2ก.ย.ชุมนุมใหญ่กลางกรุง!


เพิ่มเพื่อน    

ตำรวจแจกคดีไม่ยั้ง! ม็อบ 4 กลุ่มโดนรายวันกว่า 600 ราย ขณะที่แกนนำคาร์ม็อบประกาศเคลื่อนครั้งสุดท้าย ก่อนรวมพลังครั้งใหญ่ใจกลางมหานคร 2 ก.ย. ปลุก ปชช.โหวตไล่บิ๊กตู่ทุกวัน ด้านราชทัณฑ์สวนกลับ แจ้งความมือปล่อยเฟกนิวส์สั่งยับยั้งก๊วนสามนิ้วย้าย รพ. เชียงใหม่ล้อมคอกม็อบก่อหวอดกั้นศาลากลางแน่นหนา  
    เมื่อวันอาทิตย์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองที่จะมีขึ้นว่า กลุ่มที่จะมีการจัดกิจกรรมประกอบด้วยกลุ่มที่ 1  กลุ่มของนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และนาย สมบัติ บุญงามอนงค์ จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ เริ่มเวลา 14.00 น. ที่ปั๊ม ปตท.ถนนประเสริฐมนูกิจ จากนั้นจะเคลื่อนไปยังอุโมงค์แยกเกษตรฯ ข้ามทางยกระดับวิภาวดีฯ ข้ามทางยกระดับกำแพงเพชร ข้ามแยกแคราย ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า ออกถนนราชพฤกษ์ เข้าสู่ถนนชัยพฤกษ์ ติวานนท์ สิ้นสุดที่ จ.ปทุมธานี จัดกิจกรรมเคารพธงชาติและเลิกกิจกรรม
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กลุ่มที่ 2 กลุ่มอาชีวะประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดชุมนุมกลุ่มคนพันธุ์อาร์ที่ห้าแยกลาดพร้าว เวลา 14.00 น. จากนั้นเคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภา, กลุ่มที่ 3 กลุ่มรถคอกรถทึบ นัดชุมนุมกันเวลา 12.00 น. ที่ต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้า เข้ากรุงเทพฯ มาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จัดกิจกรรมเทผลไม้, กลุ่มที่ 4 กลุ่มทะลุแก๊ส นัดเวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้น 15.00 น. เคลื่อนตัวมาที่สามเหลี่ยมดินแดงสมทบกับกลุ่มทะลุแก๊ส จากการนัดหมายรวมตัว กันทั้ง 4 กลุ่ม บช.น.ได้จัดเตรียมกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร
    รอง ผบช.น.กล่าวว่า สรุปการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค. ดำเนินคดีแล้ว 154 คดี มีผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะแจ้งข้อหา 615 คน จับกุมได้แล้ว 345 คน ภาพรวมการดำเนินคดีทั้งหมดประเทศ 611 คดี เฉพาะในกรุงเทพฯ บช.น. ตั้งแต่ ก.ค.63  ถึงปัจจุบันดำเนินคดีแล้ว 406 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 200 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 206 คดี ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการอีก 160 หมาย และการปราศรัยของแกนนำแต่ละกลุ่มว่า การปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกครั้งมีการถอดเทปพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อไหนบ้าง ไม่เฉพาะแค่มาตรา 112 
    ขณะที่บรรยากาศการเคลื่อนไหวของกลุ่มคาร์ม็อบในวันนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง จัดกิจกรรม Car Mob - Call out เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง และ นัดหมายผู้ต้องการร่วมชุมนุมให้มายังจุดนัดหมายที่อุโมงค์ทางลงแยกเกษตรฯ  ในเวลา 14.00 น. ปรากฏว่าก่อนถึงเวลานัดหมาย มีมวลชนทยอยนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ส่วนตัวมายังบริเวณนัดอย่างหนาตา โดยรถส่วนใหญ่ที่มาหลายคันผูกริบบิ้นสีแดง โดยจะเคลื่อนขบวนระยะทาง 50 กม.ครอบคลุมพื้นที่ กทม. นนทบุรี ไปยังจุดสุดท้ายที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานีหลังเก่า ในเวลาประมาณ 18.00 น.
    โดยนายณัฐวุฒิได้ประกาศแนวทางกับกลุ่มว่า  ชัดเจน ไม่ลุย ไม่บวก ไม่ปะทะ แต่ไม่ลดละขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากนั้นเวลา 15.00 น. เริ่มมีการเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางต่างๆ มีการบีบแตรเป็นการส่งสัญญาณไล่ประยุทธ์  รวมทั้งในเส้นทางการเคลื่อนขบวน มีประชาชนออกมาให้กำลังใจชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วอยู่เป็นระยะๆ
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเวลา เวลา 18.15 น. ที่บริเวณหน้าห้างโลตัส ตรงข้ามศาลากลาง จ.ปทุมธานี นายณัฐวุฒิระบุว่า เรานัดหมายเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ก.ย. วันที่ 4 ก.ย. สภาลงมติ ถ้ามันไม่ออกไป เราก็ออกไป ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ก็จะออกไป แต่เราไม่เคลื่อนขบวนทางไกลแบบนี้อีกแล้ว เราจะยืนบนผืนแผ่นดินประชาชน เราจะส่งเสียงในทุกอณูอากาศของประชาชน วันที่ 2 ก.ย. เราจะเหยียบตีนเราบนใจกลางมหานคร  ถ้าหากว่าไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้มีอำนาจทั้งเบื้องหลัง เบื้องข้าง เบื้องหน้า เราจะประกาศใจกลางมหานครว่า จะได้รู้กันว่าไผเป็นไผ ประยุทธ์ยังมีเสรีภาพออกได้ตลอดเวลา ถ้าไม่ออก บอกได้ว่างานนี้เอาจริง เอาหนัก ถ้าไม่ออก ประชาชนไม่เอาคุณไว้
    ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มคาร์ม็อบ กล่าวว่า วันที่ 2 ก.ย. เป็นต้นไป เราจะชุมนุมจนกว่าประยุทธ์ จะลาออกไป ถ้าในสภายังโหวตให้ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป ประชาชนข้างนอกจะโหวตไล่ประยุทธ์ทุกวัน ไม่มีเวลาให้ประยุทธ์อีกต่อไปแล้ว กรุงเทพฯ สี่โมงเย็นถึงสองทุ่ม พบกันที่บีทีเอสอโศก ใครมีรถขับรถมา ไม่มีรถนั่งบีทีเอสลอยฟ้า นั่งรถไฟใต้ดินมา ถึงเวลา สองทุ่มแยกย้ายกลับบ้าน พรุ่งนี้มาใหม่ ส่วนวันที่ 4 ก.ย. สภาจะโหวตลงมติ รับรองให้ประยุทธ์หรือไม่ เราไม่สนใจ สิ่งที่จะทำให้ประยุทธ์ออกไปได้คือประชาชน ในส่วนของการชุมนุมต่างจังหวัด ให้แต่ละจังหวัดประกาศพื้นที่ชุมนุมจัดคาร์ม็อบ จนกว่าประยุทธ์จะออกไป แม้ประยุทธ์จะหน้าด้าน เชื่อว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ประยุทธ์จะออกไป  
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายณัฐวุฒิได้ประกาศยุติการชุมนุม แล้วให้มาแสดงพลังร่วมกันอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ที่บีทีเอสอโศก ใจกลางมหานคร 
    ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุแก๊สนั้น ได้ประกาศนัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 14.00 น. โดยผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3 นำทีมตำรวจเข้าตรวจความเรียบร้อยบริเวณซอยข้างแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยบริเวณดังกล่าวมีวัยรุ่นมาร่วมตัวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโดยการขอดูกระเป๋าและเช็กป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่มีการนำกระดาษปิดบังป้ายทะเบียนเอาไว้
        ต่อมาเวลา 14.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มวัยรุ่นมีการถกเถียงกันในประเด็นการนำกระดาษปิดปังแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะมีผู้ชุมนุมบางส่วนจะตะโกนโห่ บางรายตะโกนว่า ‘ดีกว่าเอาถุงดำติด’ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 15.45 น. เพจทะลุแก๊ส ประกาศเปลี่ยนจุดมุ่งหมาย โดยนัดพบที่แยกดินแดง
    ขณะเดียวกัน การตั้งด่านตรวจซึ่งเป็นอีกมาตรการในการป้องกันผู้ชุมนุมลักลอบนำอาวุธเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้งจับกุมชายอายุ 21 ปี 2 คนขณะขี่ จยย.เข้าด่านความมั่นคงที่ถนนนครสวรรค์ หน้าปั๊มน้ำมัน จากการตรวจค้นพบระเบิดแสวงเครื่องพันเทปสีดำจำนวน 2 ลูก พบระเบิดปิงปองจำนวน 9 ลูก พบระเบิดเพลิงจำนวน 4 ขวด จึงตรวจยึดไว้แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ดำเนินคดีตามกฎหมาย 
    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สามเหลี่ยมดินแดงยังคงระอุต่อเนื่อง เมื่อในเวลา 16.45 น. กลุ่มวัยรุ่นฮาร์ดคอร์เมื่อมาถึงได้บุกเข้าขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง พลุไฟใส่เจ้าหน้าที่ที่ตั้งแนวหลังตู้คอนเทนเนอร์ทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่กลุ่มป่วนเมือง สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมด้วยรถฉีดน้ำได้เข้าสลายการชุมนุมที่แยกดินแดง หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีการใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์กระสุนจริงยิงใส่เจ้าหน้าที่ พร้อมประกาศจับกุมทุกราย เพียงไม่กี่นาทีกลุ่มผู้ชุมนุมสลายออกจากพื้นที่แทบหมด และได้ทำการยึดรถ จยย.ของผู้ชุมนุมไว้หลายคัน ขณะที่สถานการณ์การชุมนุม ยิ่งค่ำสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยิงพลุ เผายางรถยนต์ นำแผงเหล็กเข้ามาเป็นแนวกั้นเพื่อสร้างแนว ตลอดระยะเวลาทั้ง 2 ฝั่งมีการยื้อกันไปมา แต่คาดว่าช่วงก่อนเวลาเคอร์ฟิวหน่วยจู่โจมเคลื่อนที่เร็วที่ใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะจะเข้าเคลียร์พื้นที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา    
    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ระบุว่า  ขณะนี้ตำรวจได้รับบาดเจ็บแล้ว 3 นาย ขอให้ผู้ชุมนุมหยุดการกระทำ ถ้ายังฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย  โดยก่อนจะถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ได้มีการจับระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดไปป์บอมบ์จำนวนมากที่จะนำมาก่อเหตุในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีการจัดชุมนุมคู่ขนานกับพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ, อส., กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยกันขนแท่นปูนโดยใช้รถเครนมาปิดกันทางเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และปิดประตูทางเข้า-ออก และปิดถนนบางเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีการเตรียมรถดับเพลิง รถพยาบาลมาเตรียมพร้อมไว้ หลังจากมีการประกาศเชิญชวนกลุ่มคาร์ม็อบมาที่ศาลากลางเพื่อทำกิจกรรมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้ยังมีประชาชนและเยาวชนในจังหวัดลำพูนรวมตัวกันที่บริเวณแยกไฟแดงทีโอที อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ด้วย 
    ที่กรมราชทัณฑ์ นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้าอาการป่วยโควิด-19 ของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า แกนนำทั้งหมดอาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนนายชาติชาย แจ้งแพทย์มีอาการแน่นหน้าอก จึงทำการเอกซเรย์ปอดซ้ำ พบว่ามีฝ้าที่ชายปอด จึงย้ายจากโรง พยาบาลสนามมาหอผู้ป่วยโควิดเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยผู้ต้องขังทั้งหมดมีสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ
        นายธวัชชัยกล่าวด้วยว่า กรณีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อบัญชีว่า เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เผยแพร่ภาพของ นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข รักษาการผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และระบุข้อความว่า เป็นผู้ยับยั้งการเซ็นย้ายตัวนายสิริชัย หรือนิว และนายพริษฐ์ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรม ศาสตร์ฯ นั้น ข้อความดังกล่าวเป็นข่าวปลอม จึงได้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลที่ผลิตและเผยแพร่ข้อความดังกล่าวแล้ว.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"