สิงหา."ปฏิรูปแบบปฏิวัติ"


เพิ่มเพื่อน    

เห็นมั้ย........
    ไอ้ตัวอยู่เบื้องหลัง "ขบวนการสามนิ้ว" ที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ "ล้มสถาบันกษัตริย์"
    ในที่สุด...
    มันก็โผล่หัวออกมาให้เห็นเองอีก "หนึ่งตัว" จนได้!
    จาก "คาร์ม็อบ" วันอาทิตย์ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" ตัวอยู่ฝรั่งเศส "โพสต์เฟซ" สั่งการสาวก
    ผมนำมาให้ดูแล้วเมื่อวาน เพื่อต่อเนื่องที่จะคุยวันนี้ รีรันอีกซักรอบ
    Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล
    ปฏิรูปแบบปฏิวัติทำข้อเสนอให้ราดิคัลที่สุด ก้าวหน้าที่สุด ไต่เพดานให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ระบอบที่เป็นอยู่
    ยกระดับให้ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอขั้นต่ำที่เราจะไม่ถอยไปมากกว่านี้
    หากข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการสนองตอบ สถานการณ์จะสุกงอมจนลื่นไถลให้ปฏิรูปกลายเป็นปฏิวัติ
นี่คือ “ปฏิรูปแบบปฏิวัติ”
    "ราดิคัล" คือ เป้าหมายสูงสุด ที่ปิยบุตรสั่งการ
    ราดิคัล คือ 
    ต้องใช้ความรุนแรงขั้นสูง เปลี่ยนแปลงระบบการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคมประเทศทั้งหมด
    พุ่งสู่เป้าหมายสุดท้าย...
    "ขุดราก-ถอนโคน" ระบบกษัตริย์!
    โพสต์แรก ปิยบุตรชี้นำ "หัวข้อหลัก" ไปแล้ว เมื่อวาน (๓ ส.ค.๖๔) โพสต์ขยายถึง "๕ แนวทาง" ขั้นตอนปฏิบัติต่อ
    จะบอกว่า นี่..พินัยกรรมสั่งเสียสุดท้ายเป็น "อนันตริยกรรม" ของปิยบุตร ก็คงไม่ผิด!
    มันยาวมาก คลิกไปที่ "เว็บไซต์ไทยโพสต์" อ่านฉบับเต็มก็ได้ ผมนำมาเป็นกระสายเพื่อการคุยบางตอนเท่านั้น 
    ๒ โพสต์ ๒ วันติด ของปิยบุตร....
    เป็นอันสิ้นสงสัยว่า ใครคือหนึ่งในหลังหลืบฉาก "ขบวนการล่มชาติ-ล้างสถาบัน"!
    "มักซีมีเลียง รอแบสปีแยร์" นักกฎหมายผู้มีบทบาทชี้นำการปฏิวัติฝรั่งเศส ลูกพี่ "แซ็ง-ฌุสต์"
    แผนสู่การเข้ายึดอำนาจประเทศ ขุดรากถอนโคนโค่นล้มระบบ "สถาบันกษัตริย์" ที่รอแบสปีแยร์ทำเป็นขั้นตอน 
    ก็คือ อาศัยช่องกฎหมายและใช้ระบบสภาเป็นตัวขับเคลื่อนกลไก แล้วค่อยบีบและเขยิบเงื่อนไขขึ้นไปทีละขั้น 
    เผอิญช่วงนั้น เศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนลำบาก ทั้่งชนชั้นเบื้องบนของฝรั่งเศส ไม่สอดส่องดูแลสุข-ทุกข์ประชาชนเท่าที่ควร
    จึงเป็นช่องให้รอแบสปีแยร์ "ปลุกเร้า-มอมเมาข่าวสารกับประชาชนให้สุกงอมยิ่งขึ้น นำสู่การลุกฮือ ที่เรียก "ปฏิวัติฝรั่งเศส" ในที่สุด
    จับพระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๖, ขุนนาง, นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามไป "บั่นคอ" ด้วยกิโยตินทั้งหมด!
    แต่สุดท้าย....
     ทั้งรอแบสปีแยร์ ทั้งแซ็ง-ฌุสต์ เมื่ออำนาจถึงมือ "สิทธิเสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" ก็เปลี่ยนเป็น "เผด็จการบ้าคลั่ง" 
    ใครเห็นต่าง จับยัดกิโยติน บั่นหัวหมด!
     บทจบในชีวิตจริง ทั้่งลูกพี่และมือขวา "รอแบสปีแยร์-แซ็ง-ฌุสต์" ก็ถูกกรรมย้อนสนอง
    ประชาชนจับไป "บั่นคอ" ด้วยกิโยติน กลางกรุงปารีส!
    นี่....
    ๕ ข้อสั่งการของปิยบุตร เหมือนแกะพิมพ์เขียว "ปฏิวัติฝรั่งเศส" ของรอแบสปีแยร์มาทั้งดุ้น!?
    จะสรุปตาม "ปิยบุตรโพสต์" มาพอให้เห็นหัว-เห็นหาง ดังนี้ เริ่มจากคำปรารภความ
    -เพื่อมิให้ความเพียรพยายามของเยาวชนอนาคตของชาติและกลุ่ม “ราษฎร” เสียเปล่าไป 
    และเพื่อให้การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้นให้จงได้ 
    ผมมีข้อวิเคราะห์-ข้อเสนอ 5 ข้อต่อขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ดังนี้  
    -ภารกิจสำคัญของนักต่อสู้ทางการเมืองก็คือแปลงเอายุทธศาสตร์ใหญ่ให้กลายเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และคิดค้นแผนการและวิธีปฏิบัติการที่จะทำให้ข้อเสนอเหล่านั้นเกิดได้จริง 
    วิธีการหนึ่ง ก็คือ นำข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาแปลงเป็นร่างรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ 
    ท่ามกลางข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในหลากหลายประเด็น บางประเด็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางประเด็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติ 
    บางประเด็นต้องปรับเปลี่ยนธรรมเนียมปฏิบัติ และบางประเด็นก็เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนหรือองค์กร 
    แต่หากเรานำข้อเสนอมายกร่างเป็นกฎหมายและรณรงค์ทั่วประเทศ 
    อย่างน้อยข้อเสนอนั้น ก็จะอยู่ในสถานะ “พร้อมใช้” และรอสถานการณ์ที่สุกงอมเพียงพอมาถึง 
    ผมจึงขอใช้โอกาสนี้นำเสนอ “ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์” 
    พร้อมคำอธิบายต่อสาธารณะ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการรณรงค์ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ต่อไป 
    -การรณรงค์เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ครั้งนี้ เป็นการรณรงค์แบบ “ปฏิรูป”
    กล่าวคือ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีรูปของรัฐแบบราชอาณาจักร ไม่ใช่สาธารณรัฐ ประเทศไทยยังคงมีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์ที่สืบทอดทางสายโลหิต 
    -ระบอบที่เป็นอยู่ “รัฐธรรมนูญ 2560” และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เราต้องควานหาช่องทางจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ เท่าที่มีอยู่เหล่านี้ 
    แล้วใช้มันเพื่อผลักดันข้อเสนอที่ก้าวหน้าที่สุดของเราให้เข้าไปอยู่ใน “พื้นที่ทางการ” “พื้นที่อำนาจรัฐ”
    พร้อมสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับผู้รณรงค์และผู้สนับสนุน 
    "หากปฏิบัติการเช่นนี้ได้ เราก็จะได้สองสิ่งไปพร้อมกัน" ปิยบุตรย้้ำ 
    สิ่งแรก ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กลายเป็นประเด็นสาธารณะ เข้าไปอยู่ในแดนอำนาจรัฐ อยู่ในสถานะ “พร้อมใช้” 
    รอให้องค์กรผู้มีอำนาจรัฐยินยอมใช้อำนาจรัฐเปลี่ยนข้อเสนอของเราให้กลายเป็นผลสำเร็จ
    สิ่งที่สอง ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กลายเป็นเรื่องปกติ สามารถรณรงค์ได้ปลอดภัย เพราะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 
    คนที่เห็นด้วยที่ยังกลัว ก็จะคลายความกลัว พร้อมเข้าร่วมรณรงค์มากขึ้น 
    -เสนอให้ฝ่ายสนับสนุนตั้ง “คณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” เพื่อเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศ 
    ข้อ ๓ นี่ สำคัญ ปิยบุตรขยาย "ยุทธ-กลวิธี" ล้มสถาบันกษัตริย์ ต่อจากโพสต์แรก คือให้...
    -ยกระดับข้อเสนอการ "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" ให้เป็นการ "ปฏิรูปแบบปฏิวัติ" 
    แม้ข้อเสนอนี้คือ “ปฏิรูป” ไม่ใช่ “ปฏิวัติ” แต่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า 
    การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในครั้งนี้ ไม่ใช่งานจำพวก “ปฏิรูปแบบปฏิรูปนิยม” แต่มันคือ “ปฏิรูปแบบปฏิวัติ” 
    ในทางรูปแบบคือ
    "การปฏิรูป" ไม่ได้ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ขีดเส้นยืนยันว่า "ยังรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้อยู่" ต่อไป 
    แต่ในทางเนื้อหา คือ "การปฏิวัติ" 
    เพราะเป็นเนื้อหาการ "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" ที่ก้าวหน้าที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้ระบอบนี้  
    “ปฏิรูปแบบปฏิวัติ” จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเรายกระดับข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นี้ให้เป็น “ข้อเสนอขั้นต่ำ” 
    หมายความว่า ข้อเสนอทั้งหมด ก็เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถถอยหรือลดไปกว่านี้ได้ 
    หากไม่รับข้อเสนอเช่นนี้ ด้วยสถานการณ์แบบที่เป็นอยู่ ที่ประชาชนก้าวรุดหน้ามากขึ้น ก็จะโหมเร่งให้รุดหน้ามากขึ้น 
    "สุกงอม" เพียงพอจน "ปฏิรูป" กลายเป็น "ปฏิวัติ"   
    ทำข้อเสนอให้ราดิคัลที่สุด ก้าวหน้าที่สุด ไต่เพดานให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ระบอบที่เป็นอยู่ 
    แหม....
    ไปเยี่ยมเมียแหม่มแป๊บเดียว กระฉูดเลยนะ คิดว่าคนไทยมันโง่ คิดไม่ถึง-ตามไม่ทันมึงเลยอย่างนั้นละซีเนี่ย!
    แล้วยังกระฉูดต่อ เป็นข้อ ๔ อีก
    สร้างมิตร สร้างแนวร่วม โดยนำ ๓ ข้อเรียกร้องมาผูกมัดรวมกัน
    "1.ประยุทธ์ออกไป 2.ทำรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 
    แบบที่สาม เอาทั้ง 3 ข้อ แต่ “กินข้าวทีละคำ” ไล่จากข้อ 1 ไปก่อน" 
    กระฉูดเสร็จ ก็เช็ดกับหัวตัวเองต่อ.....
    "ผมจึงค่อนข้างมั่นใจ ณ เวลานี้ คนที่เข้าร่วมการชุมนุมทั้งหมด คนที่สนับสนุนการชุมนุมของ “ราษฎร” ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีความคิดเรื่องยุทธวิธีแบบแรก แบบสอง แบบสาม หรือแบบสี่ 
    ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เห็นประเด็นปัญหาเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และเห็นด้วยกับข้อ 3 ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าจะพูดหรือไม่...."
    เอาเท่านี้พอ ขืนหยิบมาเล่าต่อ อ้วกแตกแน่!
    ก็เป็นอันรู้แจ้งแดงชัดกันแล้วตอนนี้ ว่าไอ้โม่งแดงที่คอยแยงตูดสามนิ้ว คือใคร?
    เห็นบอก จะกลับกันยา.
    ในขณะที่ธนาธร ๑๘ สิงหา. จะบินจากกรุงเทพฯ ไปลงดูไบ จากดูไบ ไปเจนีวา นั่งรถไฟปรื๊ดเดียว ก็ถึงปารีส 
    ขากลับ จากหน้าตั๋วระบุว่า จากดูไบ ไปลงภูเก็ต ๒๑ กันยา.
    "กรุงเทพฯ-ดูไบ-ฝรั่งเศส"
    สรุปแล้ว ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง ของรูทล่มชาติ บรรจบที่นายสถานี ชื่อ "โทนาฟ" ใช่หรือไม่? 
    ใครรู้บอกที!.

คนปลายซอย
 


ก็เพิ่งรู้.... ตอน "นายกฯ" กับ "ลุงป้อม" ลงพื้นที่นี่แหละว่า "ศรัทธา-บารมี" นักการเมือง เขาวัดกันตรง "จำนวน ส.ส." ที่แห่ห้อมล้อมตาม!

แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน