'ผกก.โจ้' โฟนอินรับผิดคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ขอโทษทำพลาดไม่มีเจตนาฆ่า-ปัดรีดทรัพย์


เพิ่มเพื่อน    

ผกก.โจ้ ยืดอกรับสารภาพผิดแต่เพียงผู้เดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ไม่มีการเรียกรับเงินทำเพื่อต้องการข้อมูลยาเสพติด ยันไม่มีเจตนาฆ่าแต่พลาดเพราะประสบการณ์น้อย 

26 ส.ค.64 - เวลา 21.45 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์  ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบก.สส.ภ.7) พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ผบก.ปส.3) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด,ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 7 คน ใช้ถุงคลุมศีรษะ นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตภายในห้องสืบสวนพื้นที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.แถลงว่า หลังเกิดเหตุได้ออกหมายจับข้าราชการตำรวจทั้งหมด 7 คน ขณะนี้จับกุมตัวได้ทั้งหมด การจับกุม การรับมอบตัว เราพยายามทำให้สังคมเห็นว่า เราไม่เคยปกป้องคนผิด เอาทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อาจจะไม่ช่วยให้การสูญเสียไปดีขึ้น แต่อย่างน้อยเราไม่ได้ปกป้ององค์กรตำรวจ ที่ผ่านมาในนามขององค์กรตำรวจได้ขอโทษประชานกับที่เกิดเรื่องแบบนี้ ยังยืนยันว่าเป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ จะเห็นว่าตำรวจทำผิดแล้วพ้นโทษไม่มี ส่วนใหญ่แล้วเราดำเนินการเกือบทั้งหมด ยืนยันว่าแม้จะเป็นยศชั้นไหน แม้ ผบ.ตร.ลงไปถึงลูกแถว ทำผิดตั้งลงถูกลงโทษ อยากให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ต่อสายโฟนอินให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ พูดคุยกับสื่อมวลชนเพราะไม่มีนโยบายในการนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว  โดยก่อนที่จะให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ โฟนอิน ผบ.ตร.ได้แจ้งว่า การพูดไม่มีใครบังคับได้ยินได้ฟังกันทั่วประเทศ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ รับทราบ พร้อมบอกว่าอยู่กับทนาย พร้อมเปิดเผยว่า ข้อหาที่ตั้งขอให้การในชั้นศาล แต่จะเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง ก่อนเกิดเหตุได้จับตัวผู้ต้องหาตรวจสอบในมือถือพบมีการถ่ายภาพยาเสพติดเป็นยาไอซ์ล็อตใหญ่ ได้พยายามสอบถามแต่ผู้ต้องหาไม่ยอมบอก ยอมรับว่าที่ทำไปไม่ถูกต้องที่ทำไปเพื่อต้องการเอาข้อมูล ผมยอมรับผิดลูกน้องไม่ส่วนเกี่ยวข้องยอมรับผู้เดียว ที่ทำต้องการต่องาน ไม่มีการเรียกรับเงิน ส่วนที่ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวเพราะไม่อยากให้เขาเห็นหน้า แต่ที่ใช้ถุงคลุมซ้ำและให้ล็อกมือเพราะผู้ต้องหาพยายามฉีกถุงพลาสติก ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน และไม่มีการเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท สาบานได้ชีวิตราชการไม่เคยทุจริต

เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นรู้สึกตกใจ จึงให้ลูกน้องช่วยปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่ง รพ. ส่วนผลที่แจ้งให้ทางแพทย์ลงความเห็นเสพยาเกินขนาดเพราะคุยกับแฟนเขาให้การว่าผู้ตายเสพยาเยอะ พักผ่อนน้อยคาดมาจากการเสพยา ผมยอมรับผิดทุกประการแต่ขอให้การว่าไม่มีเจตนาฆ่า ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนไม่ให้ลูกหลานติดยาเสพติด แต่มันพลาด ขอโทษประชาชน ขอโทษพ่อแม่น้องไม่มีเจตนาไม่ทราบว่าเขาตาย ที่ทำต้องการข้อมูลยาเสพติด ขอโทษ ผบ.ตร. ขอโทษตำรวจทุกคน ตำรวจดีมีเยอะ และยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่พ่อของผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้ช่วยเงินทำศพ 30,000 บาท ส่วนที่ใช้น้ำสาดผู้ตายเพราะเข้าใจว่าสลบต้องการให้เขาตื่นให้ลูกน้องเอาผ้าชุบน้ำเช็ดให้ตื่น ตอนแรกนึกว่าเขาแกล้งด้วยซ้ำ

ผู้สื่อข่าวถามถึงทรัพย์สินที่มีจำนวนมากโดยเฉพาะรถหรูได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ เขาตอบว่า ทรัพย์สินทั้งหมดได้มาอย่างถูกต้อง มีเอกสารรับรอง  ถามอีกว่าการคลุมถุงเป็นวิธีการปฏิบัติของตำรวจและเคยทำมาแล้วหลายครั้งหรือไม่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ตอบว่า ไม่เคยทำ เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว  เมื่อถามว่าทำไมมีการถอดกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุทั้งที่อ้างว่าไม่มีเจตนา หลังเกิดเหตุแล้วช็อก​ อายุน้อย ประสบการณ์น้อย

จากนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ได้ตัดบทบอกให้พอได้แล้ว หลายๆอย่างเกี่ยวกับคดีมันจะเสียหายนี้ก็เจ๊งแล้ว มันเกินพอแล้ว รายละเอียดให้อยู่ในสำนวน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.ให้แนวอยู่ว่าสอบสวนให้สิ้นข้อสงสัยกับสังคม ขอให้เชื่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำอย่างตรงไปตรงมา

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 กล่าวถึงการมอบตัวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า เวลาประมาณ 23.00 คืนที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าพี่เอกผมไม่ไหวจะฆ่าตัวตาย ผมจึงบอกว่ามึงตายแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเหลืออะไร เป็นลูกผู้ชายต้องกลับมาชี้แจงการกระทำของตัวเอง เป็นตำรวจผิดต้องยอมรับผิด หนีไปไม่มีอะไรดีมีแต่เลวร้าย เขาจึงตอบกลับมาว่า พรุ่งนี้มารับผมที่ชลบุรี จึงเรียนให้ ผบช.ภ.6 และ ผบ.ตร.ทราบ จากนั้นเช้าได้เดินทางออกจาก จ.พิษณุโลกเวลา 9 โมง จากนั้นเที่ยงกว่ามีโทรศัพท์มาถามว่า มารับผมหรือเปล่าถ้ามา   4 โมงเย็นมายืนรอผมที่หน้า สภ.แสนสุข ให้ใส่เครื่องแบบไป เมื่อถึงเวลา มีรถเก๋งสีขาววิ่งมาจอด มีคนลงมาจากรถแล้วเดินมาหาบอกว่าผมโจ้ แต่รถคันที่มาส่งหันมาอีกทีรถที่มาส่งได้วิ่งออกไปจำทะเบียนไม่ได้จึงพาไปลงบันทึกที่ สภ.แสนสุข ก่อนพาตัวส่งพนักงานสอบสวนที่กองปราบ 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?