กมธ.งบฯไฟเขียว เท1.63หมื่นล้าน เพิ่มไว้ที่งบกลาง


เพิ่มเพื่อน    

กมธ.งบฯ ฝุ่นตลบ!   “พปชร.” ชงคืนงบหมื่นล้านให้งบกลาง  อ้างช่วยโควิด ด้าน “ก้าวไกล” โดดค้าน อ้างสภาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินให้แล้ว แต่สุดท้าย กมธ.เสียงส่วนใหญ่ 35 ต่อ 7 ไฟเขียวเทงบ 1.63 หมื่นล้านเพิ่มงบกลาง ปธ.วิปรัฐบาลยันมีความจำเป็นเนื่องจากโควิดระบาดสูงขึ้น หากฉุกเฉินผู้ว่าฯ ขออนุมัติใช้ได้ทันที
    ที่รัฐสภา วันที่ 2 สิงหาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวถึงความคืบหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะ กมธ.งบประมาณรายจ่ายฯ มีวาระลงมติโหวตคืนงบประมาณที่ได้ตัดมาทั้งหมด จำนวน 1.63 หมื่นล้านบาท แต่ลงมติไม่สำเร็จ เพราะทาง กมธ.ได้เสนอแปรญัตติออกเป็น 2 ญัตติ และเกิดการถกเถียงกันมา โดยญัตติที่หนึ่งเป็นของนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้นำงบไปเพิ่มแก่งบกลางจำนวน 1 หมื่นล้านบาท, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2 พันล้านบาท รวมทั้งกระจายไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานอัยการสูงสุด
    น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ส่วนญัตติของตนเสนอให้นำงบไปเพิ่มแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ จำนวน 1.32 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้การเก็บภาษีที่ดินที่หายไป ส่วนที่เหลือแปรไปยังสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ 860.24 ล้านบาท, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 631.73 ล้านบาท, กองทุนการออมแห่งชาติ 460 ล้านบาท, กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 500 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 100 ล้านบาท, กองทุนช่วยเหลือเกษตรกร 100 ล้านบาท และกองทุนประกันสังคม 509.61 ล้านบาท ซึ่งญัตติของตนได้ผ่านการเจรจาต่อรองกับ กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลหลายคน จนสามารถได้เสียงจากฝ่ายรัฐบาลมาส่วนหนึ่ง แต่ไม่เด็ดขาดมาก
    “ขอคัดค้านญัตติของนายบุญสิงห์ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม และไม่ชอบมาพากล แม้จะบอกว่านำเงินไปช่วยเกี่ยวกับโควิด แต่อย่าลืมว่าสภาเพิ่งอนุมัติ พ.ร.ก.ให้กู้เงินเพื่อเยียวยาโควิด จึงไม่มีความจำเป็นต้องแปรไปยังงบกลางอีก เราไม่ใช่ไม่มีเงินเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด เราไม่จำเป็นต้องนำงบที่ตัดได้ไปใส่ในงบกลาง อีกทั้งงบกลางยังตรวจสอบได้ยากมาก เนื่องจากเป็นอำนาจเต็มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยขอข้อมูลไปกับทั้งสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ที่สำคัญยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ขาดงบประมาณและเสนอเข้ามาขอ ฉะนั้นจึงไม่สมควรโอนงบที่เหลือไปงบกลาง” 
    น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า สาเหตุที่บอกว่ามีความไม่ชอบมาพากล เพราะตั้งงบกลางสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่มีการเจรจาลดลงเหลือ 5 พันล้านบาท จึงสงสัยว่าทำไมตั้งถึงหมื่นล้านจึงลดเหลือ 5 พันล้านได้ การกระทำเช่นนี้หมายถึงอะไร หรือเป็นเพียงการตั้งงบประมาณเพื่อเตรียมไว้ใช้ในการเลือกตั้งที่จะถึง ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาการลงมติของคณะ กมธ.ในวันนี้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
    ต่อมาเวลา 15.15 น. น.ส.ศิริกัญญา  ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้คณะ กมธ.ที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะรองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้มีมติเห็นชอบคืนงบประมาณที่ได้ตัดมาจำนวน 1.63 หมื่นล้านบาทแก่งบกลางทั้งหมด ด้วยเสียง 35 ต่อ 7 งดออกเสียง 3 เสียง โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 6 คน ได้แก่ 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. 5.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนอีก 1 เสียงคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ  
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในฐานะรองประธาน กมธ. งบฯ 65 กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 ในวาระ 2-3 ว่า การพิจารณาในชั้น กมธ.จะเสร็จสิ้นในวันนี้ จากนั้นจะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามกรอบเวลา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดว่าพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ ซึ่งหากมีการประกาศล็อกดาวน์และประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของประธานสภาฯ ว่าจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติงบฯ ที่ถูกปรับลดจากส่วนราชการต่างๆไปไว้ที่งบกลางนั้น เรื่องนี้เป็นความจำเป็นที่ต้องนำงบไปเพิ่มเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน และไม่ทราบว่าจะยุติลงเมื่อไร จึงควรจัดสรรงบส่วนดังกล่าวไปไว้ในส่วนของงบกลาง ซึ่งสำนักงบฯ ได้ประเมินแล้วว่าจะต้องจัดสรรงบไปในส่วนใดบ้าง และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประสานขออนุมัติงบกลางเพื่อนำไปใช้ได้ทันที จึงไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะโยกไปไว้ยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุการแปรงบมาไว้ที่งบกลาง จะทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก นายวิรัชกล่าวว่า สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ เนื่องจากก่อนนำงบทุกอย่างไปใช้ ทุกหน่วยงานต้องเสนอแผนงาน และในส่วนของ กมธ.มีหน้าที่แค่พิจารณา ส่วนผู้ที่บริหารจัดการงบเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกของฝ่ายบริหาร.


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน