ครป.บุกสภาฯ เรียกร้อง ส.ส. โหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลง!


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

4 ก.ย.64 - นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยว่าวันนี้เวลา 09.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือเรื่อง "ขอให้ใช้เสียงสวรรค์ของประชาชน โหวตเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กู้ชาติบ้านเมืองจากวิกฤตที่กำลังล้มละลาย" ถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคชาติพัฒนา และพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ฯลฯ

โดยในหนังสือมีเนื้อหาดังนี้    เนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวร้ายแรงของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งแก่สาธารณะมาอย่างยาวนานและได้ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การออกแบบรัฐธรรมนูญให้สมาชิกวุฒิสภาที่ตนเองแต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งทั่วไป การสร้างระบอบอำนาจนิยมใหม่ที่ครองงำรัฐสภาแบบเบ็ดเสร็จ ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและกฎหมายที่ลดทอนอำนาจของตนเอง ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจนขาดระบบการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ จนการบริหารบ้านเมืองขาดความโปร่งใส แม้แต่นายกรัฐมนตรียังไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตนเองแก่สาธารณะ ใช้อำนาจรัฐควบคุมกองทัพ บังคับตำรวจภายใต้การประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ มาอย่างยาวนาน และสร้างรัฐราชการรวมศูนย์ที่มีระบอบประยุทธ์เป็นศูนย์กลางบัญชาการ เกิดการแบ่งแยกความมั่งคั่งระหว่างประชาชน จนเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการเมืองมหาศาล จนเกิดวิกฤตความรุนแรงที่รัฐกลายเป็นคู่ความขัดแย้งกับประชาชนโดยตรงเสียเอง จนไม่อาจกล่าวได้ว่าอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เป็นการบริหารบ้านเมืองในรูปแบบคณาธิปไตยที่มีระบอบประยุทธ์เป็นศูนย์กลางของอำนาจการปกครองและอดีตนายพลอาวุโสคอยสนับสนุนทางการเมือง

ความผิดของพล.อ.ประยุทธ์ และพวก ไม่อาจสาธยายได้หมดในคราวเดียวและประวัติศาสตร์กำลังพิพากษาหากอนาคตยังคงอยู่เคียงข้างความหวังของประชาชนไทยที่กำลังทุกข์ยากลำบาก จากวิกฤตเศรษฐกิจ และพิษโควิดที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง จากความผิดพลาดล้มเหลวแทบทุกด้านของรัฐบาลที่มีเคยเห็นหัวประชาชน ไม่เคารพให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และคุณค่าของชีวิตประชาชนที่นอนรอความตายจากการอหังการ์ของผู้นำที่ไม่เคยออกมารับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเองจากการบริหารไม่เป็น ไร้วิสัยทัศน์ ประมาทเลินเล่อ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มโนธรรมสำนึกบกพร่อง ขาดจริยธรรมและคุณธรรมขั้นร้ายแรง จนไม่อาจมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำประเทศไทยได้อีกต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศที่กำลังพังพินาศใกล้จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวในปัจจุบัน

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และองค์กรภาคประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจและโอกาสบริหารบ้านเมืองมาเป็นเวลามากกว่า 7 ปีแล้ว ไม่สมควรมีโอกาสที่จะคอร์รัปชั่นเวลาเพื่อบริหารบ้านเมืองต่อไป เพราะจะทำให้บ้านเมืองเดินไปสู่วิกฤตทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ล้มเหลวจนยากจะคาดเดาถึงหายนะ เนื่องจากระบอบประยุทธ์และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกลายเป็นอุปสรรคโดยตรงกับการพัฒนาประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และได้ทำลายคุณค่าทางสังคมและการเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยพรรคร่วมรัฐบาลต่างได้รับอานิสงค์จากระบอบอำนาจนิยมดังกล่าวมาไม่มากก็น้อยจากการร่วมปฏิบัติการทุจริตประพฤติมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านกระทรวง ทบวง กรม ในขณะที่การตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอและล้มเหลวทั้งในองค์กรอิสระและระบบรัฐสภาที่ถูกผูกขาดอำนาจร่วมโดยวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากประชาชน

ความผิดพลาดในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชนในครั้งก่อนนั้นมาจากการอนุญาตให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้เลือกนายกฯ แทนสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้มาจากเสียงสวรรค์ของประชาชน (Vox Populi Vox Dei) ที่ต้องการเลือกนายกฯ ของตนผ่านผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ดังนั้น การออกเสียงไม่ไว้วางใจนายกฯ ในวันนี้จึงเป็นโอกาสโดยตรงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะแก้ไขปัญหาความล้มเหลวของบ้านเมืองที่มาจากสาเหตุของความขัดแย้งหลักในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถดำรงสถานะสถาบันในระบอบประชาธิปไตยที่สามารถเป็นทางออกจากปัญหารัฐที่ล้มเหลวและแก้วิกฤตของชาติบ้านเมืองได้ต่อไป เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยผ่านวิกฤตระบอบอำนาจนิยมนี้ไปด้วยกันร่วมกันคนไทยทั้งชาติ

ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และองค์กรภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน โดยเฉพาะสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคชาติพัฒนา และพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ได้โปรดเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเหนือผลประโยชน์อำนาจและเงินตราที่ตนจะได้รับ ออกเสียงโหวตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยกมือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีกันถ้วนหน้า เพื่อเป็นฉันทามติในสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ปัญหาวิกฤตและหาทางออกของประเทศ โดยร่วมกันเลือกให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่มาจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริงเพื่อมาแก้ปัญหาและบริหารบ้านเมืองตามวาระต่อไป

ขอให้ใช้เสียงสวรรค์ของประชาชนที่ได้มา ลงมติโหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย กู้ชาติบ้านเมืองก่อนที่จะถอยหลังเข้าคลองจากวิกฤตที่กำลังล่มสลาย และก่อนสถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นความรุนแรงซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 ที่ประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงค์โดยตรงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร และหรือหากนายกรัฐมนตรีได้รับเสียงไว้วางใจแต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องลาออกจากตำแหน่ง

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.