กสิกรเผยตลาดอีคอมเมิร์ซโตแรง 5 เดือนปี 64 ยอดใช้จ่ายออนไลน์พุ่ง 21%


เพิ่มเพื่อน    

11 สิงหาคม 2564: ธนาคารกสิกรไทย เผยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผลักดันให้ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2564 พบว่ากว่า 21 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยมีการใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์และมีมูลค่าการใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์

การเติบโตในครั้งนี้เกิดจากการปรับตัวอย่างรวดเร็วของธนาคารกสิกรในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมร่วมทำงานกับ วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ในการเสริมความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลตลอดจนการนำโซลูชั่นด้านการชำระเงินดิจิทัลใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการแก่ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มองหาความสะดวกและรวดเร็วในการชำระเงินดิจิทัล รวมถึงการลดการใช้เงินสด เช่น การแตะเพื่อจ่ายด้วยบัตรวีซ่า

นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ผลักดันให้ภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยช่วงต้นปีเติบโตขึ้นกว่า 24 เปอร์เซ็นต์ การจับจ่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดิจิทัล เพย์เมนต์ ได้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตแบบเว้นระยะห่าง และลดการจับเงินสด  ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้พัฒนาในด้านการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเราในการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล  โดยร่วมกับวีซ่าในการติดตั้งโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อเสริมความปลอดภัยและมอบประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายใช้สอยแก่ลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย”

“ธนาคารมีความมุ่งมั่นพัฒนาระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยได้ร่วมมือกับผู้นำการให้บริการด้านการชำระเงินดิจิทัลอย่าง วีซ่า ที่ให้คำแนะนำและร่วมกับธนาคารในการหาแนวทางและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมมาใช้  ธนาคารเชื่อมั่นว่า จะสามารถพัฒนาและต่อยอดการให้บริการด้านการเงินที่มอบประสบการณ์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สะดวกและปลอดภัยได้ในทุกที่ ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้”

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “โควิด-19 เร่งให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงรูปแบบการค้า และการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล จากการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีของ วีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการช้อปปิ้ง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกช้อปผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ (65 เปอร์เซ็นต์) และช้อปผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (44 เปอร์เซ็นต์) ดังนั้นระบบนิเวศน์การชำระเงินจำเป็นต้องเสริมโครงสร้างพื้นฐานเดิมด้วยโซลูชั่นบริหารจัดการการฉ้อโกงที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ โดยในโลกที่ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ความปลอดภัยในการชำระเงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับจากผู้บริโภค และต้องกลายเป็นรากฐานในการดำเนินธุรกิจ การค้าทั้งในวันนี้และวันหน้า” 

โซลูชั่นที่ธนาคารกสิกรไทยและวีซ่า ได้ทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางและนำมาปรับใช้ในการนำเสนอให้แก่ผู้บริโภค ที่นอกจากจะเสริมความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกทำธุรกรรมในรูปแบบดิจิทัลแล้ว ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในการซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว อาทิ One Time Password (OTP) ที่หลายคนคุ้นเคย โดยเป็นการยืนยันพาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งลูกค้าจะได้รับผ่านทางข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันถึงการทำธุรกรรมนั้น ๆ ตลอดจนการเพิ่มเกราะป้องกันการฉ้อโกงด้วยบริการโทเค็นของวีซ่า (Visa Token Service หรือ VTS) โซลูชั่นที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถประมวลผลการชำระเงินได้โดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดบัญชีจริง โดยระบบจะทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชี และรายละเอียดของบัญชีเป็นรหัสโทเค็นแบบสุ่ม เพื่อลดคุณค่าของข้อมูลและทำให้นักต้มตุ๋นนำไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้

และล่าสุดกับโซลูชั่นที่วีซ่าได้นำเสนออย่าง วีซ่า ซีเคียว (Visa Secure) โซลูชั่นที่ให้ความสำคัญเท่ากันทั้งเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกของผู้บริโภคด้วยระบบป้องกันความปลอดภัยในระดับชั้นเพิ่มเติมประเภท 3-D Secure ระบบตัวใหม่ล่าสุดของโปรโตคอล 3DS มาตรฐานล่าสุดของ EMV® ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันการฉ้อโกงอีกหนึ่งชั้นเพื่อช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและร้านค้ามั่นใจได้ว่าการทำธุรกรรมนั้น ๆ เกิดขึ้นจริง โซลูชั่นนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ขายไม่สูญเสียยอดขายอันเป็นผลจากการที่การชำระเงินถูกปฏิเสธ ยังช่วยยกระดับประสบการณ์การจับจ่ายในภาพรวมให้ลูกค้าได้อีกด้วย

นอกจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการเสริมความปลอดภัยในระบบการชำระเงินดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทยยังได้ให้ความสำคัญในการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่มีกว่า 3.2 ล้านใบทั่วประเทศได้ออกมาใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น ล่าสุดในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาได้มีการจัดแคมเปญ “โค้ดลั่นมันส์เดย์” ร่วมกับวีซ่าด้วยการแจกโค้ดส่วนลดสุดพิเศษทุกวันจันทร์

สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ บัตรเครดิตกสิกรไทย ยังคงมุ่งเน้นในการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มคะแนนสะสมจากหมวดช้อปปิ้งออนไลน์  ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศหรือการช้อปออนไลน์จากต่างประเทศ ไปจนถึงโปรโมชั่นการแลกคะแนนสะสม การรับส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ การเลือกผ่อนชำระสินค้า 0 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยในห้าเดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมกว่า 132,000 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ 27,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ และช่องทางร้านค้าปกติเติบโตขึ้นอีก 14 เปอร์เซ็นต์
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.