ศบค.โชว์บูสเตอร์ด้วยแอสตร้าฯภูมิพุ่งกระฉูด ขอบคุณบุคลากรที่ทำให้เตียงสีแดงว่างมากขึ้น


เพิ่มเพื่อน    


20 ส.ค.64 -  ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,851 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,125 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,391 ราย และมาจากเรือนจำ 325 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,009,710 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,478 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 795,805 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,079 ราย อาการหนัก 5,388 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,161 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 240 ราย เป็นชาย 129 ราย หญิง 111 ราย อยู่ใน กทม.มากสุด 75 ราย รองลงมาคือ สมุทรสาคร 27 ราย โดยมีเด็กเสียชีวิต 2 ราย คือ 2 ปี ที่ จ.ปทุมธานี และ 7 เดือน ที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 8.826 ราย ราย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 25 ก.ค. – 19 ส.ค. มีทั้งสิ้น 4,656 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็น 63.8% ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสองสัปดาห์ 316 ราย คิดเป็น 7% ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสี่สัปดาห์ 118 ราย คิดเป็น 2.6% ได้รับวัคซีนครบสองเข็มก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อยสองสัปดาห์ 26 ราย คิดเป็น 0.6% และมีข้อมูลไม่ครบถ้วน 874 ราย คิดเป็น 19.2% ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 210,845,425 ราย เสียชีวิต สะสม 4,417,385 ราย  

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 19 ส.ค. มีการฉีดเพิ่ม 651,606 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 25,818,666 โดส ทั้งนี้ มีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลศึกษาผู้ได้รับวัคซีน 125 ราย พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 24.31 ผู้ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 76.52 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สอง 78.65 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มบูสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีระดับภูมิคุ้มกัน 271.17  

อย่างไรก็ตาม ถ้ามาดูทิศทางการติดเชื้อรายวันจะเห็นว่าผู้ติดเชื้ออยู่ กทม.และปริมณฑล 41% พื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เหลือ 59% มีแนวโน้มคงที่ กราฟผู้ติดเชื้อไม่ได้สูงชันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้ออยู่ ทั้งนี้ สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 20 ส.ค. ได้แก่ กทม.4,181 ราย สมุทรสาคร 1,556 ราย ชลบุรี 1,348 ราย สมุทรปราการ 1,055 ราย นครราชสีมา 575 ราย สระบุรี 494 ราย ปทุมธานี 461 ราย นครปฐม 460 ราย พระนครศรีอยุธยา 453 ราย ระยอง 414 ราย อย่างไรก็ตาม ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกัน ทำให้การรอเตียงสีแดงในสัปดาห์นี้เริ่มเห็นเป็นความหวังได้  

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า จากการพัฒนาระบบโฮมไอโซเลชั่น (HI) และคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น (CI) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ทำให้เตียงสีแดงหรือเหลืองเข้มในโรงพยาบาลต่างๆ ว่างขึ้น และยังทำให้ผู้ป่วยภาวะรุนแรงเข้าถึงเตียงได้มากขึ้น โดยอัตรารอเตียงผู้ป่วยสีแดงที่รอเตียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยลง และวันรอเตียง เราพยายามทำให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว จึงต้องขอขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเปิด CI โดยปัจจุบัน กทม.มีสูงถึง 70 แห่ง รองรับได้ 9,426 เตียง โดยในจำนวนนี้มีถึง 14 แห่งที่สามารถตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR ได้ และมีถึง 7 แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ รวม 1,036 เตียง ทำให้โรงพยาบาลสนามที่ดูแลผู้ป่วยสีเขียวก่อนหน้านี้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองอ่อนและสีเหลืองเข้มได้ อย่างไรก็ตาม อัตราการครองเตียงทั่ว กทม. 132 แห่ง ยังค่อนข้างเต็ม แต่ทิศทางหลังจากนี้จะเห็นเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ขณะที่ HI ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้ มีหน่วยดูแลผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน 262 หน่วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าระบบ HI และ CI ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะมีการดูแลที่ตกหล่นบ้างเราก็พร้อมรับเรื่องต่างๆ เพื่อดูแลให้ดียิ่งขึ้น

 พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในพื้นที่ของ จ.สมุทรปราการนั้น มีการดูแลผู้ป่วยระบบโรงพยาบาลสนามและฮอตพิเทล 37 แห่ง มีโรงพยาบาลรัฐ 9 แห่ง เอกชน  28 แห่ง ทำให้มีการดูแลประชาชนได้ 11,017 แห่ง และยังมี CI อีก 48 แห่ง กระจายอยู่ทุกอำเภอ  3,091 เตียง มีทีมชุดเคลื่อนที่เร็ว CCRT เหมือนกับ กทม. ขณะที่ จ.ปทุมธานี มีเตียงในโรงพยาบาลของรัฐ เอกชน และโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งสิ้น 4,603 เตียง มี CI จำนวน 32 แห่ง 3,878 เตียง รวมถึงมีการดูแลในรูปแบบแฟคทอรีไอโซเลชั่นอีก 5 แห่ง มีระบบ HI และตรวจเชิงรุกจากทุกภาคส่วน ส่วน จ.นนทบุรี มีโรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง ที่ดูแลผู้ป่วยระดับสีเหลืองได้ 1,610 เตียง มี CI จำนวน 17 แห่ง 1,818 เตียง และมีการดูแลในระบบ HI ด้วย ประมาณ 4 พันกว่าราย ส่วน จ.สมุทรสาคร มีโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง ใช้งาน 2,980 เตียง มี CI จำนวน 38 แห่ง รองรับได้  5,199 เตียง ใช้ไปแล้ว 3,900 เตียง รวมถึงมีแฟคทอรีไอโซเลชั่น 1,662 แห่ง รองรับได้ 46,097 เตียง  

 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?