แจ้งจับจิตอาสาโกงลงทะเบียนวัคซีนบางซื่อ19รายเสียหาย7ล้านบาท


เพิ่มเพื่อน    

1 ส.ค.64-ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง และผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ แถลงข่าวกรณีการทุจริตการลงทะเบียนวัคซีนโควิด-19ว่า จากเหตุการณ์บริการ walk-in ช่วงเดือนก.ค. ทางศูนย์ฯจะไม่มีข้อมูลเดิมของผู้รับบริการเลย ต้องลงทะเบียนหน้างานใหม่ทั้งหมด ทำให้จำเป็นต้องเปิดสิทธิให้จิตอาสาที่มาทำหน้าที่ในส่วนการลงทะเบียนที่มีอยู่มากกว่า 200 จุด สามารถเพิ่ม/แก้ไขข้อมูลของผู้รับบริการได้ทั้งหมด  จึงมีจิตอาสาหมุนเวียนและได้รับสิทธิในการดำเนินการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้นได้ ไม่ได้เกิดจากการแฮกระบบเครือข่ายมือถือ ทรู เป็นเพียงจิตอาสาที่ทางทรูได้จัดจ้างคนภายนอกมาช่วยในการทำงาน ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังตลอดจนเก็บข้อมูลเชิงสถิติทั้งสำหรับการทำงานที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานในแต่ละวัน ตลอดจนตรวจสอบภาระงานที่ต้องทำในอนาคตอยู่เสมอ  จึงทำให้ตรวจพบความผิดปกติในการนัดหมายล่วงหน้าที่คาดว่าอาจจะมีการทุจริต"

ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กล่าวว่า เริ่มทราบความผิดปกติในวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ไม่มีการนัดฉีดวัคซีนให้กับองค์กร ยกเว้นกระทรวงต่างประเทศที่มีการนัดประมาณ 400 คน/วัน ที่พบพิรุธหลักๆ 2 ประการคือ  ประการแรก พบว่ามีจำนวนการนัดล่วงหน้าสูงกว่าปกติที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้นำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล  โดยเริ่มพบตัวเลขผิดปกติในหลักสิบในช่วงวันที่ 20-27 ก.ค.เป็นช่วงเวลาของการเฝ้าระวัง  และในวันที่ 28-31 ก.ค.เพิ่มจำนวนนัดมากกว่าปกติเฉลี่ยประมาณ 2,000  คน  รวมแล้วกว่ากว่า 7,000  คน ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดรับการบริการแบบ walk-in  รวมจำนวนนัดตั้งแต่ทราบความผิดปกติกว่า 10,000 คน

นอกจากนี้ เป็นความผิดปกติของช่วงเวลาในการ upload ข้อมูลการนัดล่วงหน้าเข้าสู่ระบบ โดยพบว่า ในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวซึ่งทางศูนย์ฯ ได้งดรับการนัดล่วงหน้าจากองค์กรภายนอกเกือบทั้งหมด(ยกเว้นบางหน่วยงาน เช่น การนัดของกระทรวงต่างประเทศซึ่งได้ส่งนัดหมายการฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุต่างชาติวันละประมาณ 400 คนเท่านั้น) และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลา 18.00 น. ของแต่ละวันแล้ว แต่พบว่ายังมี Upload ส่งข้อมูลนัดหมายล่วงหน้าอีกในเวลาหลัง 22.00 น.ของทุกวันอยู่อีก ประกอบกับได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการซื้อขายเพื่อรับคิวการฉีดวัคซีนจากประชาชนเป็นจำนวนมากพอสมควร จึงได้ทำการตรวจสอบและพบว่า มีการเพิ่มจำนวนนัดล่วงหน้าโดยทุจริตจาก Users 19 login ซึ่งอยู่ในกลุ่มจิตอาสาที่ได้รับการเพิ่มสิทธิในการนำเข้า/แก้ไขข้อมูลผู้รับบริการในช่วงเปิดบริการแบบ walk-in  แบ่งเป็น Users 8 login จะทำการลงทะเบียนจำนวนไม่มากประมาณ 1-2 คน และมีที่ทำการลงทะเบียนแบบจริงจังจำนวน Users 11 login ในจำนวนนี้มี Users 4  login หลักที่ทำการ upload ข้อมูลการนัดล่วงหน้าเข้าสู่ระบบมากถึง 400-500 คน จึงได้มีการแจ้งความให้เป็นผู้ต้องสงสัย

 ทางศูนย์ฯ จึงมีการวางแผนจับกุมเพื่อสืบให้ได้ถึงผู้กระทำผิดรายใหญ่ทั้งหมดนี้  ในวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่มีคิวนัดล่วงหน้าเพิ่มมากกว่าปกติกว่า 2,000 คน  ได้ดำเนินกลยุทธ์ขุดบ่อล่อปลาให้ผู้ที่ซื้อคิวโดยทุจริตเหล่านี้เดินทางมารับบริการที่ศูนย์ฯ เมื่อตรวจเช็คแล้วว่าเริ่มมีการลงทะเบียนไปประมาณ 600 คน จากจำนวน 2,000 กว่าคนนั้น ทางศูนย์ฯ จึงแจ้งยกเลิกคิวการฉีดของทั้งสองพันกว่าคนนั้นทั้งหมด เพื่อบีบให้คนเหล่านี้แสดงตัวขอความช่วยเหลือ/ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่  โดยได้จัดสถานที่ไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อทำการสอบสวน โดยตนได้เข้าไปชี้แจงและขอความร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของตัวการผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริต พร้อมกับการสอบสวนอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าตำรวจอีกครั้ง  สามารถรวบรวมผู้นัดคิวจองวัคซีนล่วงหน้าจากการทุจริตได้มากกว่า 300 คน ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ก็ได้ทำการลงทะเบียนฉีดวัคซีนให้กับ  300 คนนั้นด้วย

ทั้งนี้ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อคิวนัดดังกล่าวพบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีทั้งซื้อเอง ญาติหรือนายจ้างซื้อให้  และมีการจ่ายเงินทั้งแบบเงินสดและการโอนเงินในอัตรา 400-1200 บาทต่อคิว ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์ฯ ได้รับข้อมูลรายชื่อและเลขที่บัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแล้ว จึงได้ให้นิติกรกรมการแพทย์เป็นผู้แทนในการดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจ สน.นพวงศ์ ในฐานะผู้เสียหายต่อไปแล้ว การทุจริตลงทะเบียนวัคซีนครั้งนี้ พบการจ่ายเงินจองคิวไปจนถึงวันที่ 8 ส.ค. หากไม่มีการสกัดจับกระบวนการดังกล่าวไว้ก่อน ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ที่ราว 7 ล้านบาท  

"ขณะนี้ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดจนจิตอาสาทั้ง 19 คนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ขอความร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อสอบสวนหาหลักฐานเชิงลึกและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป"

 


ทักษิณนี่..... ดูจากการโพสต์ทุกวันนี้ ถ้าไม่เรียกว่าโหนกระแสสามนิ้ว ก็ต้องบอกว่า ถูกระบอบ "สามนิ้ว" กลืนไปเป็นนิ้วก้อยหรือนิ้วโป้งตีนซ้ายธนาธรเรียบร้อยแล้ว!

ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว
"ประชารัฐ-ธรรมนัส"    
"ฆาตกร"ในระบบ IO