ก้าวไกลผวาฝ่ายค้านล้วงตับ!


เพิ่มเพื่อน    

 ก้าวไกลฟุ้งซักฟอกรัฐบาลคราวนี้มีเซอร์ไพรส์ให้ประชาชนแน่นอน มีทั้งหมัดเด็ด หมัดฮุกน็อกคนที่ถูกอภิปราย  แต่ยังไม่บอกมีใครบ้าง พวกเดียวกันยังไม่ยอมให้รู้ กลัวถูกล้วงตับ แจกข้อสอบล่วงหน้า วิ่งล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย ชัดแล้ว 6 รัฐมนตรีและนายกฯ ส่วน "ธรรมนัส" รอก้าวไกลเคาะ รมว.ดิจิทัลฯ โดนข้อหาหนักมาก เอาผิดดารา call out รัฐบาล

    เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2564 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประเด็นการอภิปรายจะสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ขอให้อดใจรออีกนิด เพราะวันที่ 16 ส.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว
    รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลเผยว่า ขอให้ติดตามว่าจะมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนใดบ้างที่ถูกอภิปราย รวมถึงพรรคได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้กี่คน จะมีการเปิดเผยในภายหลัง เพื่อไม่ให้เป็นการแจกข้อสอบล่วงหน้า หรือเตรียมตัววิ่งล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย ทั้งนี้ พรรคมีประเด็นเซอร์ไพรส์ประชาชนแน่นอน รอบนี้จะมีหมัดเด็ดที่เตรียมไว้ ทั้งจะน็อกคนที่ถูกอภิปราย รวมถึงให้ประชาชนเฝ้าจับตาหมัดฮุกหมัดเด็ด
    ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รอบนี้หมัดเดียวร่วงแน่นอน เพราะไม่มีเวลาให้รัฐบาลชุดนี้พิสูจน์อะไรอีกแล้ว การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ มั่นใจว่าการอภิปรายของพรรคก้าวไกลครั้งนี้ จะเป็นหมัดเดียวที่เอาให้รัฐบาลชุดนี้ร่วงคาเวทีกลางสภา และครั้งนี้จะนำเอาข้อมูลที่ผ่านการทำงานมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคก้าวไกล
    “ครั้งนี้จัดเตรียมขุนพลแต่ละประเด็น ทั้งที่ประชาชนได้ส่งข้อมูลมาเอง รวมถึงหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่ส่งข้อมูลมาเตรียมพร้อมเข้าสู่สภา แต่กระบวนการและธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคก้าวไกล จะไม่เปิดเผยตัวบุคคลผู้อภิปรายและเนื้อหาก่อนแน่นอน เพื่อไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล ขอประชาชนคอยติดตามและคอยลุ้นว่าข้อมูลของพรรคแต่ละครั้ง เป็นข้อมูลเชิงลึก และจะทำให้กระบวนการนอกสภา ไม่ว่าศาลหรือองค์กรอิสระรับลูกและทำงานต่อแน่นอน” นายณัฐชากล่าว
     มีรายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ระบุจะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านระบบซูมเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 ส.ค. เพื่อสรุปจำนวนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ปรากฏว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีการประชุมระบบซูมแล้ว แต่ใช้วิธีโทรศัพท์พูดคุยกันประสานภายในเป็นรายพรรค โดยให้แต่ละพรรคเสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายมา เมื่อตกลงพิจารณารายละเอียดเป็นที่ยุติแล้ว จึงส่งให้พรรคเพื่อไทยนำไปรวบรวมเขียนเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายชื่อที่ถูกเสนอมาให้ปกปิดเป็นความลับ แต่ละพรรคจะรู้ข้อมูลเฉพาะพรรคของตัวเอง ไม่มีพรรคใดรู้ข้อมูลอภิปรายของพรรคอื่น เพื่อป้องกันข้อมูลอภิปรายรั่วไหล
6 รายชื่อถูกซักฟอก
       ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายทั้งหมด 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่จะถูกอภิปรายเรื่องความล้มเหลวการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด และการบริหารวัคซีนผิดพลาด 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีการประมูลรถไฟทางคู่สายอีสานและสายเหนือที่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสการเสนอประมูลต่ำราคากลางเพียงเล็กน้อย และปัญหาด้านจริยธรรม กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกสาม
    4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กรณีปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรณีปัญหาการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบโควิด และปัญหาปิดแคมป์คนงาน ทำให้แรงงานรีบหนีออกจากพื้นที่ จนเชื้อโควิดแพร่กระจาย 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีการเอาผิดดาราที่ออกมาcall out รัฐบาล
     ในส่วนพรรคก้าวไกล กำลังพิจารณาเพิ่มเติมชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ อีก 1 ชื่อ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ไม่บอกว่าเป็นข้อมูลเรื่องใด เพราะกลัวความลับรั่วไหล บอกเพียงว่าไม่ใช่เรื่องภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไม่ใช่เรื่องที่เคยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว เป็นข้อมูลใหม่ที่กำลังพิจารณาข้อมูลขั้นตอนสุดท้ายจะมีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอจะยื่นอภิปรายได้หรือไม่ จะให้คำตอบภายในวันที่ 15 ส.ค.ว่าจะยื่นอภิปราย ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ ก่อนจะสรุปรายชื่อทั้งหมดยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 ส.ค.นี้
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า พรรคคงจะไม่ต้องตั้งวอร์รูม และสุดท้ายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าใครจะถูกอภิปรายบ้าง แต่ถึงจะมีชื่อก็คงไม่ต้องตั้งวอร์รูม และถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แถลงผลงานที่ทำมา ตนมั่นใจว่ามีผลงานสามารถบอกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ เชื่อว่าเกษตรกรและผู้ส่งออกก็ทราบดีว่า เราทำอะไรที่ประสบความสำเร็จแล้วบ้าง
    เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมั่นใจมีใบเสร็จที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องถามฝ่ายค้านว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง ตนไม่สามารถตอบแทนฝ่ายค้านได้ และยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเกิดการโหวตไม่ไว้วางใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันเอง
     นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการระบบเลือกตั้ง แบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นฉบับประชาชนและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด รวมทั้งการกำหนดสัดส่วน ส.ส.ระบบเขต 400 คน และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยืนยันหลักนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้รับการเขียนขึ้นจากสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยที่มีทั้งสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงการดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่
บัตรใบเดียวเราก็ชนะ
      รัฐธรรมนูญ 2540 ได้มีการศึกษามาแล้วว่า ส.ส.หนึ่งคนจะต้องดูแลประชาชนได้จำนวนเท่าใดถึงจะทั่วถึง ถ้าเขตใหญ่เกินไปก็จะดูแลไม่ทั่วถึง อีกทั้งผู้สมัคร ส.ส.ที่ทุนทรัพย์น้อยก็จะเสียเปรียบผู้สมัคร ส.ส.ที่มาจากพรรคการเมืองใหญ่และมีทุนสนับสนุนสูง ดังนั้นระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เป็น 400 คน 400 เขต ก็จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.จากทุกพรรคมีโอกาสในสนามเลือกตั้งเท่าเทียมกัน ไม่เสียเปรียบพรรคใหญ่และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้
       นายสุทินกล่าวว่า ในส่วนของระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว หากมีระบบ ส.ส.เขตอย่างเดียวก็จะไม่มีปัญหา แต่เมื่อมีการแบ่ง ส.ส.เป็น 2 ประเภทจากบัตรเลือกตั้งใบเดียวประชาชนจึงถูกบีบให้ต้องเลือก เช่น ถ้าเขาชอบนายสุทิน แต่ไม่ชอบพรรคที่สังกัด หรืออาจชอบพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร ประชาชนก็ต้องกล้ำกลืนฝืนใจเลือก เพราะระบบบีบบังคับให้ต้องเลือกทั้งคนและพรรคพร้อมกัน ซึ่งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ถ้าเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หากประชาชนชอบนายสุทิน ก็ลงคะแนนเลือกนายสุทิน แต่ถ้าไม่ชอบพรรคที่นายสุทิน สังกัด ก็สามารถลงคะแนนให้พรรคอื่นได้ ประชาชนไม่ถูกกดดันและสื่อถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
       "สำคัญมากคือระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวทำให้เกิดพรรคการเมืองเล็กน้อย กระจัดกระจาย เกิดปัญหาคะแนนเขย่ง และ ส.ส.ปัดเศษเต็มไปหมดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาทำให้เกิดรัฐบาลผสม 19 พรรคที่ไม่มีเอกภาพ อย่างที่เราเห็นกันอยู่ ซึ่งอัปลักษณ์ มากกว่านั้นยังทำให้พรรคการเมืองที่ตอนหาเสียงบอกว่าจะไม่เอาประยุทธ์ แต่พอเลือกตั้งเสร็จก็ยุบพรรคตัวเองย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคที่เคยบอกว่าเกลียด ซึ่งเป็นการเอาคะแนนเสียงประชาชนเลือกมาไปหนุนพ่วงรัฐบาลที่ประชาชนไม่ต้องการ นอกจากไม่ตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชนแล้ว ยังทำลายหัวใจของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกด้วย"
       นายสุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกโจมตีว่าต้องการระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะตัวเองได้ประโยชน์ เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้งนั้น ก็ต้องบอกว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ว่าจะบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ พรรคเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ และการเลือกตั้ง 2562 ที่ผ่านมาพรรคก็ชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียงแค่ 250 เขตจาก 350 เขตเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าหากพรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ก็จะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายแน่นอน
       "ผู้ที่กล่าวหาว่าเราอยากได้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ เพื่อจะเอาเปรียบคนอื่นนั้นก็ต้องเรียนว่า บัตรสองใบเราก็เคยชนะ บัตรใบเดียวเราก็ชนะ และชนะมากด้วย วันนี้จึงต้องมองร่วมกันว่าถ้าระบบเลือกตั้งเป็นระบบที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นธรรมแล้ว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในกติกาที่เสมอภาคและทุกคนยอมรับ เราจะไม่เสียใจ และสำหรับพรรคเพื่อไทย จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญเท่ากับความศรัทธาที่ประชาชนมีให้" นายสุทินกล่าว.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"