รุมเฉ่งนโยบายสหรัฐพรากลูกผู้อพยพ 'เมลาเนีย' วอนหยุด


   

นโยบาย "ความอดทนเป็นศูนย์" ในการสกัดผู้อพยพข้ามชายแดนของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พรากเด็กจากพ่อแม่ กำลังเผชิญแรงต้านจากทุกทิศ ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็นออกโรงประณาม "ไร้สามัญสำนึก" แม้แต่เมลาเนีย ทรัมป์ ยังรับไม่ได้ เรียกร้องให้ยุติ

เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรักษาชายแดนของสหรัฐตรวจค้นผู้อพยพลี้ภัยจากอเมริกากลาง ใกล้กับเมืองแมคอัลเลน รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 ครอบครัวนี้ถูกส่งไปยังศูนย์กักกันและมีความเป็นไปได้ที่เด็กจะถูกแยกจากผู้ใหญ่ที่ถูกควบคุมตัว / AFP

    เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 โจมตีนโยบาย "ความอดทนเป็นศูนย์" ด้านการรักษาความปลอดภัยชายแดนของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังบังคับใช้อย่างเข้มงวด ด้วยการจับกุมคุมขังผู้อพยพลี้ภัยที่ข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ที่ทำให้เด็กๆ ถูกพรากจากพ่อแม่ แล้วแยกมาดูแลต่างหาก

    "ความคิดที่ว่า รัฐหนึ่งรัฐใดก็ตามพยายามยับยั้งคนเป็นพ่อแม่โดยสร้างความเจ็บปวดแก่เด็กๆ เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไร้สามัญสำนึก" ข้าหลวงสิทธิฯ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยุติการปฏิบัติที่ "บังคับพรากเด็กๆ" เหล่านี้ลงทันที

    สมาชิกพรรคเดโมแครตพากันต่อต้านนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งขันเช่นกัน ส.ว.เจฟฟ์ เมิร์คลีย์ จากรัฐออริกอน กล่าวภายหลังนำกลุ่มผู้แทนของพรรคไปตรวจเยี่ยมชายแดนติดเม็กซิโกว่า นโยบายความอดทนเป็นศูนย์น่าจะใช้ชื่อว่ามนุษยธรรมเป็นศูนย์มากกว่า เขายังกล่าวภายหลังคณะของเขาเข้าตรวจเยี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ทที่ถูกเปลี่ยนเป็นที่พักของลูกหลานผู้อพยพ 1,500 คนว่า การทำร้ายเด็กเหล่านี้ให้แบกความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถือเป็นสิ่งชั่วร้าย

    รัฐบาลของทรัมป์กำลังวางแผนจะสร้างแคมป์ในฐานทัพที่เทกซัสเพื่อรองรับเด็กที่จะมาเพิ่มอีก โดยข้อมูลระบุว่า ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์ มีเยาวชนเกือบ 2,000 คน ถูกแยกจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแล

แฟ้มภาพ นางเมลาเนีย ทรัมป์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 / AFP

    แม้แต่นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐซึ่งปรกติไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งสองพรรคการเมืองปฏิรูปนโยบายคนเข้าเมืองเพื่อแก้ปัญหานี้ แม้จะไม่ถึงขั้นประณามนโยบายของสามี

    นางลอรา บุช อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็เขียนบทความลงวอชิงตันโพสต์คัดค้านนโยบายนี้ เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน.

 


ท่าจะรอดยาก เรื่องตัวเองยังไม่รู้ แล้วจะให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรกัน ครับ...วานนี้ (๑๘ ตุลาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน

ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"