยกันครับ"
    นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ทางออกของวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกดีกว่ายุบสภา เพราะจะไม่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินสะดุดลง การเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่จะใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น โดยให้สมาชิกรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน สามารถที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศต่อไปในทันที" 
    "ขณะที่การยุบสภาจะมีปัญหาตามมามากมาย เช่น ความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะต้องใช้เวลาในการเลือกตั้งประมาณ  3 เดือน สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยต่อการหาเสียงเลือกตั้ง ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นความผิดพลาดในการบริหารราชการเป็นของรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่สำเร็จ  การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณจัดการเลือกตั้งใหม่ น่าจะนำงบประมาณดังกล่าวมาซื้อวัคซีนฉีดให้ประชาชนดีกว่า ทั้งนี้หากได้รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนมีความเชื่อมั่น จะทำให้การแก้ปัญหาของประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น" 
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นอกจากประเด็นการบริหารจัดการเรื่องโควิดอย่างผิดพลาดแล้ว ยังมีกรณีที่หน่วยงานต่างๆ ใช้จังหวะสถานการณ์โควิดกระทำการทุจริต โดยฝ่ายค้านได้ตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบตั้งแต่เดือน ก.พ. และกรรมาธิการสภาเรียกหลายหน่วยงานมาตรวจสอบ แต่บางหน่วยค่อนข้างปกปิดข้อมูล ไม่ส่งข้อมูลให้ จึงอยากเตือนไปยังรัฐมนตรี ปลัด ข้าราชการต่างๆ วันนี้เป็นเวลาของประชาชนที่กำลังจะซักฟอก ดังนั้นอย่าย่ามใจ อย่าคิดว่ามีแบ็กดี ขอให้ช่วยกันนำพาประเทศ ใช้งบประมาณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด    
    “รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปราย แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ถ้าเปิดออกมาคงจะร้องอื้อหือ บางคนอยู่ในประเภทเห็นเงียบๆ แต่กินเรียบ  บางคนดูแล้วเป็นรัฐมนตรีโลกลืม แต่หลังบ้านพอใช้ได้เลย หากผู้นำฝ่ายค้านเปิดรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เชื่อว่าประชาชนคงจะเห็นว่าใช่เลย ทั้งนี้หลังการอภิปราย ข้อมูลสำคัญจะถูกยื่นไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้มีการตรวจสอบต่อไปด้วย” นายจิรายุระบุ  
    นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ "ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะเอาใคร?" โดยระบุตอนหนึ่งว่า "นายกฯ พระราชทานคงไม่มี  เพราะประเทศไม่ได้ไม่มีรัฐธรรมนูญหรือเกิดช่องว่างเหมือนในเหตุการณ์  14 ตุลา เชื่อว่าผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะตัดสินใจเลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกแทนการยุบสภา ส่วนนายกฯ คนใหม่จะเป็นใครนั้น แคนดิเดตนายกฯ ที่เหลืออยู่ตามกติการัฐธรรมนูญ 2560 มีอยู่ 5 คน คือ 1.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 3.นายชัยเกษม นิติสิริ 4.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ 5.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 
    นอกจากนี้ นายเมธายังเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ อีก 95 คน  รวม 100 คน อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา,  นายชวน หลีกภัย, นายอานันท์ ปันยารชุน, นายธนินท์ เจียรวนนท์, นายเจริญ สิริวัฒนภักดี, นายอาทิตย์ อุไรรัตน์, นพ.ประเวศ วะสี, นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล,  นายธัญญา โพธิ์วิจิตร, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายอานนท์ นำภา.


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน