จบ!โหวตหนุน‘บิ๊กตู่’ ธรรมนัสไหว้ขอโทษ/นายกฯพร้อมปรับตัวหาส.ส.


เพิ่มเพื่อน    

เรียบร้อยโรงเรียนประวิตร! ประกาศชัดๆ “นายกฯ ไป ผมก็ไป” ลั่นพรรค พปชร.ทุกคะแนนพร้อมยกมือหนุน ย้ำให้น้องตู่นั่งเก้าอี้ต่อไป วิรัชยันคะแนนผู้นำจะมาเป็นที่หนึ่ง “ประยุทธ์” โว 3 ป.รักกันเหนียวแน่น รุดไปมูลนิธิป่ารอยต่อฯ เคลียร์ใจ “ธรรมนัส” ยกมือไหว้ขอโทษทำให้ไม่สบายใจ ลุงตู่รับพร้อมปรับตัวคลุกคลี ส.ส.มากขึ้น “ภท.- ปชป.” ประสานยันเทคะแนนให้ “ชวน” เอาจริงตั้งกรรมการสอบปูดข่าวแจกเงิน 5 ล้าน   
    เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กันยายน ยังคงมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีถูกอภิปรายว่ามีการแจกเงิน ส.ส. 5 ล้านบาทเพื่อโหวตให้ว่า เป็นการพูดที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น คาดว่าฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการต่อไป ปล่อยไว้ไม่ได้เรื่องแบบนี้ เพราะคนแบบนี้ก็มีพฤติกรรมแบบนี้หลายครั้งแล้ว ช่วงก่อนก็มีการกรีดเลือดในสภาผู้แทนราษฎร
“ดูพฤติกรรมแล้วกัน คนที่พูดออกมาเป็นอย่างไร ความน่าเชื่อถือระหว่างเขากับนายกฯ เป็นอย่างไร ไม่ว่าใครก็ตาม ไอ้คนที่ล้มนายกฯ  เขาต้องการล้มอยู่แล้ว ก็ต้องมาดูว่านายกฯ กับเขาความน่าเชื่อถือมันมีแค่ไหน เรียกว่ามีราคาหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า  นายชวนให้ความสำคัญ โดยหลังจากลงจากบัลลังก์เมื่อวันที่​ 2​ ก.ย.ก็ได้ไปที่ห้องดังกล่าวเพื่อดูข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมการเพื่อสอบเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบเวลา แต่ย้ำว่าต้องทำให้เร็วที่สุด  
นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร.ให้สัมภาษณ์อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ได้มอบหมายให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร.ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเอาผิดแล้ว
ขณะเดียวกัน นักการเมืองหลายคนในพรรคเพื่อไทย (พท.) อาทิ  นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค, นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.  และ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย ต่างแชร์รูปภาพจากเพจสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่ขึ้นแคปชันว่า "รัฐสภา ขนอะไรมาจ๊ะ" ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นด้านหลังผู้ชายในชุดสูทสีดำ 4 คนกำลังหิ้วกระเป๋าสีดำขนาดใหญ่  
สำหรับความเคลื่อนไหวในเรื่องการโหวตนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "จะรู้หรือไม่ เขาโหวตของเขาเอง" เมื่อถามอีกครั้งนายกฯ บอกว่า  "แล้วแต่หัวหน้าพรรค" ถามว่า พปชร.ได้พูดคุยกันอย่างไรหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า "คุยกันตลอด คุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ทุกวัน เข้าใจหรือไม่"
“อยากกราบเรียนทุกคนและสื่อ เป็นคนตั้งเองใช่หรือไม่ 3 ป. ไม่มีใครมาทำลายผมได้หรอก ทุกคนอาจไม่รู้ ทุกคนอาจไม่รักเพื่อน รักคนอื่น เหมือนผมรักกัน 3 คน ผมร่วมเป็นร่วมตายกันมา ชายแดนผมก็อยู่  ท่ามกลางสนามรบผมก็เคยอยู่ด้วยกัน และท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของผมมาตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมมารับราชการ อยู่บ้านเดียวกัน กินนอนด้วยกัน  สั่งสอนกัน ฝึกอบรมด้วยกันและโตขึ้นมาก็ยังคบ ยังเคารพกันอยู่  ทุกอย่างผมเป็นวันนี้ได้ เพราะพี่ทั้งสองคนได้สั่งสอนผมมา และผมจำได้ว่าพี่ทั้งสองคนจะสอนมาให้ผมทุจริตโกงไม่มี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการโทร.คุยกับแกนนำหรือ ส.ส.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องโทร.คุย เดี๋ยวอาจไปเยี่ยมเขาก็ได้ เพื่อให้เห็นความมั่นใจ ส่วนเรื่องความห่างเหินกับ ส.ส.มากเกินไปนั้น ยอมรับว่าเป็นไปได้ เพราะทำงานเยอะ แต่มีอะไรต่างๆ ก็พูดคุยกับหัวหน้าพรรค  พปชร. และหัวหน้าพรรคก็ไปรวบรวมอะไรต่างๆ จากสมาชิก ต่อไปคงต้องหาโอกาสให้มากขึ้น เดี๋ยวขอปรับเวลาการทำงานของตนเอง 
“ในส่วนของความสัมพันธ์ ผมบอกไปแล้วทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะตีผมอย่างไร ผมไม่มีแตกกันอยู่แล้ว รักกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน จำคำพูดของผมไว้แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้มีคนเสี้ยมให้ 3 ป.แตกกันใช่หรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เฮ้ย มันเสี้ยมมาตั้งนานแล้ว ทุกฝ่ายเสี้ยมหมด" 
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการ พปชร. ว่ายังมีความกังวลใจอะไรกันอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยมีประเด็นอะไรกับเขา เพราะเป็นคนให้เขาเข้ามาทำงานเอง แล้วจะไปมีอะไรกับเขาล่ะ ผู้ใหญ่จะไปมีปัญหากับเด็กได้อย่างไร ไม่ได้พูดเฉพาะถึงแค่รายนี้ 
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงถึงกรณีหากที่ประชุมสภามีมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา 170 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะจะพ้นตามไปด้วยตามมาตรา 167 ขณะเดียวกันมาตรา 168 ระบุว่า ครม.ที่พ้นจะอยู่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ โดยระยะเวลาไม่ได้มีการกำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับประธานสภาจะหานายกฯ ใหม่ได้เมื่อไหร่ 
    วันเดียวกัน ที่ชั้น 6 อาคารรัฐสภา ก่อนประชุม ส.ส.พรรค พปชร.   พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อย่างมีอารมณ์ดุเดือดว่า "ปัญหาในพรรคไม่มีอะไร นายกฯ ไป ผมก็ไป" เมื่อถามต่อเนื่องว่าถ้านายกฯ ไปก็พร้อมไปด้วยกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆ ว่า "เออ" 
ทั้งนี้ ในการประชุม ส.ส.พรรค แกนนำและ ส.ส.ได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างคึกคัก แต่น่าสังเกตว่า ส.ส.ส่วนหนึ่งที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์จะไปนั่งรอกันในห้องประชุมใหญ่ แต่มี ส.ส.บางส่วนไปนั่งพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ​และรองหัวหน้าพรรคที่อยู่อีกห้องหนึ่ง
จากนั้นเวลา 13.19 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ในการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 4 ก.ย. ขอให้ทุกคนมาอย่างพร้อมเพียงกัน ห้ามป่วย และขอให้โหวตไปในทางเดียวกัน เมื่อถามว่าคะแนนโหวตนายกฯ จะมาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า "ครับ​ คะแนนนายกฯ จะมาเป็นที่หนึ่ง"      ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวหลังประชุมว่า  บรรยากาศการประชุมก็สมานฉันท์ หัวหน้าพรรคพูดคนเดียว ซึ่งพรรค  พปชร.จะโหวตในทิศทางเดียวกันด้วยความสมานฉันท์ และโหวตไว้วางใจนายกฯ  
ในเวลา 13.35 น. พล.อ.ประวิตรกล่าวหลังประชุมว่า ไม่มีอะไรหรอก ทุกคนรักกัน ไม่มีอะไร ถามอยู่นั่นแหละ ไม่มี เมื่อถามถึงกระแสข่าวความวุ่นวายในพรรคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลังได้พูดคุยกันวันนี้จะให้แล้วกันไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงสูงว่าไม่มี ไปเขียนกันเอง  ไม่มีอะไรเลย ถามต่อว่าทุกเสียงของ ส.ส.พรรค พปชร.จะลงมติให้กับนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “บอกแล้วไง ถ้านายกฯ ไป ผมก็ไปแล้ว แล้วจะโหวตให้ใคร​ เรื่องนี้ไม่ต้องกำชับอะไร”  
ในเวลา 14.28 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา โดยเมื่อสอบถามว่าได้พูดคุยกับ ส.ส.พรรค พปชร.เรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร และคุยกับ พล.อ.ประวิตรแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ย้ำว่าคุยกับ พล.อ.ประวิตรอย่างเดียว เมื่อถามย้ำว่ากับ ร.อ.ธรรมนัสยังพูดคุยกันได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงหันมากล่าวว่า "เฮ้ย แล้วทำไมล่ะ  ทำไมคุยกับใครไม่ได้ ผมคุยได้ทั้งหมด" 
เมื่อถามว่า การออกไปที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในตอนนี้มีนัยอะไรสำคัญหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน และเมื่อถามย้ำอีกว่าเป็นการไปเคลียร์ครั้งสุดท้ายใช่หรือไม่ เพราะมีข่าวว่า  พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัสรออยู่ที่นั่น พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบและรีบเดินไปขึ้นรถทันที
ทั้งนี้ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นรถมีเจ้าหน้าที่ลากกระเป๋าสีดำมาขึ้นรถด้วย ซึ่งคล้ายกระเป๋าที่มีการนำไปแชร์กันในโซเชียลว่าเป็นกระเป๋าเงินที่นำมาแจกให้ ส.ส. โดย พล.อ.ประยุทธ์ชี้ไปที่กระเป๋าดังกล่าวพร้อมระบุว่า "กระเป๋าฉันนี่ เอกสารทั้งนั้นไปดูสิ" ก่อนสั่งให้รถเคลื่อนออกไปทันที
และในเวลา 16.05 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับเข้ามายังรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ โดยเมื่อถามว่าได้เคลียร์ใจกับ ร.อ.ธรรมนัสเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่มีอะไรนี่" เมื่อถามย้ำว่าได้ขอโทษกันถึงขนาดไหน ดีลจบและสบายใจแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินเข้าลิฟต์ไปทันที 
ทั้งนี้ นายกฯ ได้ใช้เวลาในการเดินทางและหารือกับ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัสที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง 
  มีรายงานว่า ในที่ประชุมพรรค พปชร.ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ชั้นห้อง 6 รัฐสภา ใช้เวลาเพียงแค่ 9  นาทีเท่านั้น โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตรได้ทำสีหน้าขึงขัง พร้อมกล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคบางคนจะไปคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกระแสข่าว 3 ป.แตกคอกันว่า “ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง ขอให้ทุกคนรักกัน สามัคคีกัน ถ้าจะทะเลาะกันก็ให้นิดหน่อย อย่าวุ่นวาย เราต้องรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียว” 
จากนั้น พล.อ.ประวิตรไล่บี้ถาม ส.ส.ว่า มีใครอยากจะถามอะไรไหม  ถามมาได้เลย แต่ปรากฏว่าไม่มีใครถาม และเมื่อย้ำอีกครั้งว่ามีใครจะพูดอะไรไหม ทุกคนก็ยังเงียบอยู่ ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะจี้ถามไปที่ ส.ส.ภาคใต้คนหนึ่งว่าจะถามอะไรว่ามา โดย ส.ส.คนดังกล่าวได้ถามว่า พรุ่งนี้ (4 ก.ย.) ต้องโหวตอย่างไร พล.อ.ประวิตรจึงตอบด้วยเสียงขึงขังว่า  “ให้เป็นไปตามการประชุมคราวที่แล้ว ให้โหวตไปในทิศทางเดียวกันทุกคน” นอกจากนี้ยังยืนยันกับ ส.ส.ว่า “เราไม่ต้องการเป็นนายกฯ นายกฯไป ผมก็ไป” ทั้งนี้ ในช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประวิตรยังได้พูดถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการตัดสินใจสนับสนุนบัตรเลือกตั้งสองใบว่า “จบแล้ว เราชนะ เราได้เปรียบ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุม ส.ส.พรรคเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตรได้เดินทางออกจากรัฐสภาไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ซึ่งเป็นเวลาที่ไล่เลี่ยกับที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกไป โดยเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงมูลนิธิป่ารอยต่อฯ มี พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วย ส.ส.พรรค 60 คนรออยู่ โดยมีการสั่งให้ ส.ส.ทุกคนเก็บโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสได้ยกมือไหว้ขอโทษ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมระบุว่า “ถ้าทำอะไรให้ท่านไม่สบายใจ  ผมขอโทษ” ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกมือรับไหว้ตามมารยาท โดย  ร.อ.ธรรมนัสยังได้ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ข่าวที่ออกมาเป็นข่าวลือทั้งหมด ไม่รู้เรื่อง พร้อมระบายว่า "การที่เชิญท่านมา อยากขอความมั่นใจว่านายกฯ จะดูแลและทำงานร่วมกับพวกเรา ส.ส.และพรรค พปชร.อย่างไร มาขอความมั่นใจ" พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบกลับว่า "มีอะไรที่เราต้องดูแลบ้าง" ร.อ.ธรรมนัสเลยพูดว่า "มีหลายเรื่องที่ ส.ส.ไม่สบายใจ ในฐานะเราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคอื่นขออะไรก็ได้ แต่พวกเราไม่ได้อะไรเลย" พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบว่า "ถ้าโครงการต่างๆ มันถูกกฎหมายก็เขียนมาสิ" 
ร.อ.ธรรมนัสได้พูดอีกว่า "ท่านไม่เคยมาดูแล ไม่ได้เจอ ส.ส.ในพรรคเลย ส.ส.หลายคนก็ไม่เคยได้รู้จักกับท่านเลย" พล.อ.ประยุทธ์เลยตอบกลับไปว่า “ถ้าเป็นปัญหาแบบนี้ ก็จะไปปรับตัวดู” ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า “อะไรที่ผิดพลาดไปผมก็ต้องขออภัย แต่สิ่งที่ผมพูดไป พูดไปในฐานะเลขาธิการพรรค ที่ต้องดูแลพรรค ดูแล ส.ส.” พร้อมบอกกับ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยว่า "ในการลงมติวันที่ 4 ก.ย. ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ แต่รัฐมนตรีบางคนอาจได้ไม่เท่าท่าน" นายวิรัชกล่าวเสริมว่า "ของท่านอันดับหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จึงบอกว่า "ให้มันเท่าๆ กันดีกว่า" อย่างไรก็ตามมีช่วงหนึ่งที่ พล.อ.อนุพงษ์พูดกับ ส.ส.ว่า "อะไรที่ทำได้ก็จะทำ  อะไรที่ผ่านมาก็อย่าไปคิด" 
 ในการมาพบ ส.ส.ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ได้โชว์ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ 3 ป. โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าไปกอด  พล.อ.ประวิตร พร้อมสลับกันพูดรับส่งกันอย่างอารมณ์ดีว่า “ถ้า 3 คน อยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้าไปก็ต้องไปด้วยกัน ยังมีเรื่องราวของทั้ง 3 คนที่คนอื่นไม่รู้อีกเยอะ” นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังย้ำด้วยว่า “ถ้าอยู่เราต้องอยู่กัน 3 คน” ก่อนหันไปกระเซ้า พล.อ.ประวิตรว่า “ท่านอยากเป็นนายกฯ หรือ” พล.อ.ประวิตรจึงกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “จะบ้าหรือ กูไม่เป็นหรอก มึงเป็นนั่นแหละ” 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นาน  พล.อ.ประวิตรเคยพูดกับ ร.อ.ธรรมนัสที่เข้ารายงานสถานการณ์ต่างๆ  ในพรรค โดยมีประโยคหนึ่งที่เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องว่า “มึงจะให้กูทรยศน้องกูหรือ”
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข  (สธ.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการโหวตว่า จุดยืนของพรรค ภท. 61 เสียง โหวตให้นายกฯ หมดแล้ว เป็นอื่นไม่ได้  เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำงานด้วยกัน รับผิดชอบร่วมกัน และเราได้แจ้งว่าจะโหวตให้นายกฯ 61 เสียงไปตั้งนานแล้ว 
    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หัวเราะพร้อมกล่าวในเรื่องนี้ว่า “มันจบแล้วครับนาย” เมื่อถามว่านายที่ว่านายฝั่งไหน นายเฉลิมชัยไม่ตอบเพียงแต่หัวเราะ 
    นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า รปช.ที่มี 5 เสียง ขอลงมติไว้วางใจให้นายกฯ และรัฐมนตรีอีก 5 คน พร้อมขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป ฝ่าฟันวิกฤตของประเทศไปให้ได้.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"