อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'


   

      "นายกฯ ประยุทธ์" ยกระดับ "ผู้นำเผด็จการ" ไปอยู่ในขั้นเร้าใจ!

      พุธที่จะถึง (๒๐-๒๖ มิ.ย.๖๑)...........

      นำทีม "สร้างบ้าน-สร้างเมือง" ไปอังกฤษและฝรั่งเศส ตีซะว่า ๑ สัปดาห์

      ไปแบบ "มีงาน" ที่ต้องไปทำ "เพื่องาน"

      ไม่ใช่ "ฉากหน้า" ขอให้เขาเชิญไป แค่จับมือผู้นำประเทศนั้น-นี้ ถ่ายรูป โพสต์เฟซ

      ในขณะที่ "ฉากหลัง".........

      ฉวยโอกาสลำเลียงสมบัติ "โกงแบ่งกัน" ยัดใส่กระเป๋าขึ้นเรือบินเป็นร้อยๆ ใบ ไปซุกไว้นอกประเทศ!

      ดูตามตารางงาน ที่ "พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค" แถลง ต้องบอกว่า

      เที่ยวนี้ พลเอกประยุทธ์ไปแบบ "นายกฯ นักธุรกิจ" เต็มตัว

      เป้าหมาย เพื่อเจรจา-ตกลงการลงทุน EEC เป็นหลัก

      สวมเสื้อ "นายกฯ นักธุรกิจ" ก็จริง...........

      แต่ "ทางการเมือง" กลับได้เป็นกอบ-เป็นกำ

      ที่เด่นชัด สหภาพยุโรป ปกติ ปฏิเสธรัฐบาล "ระบอบเผด็จการ" เคร่งครัด

      แต่วันนี้.........

      ยอมรับ "นายกฯ เผด็จการ" ที่ชื่อ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" หลังจากบริหารประเทศ พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็น

      "นายกฯ Good Governance"!

      นี่เป็นการยืนยันอย่างหนึ่ง ว่าในทุกระบบ-ระบอบของการ บริหาร-ปกครองประเทศ ต่างกันแค่ "รูปแบบ-วิธีการ"

      ที่ไม่ต่างกัน คือ "เนื้อหา"!

      "ธรรมาภิบาล" หรือ Good Governance คือ "เนื้อหา"

      นั่นคือ Good Governance ไม่ใช่สมบัติหาได้จากรัฐบาลเลือกตั้งเท่านั้น

      รัฐบาลเผด็จการ บริหารมีธรรมาภิบาลก็ได้

      และในทางกลับกัน "รัฐบาลเลือกตั้ง" ก็ใช่ว่าจะมีธรรมาภิบาลเสมอไป!

      สรุป ในบางครั้ง เผด็จการ "เนื้อหา" มันคือสาระจริง อันหาไม่ได้เลย จากประชาธิปไตย "รูปแบบ"

      แล้วที่จะบินกันไปพรุ่งนี้ มีใครบ้างล่ะ...นอกจากตัวนายกฯ แล้ว แกนๆ เศรษฐกิจรัฐบาล ก็มี

       -นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ

       -นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ

       -นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ

       -นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ 

       -นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และ

       -นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาฯ EEC

       ตามโปรแกรมไป ๒ ประเทศ คือ อังกฤษกับฝรั่งเศส

      ๒๐ มิ.ย.โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ ถึงกรุงลอนดอนพบหารือกับผู้บริหารบริษัทเอกชนไทยรายใหญ่ในสหราชอาณาจักร

      ตอนบ่ายแก่ๆ "นายกฯ ประยุทธ์" พบหารือกับ "นางเทเรซา เมย์" นายกฯ สหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบฯ

      ๒๑ มิ.ย.เปิดงาน "Transforming Thailand" ที่โรงแรม เดอะ แลนด์มาร์ก ลอนดอน

      จากนั้น ฟังบรรยายสรุปและดูงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของบริษัทเพียร์สัน เป็นหลักสูตรด้านอาชีวศึกษา ที่สำนักงานใหญ่บริษัท

      ตอนบ่าย พบปะชุมชนไทยในสหราชอาณาจักร

      ๒๒ มิ.ย.ไปฝรั่งเศส........

      หารือกับนายกีโยม โฟรี ประธานบริษัท Airbus Commercial Aircraft ณ บริษัท Airbus  Commercial Aircraft เมืองตูลูส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

      เข้าร่วมพิธี "เปิดตัวแบบจำลองศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน"

      พร้อมเป็นสักขีพยาน "พิธีลงนามความตกลงสัญญากรอบการร่วมทุน"

      ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับบริษัท Airbus Commercial Aircraft   

      เยี่ยมชม "ศูนย์แสดงแบบจำลองอากาศยาน" ของ Airbus (Airbus Mock-up Center)  

      และเยี่ยมชม "ศูนย์สายการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน A 380"

      ๒๓ มิ.ย.ตอนเช้า..........

      พบหารือภาคเอกชนไทยในสาธารณรัฐฝรั่งเศสและนักธุรกิจไทย พบหารือและมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส พบปะชุมชนไทย

       ๒๕ มิ.ย.พบหารือกับภาคเอกชนฝรั่งเศสที่สนใจลงทุนในไทย ณ แซร์กเลอ เดอ ลูนียง แองแตร์อัลลีเย และกล่าวเปิดงาน Business Conference

      สภานายจ้างฝรั่งเศส ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นผู้จัด

      พบหารือภาคเอกชนฝรั่งเศสที่สนใจลงทุนในไทยกลุ่ม VINCI Group

       โดย "นายนีโกลา โนแตแบร์" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท VINCI Concessions ณ แซร์กเลอ  เดอ ลูนียง แองแตร์อัลลีเย 

      ตอนบ่าย......

      นายกฯ ประยุทธ์เข้าพบหารือกับ "นายเอมมานูเอล มาครง" ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส  ที่ทำเนียบฯ

      ประธานาธิบดีมาครงและนายกฯ ประยุทธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงสัญญากรอบการร่วมทุน

      ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท Airbus Commercial Aircraft

      และสัญญาซื้อขายดาวเทียมธีออส ๒

      ระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กับบริษัท Airbus  Defence & Space SAS

      จากนั้น ประธานาธิบดีมาครงและนายกฯ ประยุทธ์ จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วย 

      ๒๖ มิ.ย.เที่ยงครึ่ง นายกฯ กับคณะกลับถึงไทย

      นี่....ผมก็นำตารางงานมาให้ดู เพื่อให้เห็น ว่าที่จะไปทำงานให้เป็นเนื้อ-เป็นหนังนั้น

      กว่าจะถึงขั้นนี้ ฝ่ายปฏิบัติการต้องเรียกว่า "รากเลือด"

      ที่เห็นการเซ็นสัญญา "การบินไทย-แอร์บัส"

      นั่นเป็นการร่วมทุนพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่สนามบินอู่ตะเภา ในโครงการ EEC  นั่นแหละ

      ลงทุนฝ่ายละครึ่ง จะเสร็จและเปิดใช้ราวๆ ปี ๖๕

      เรียกว่า จะเป็น "ศูนย์ซ่อม" ทันสมัยแห่งแรกในภูมิภาค!

      รองรับการซ่อมบำรุงเครื่องบินได้ทั้งของโบอิงและแอร์บัส

      โครงการนี้ มูลค่าประมาณ ๑ หมื่นล้าน.......

      กองทัพเรือ เจ้าของพื้นที่ "สนามบินอู่ตะเภา" เป็นฝ่ายลงทุนสิ่งปลูกสร้างและงานโยธา วงเงินประมาณ ๖ พันล้าน

      ส่วนอีก ๔ พันล้าน การบินไทยกับแอร์บัสนั่นแหละ คนละครึ่ง

      นี่ข้อมูลหยาบๆ เท่าที่ผ่านหู-ผ่านตา นำมาเล่าพอให้รู้เพียงว่า อะไร-เป็นอะไรก่อนเท่านั้น

      อีกอย่าง เพื่อย้ำให้มั่นใจ โครงการ EEC จะไม่เป็นโครงการร้อยปี      เหมือนหลายๆ โครงการของไทย

      รัฐบาล คสช.ทำให้ท้องแล้ว.........

      ก็ไม่ทอดทิ้ง ด้วยทัศนคตินักการเมืองเลือกตั้ง ที่คลอดโครงการแค่ "หาเสียง-เอางบ-เอาเปอร์เซ็นต์"

      ส่วนสำเร็จหรือไม่สำเร็จ กูไม่รู้........

      เป็นหน้าที่รัฐบาลชุดต่อๆ ไป จะล้างชามหรือจะทุบชามทิ้ง เรื่องของมึง!

      EEC จะเป็นชิ้นงานประวัติศาสตร์ของประเทศ ในด้านว่า

      เริ่มในรัฐบาลเดียว

      สำเร็จเป็นรูปร่างในรัฐบาล

      และ "อาจเสร็จ" เป็นรูปธรรมจับต้องได้ในรัฐบาลเดียว

      คือ "รัฐบาลเผด็จการ คสช." โดยนายกฯ ประยุทธ์ ภายใต้เทอมเวลา ๕ ปี นับต่อจากนี้!

      และเมื่อวาน ผมนอนฟังข่าวแว่วๆ........

      โครงการรถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา" เปิดให้ผู้สนใจซื้อซองประมูลแล้ว

      เรียกว่า แต่ละยูนิตงาน เดินประสานเพื่อไปบรรจบเป้าหมายเดียวกัน ตามเทอมเวลา ชนิดนาทีต่อนาที

      ถ้าทุกอย่างต่อเนื่อง ทำนามธรรม EEC ให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดขึ้นเท่าไหร่

      "ความมั่นใจ" ในการลงทุนก็จะมากขึ้นเท่านั้น

      เมื่อการลงทุนมา.........

      น้ำคือเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบทุกสาย ก็จะไหลมาเลี้ยงผืนดิน-ผินหญ้าที่แตกระแหง

      จากแห้ง เป็นชื้น และจากชื้น เป็นชุ่มฉ่ำไปทั่ว!

      ทุกอย่างในการรอคอย ๓-๕ ปี แม้ว่ายาวนาน แต่ยาวนานแบบมีหวังไปถึงและสำเร็จ

      มันแปร "หิว" เป็น "พลัง" อดทนรอได้อยู่!

      มาถึงวันนี้แล้ว เป็นตัวบอกอย่างหนึ่งว่า การเมือง นั้น จะ "ดี-เลว" อยู่ที่ตัวคนจะแปรค่า

      ถ้าแปรการเมืองเป็น "เพื่อประโยชน์สุขบ้านเมืองและความมั่งคั่งประชาชาติ"

      ...........ระบอบนั้น สำคัญไฉน?

      แต่ถ้าแปรการเมืองเป็น "เพื่อประโยชน์สุขนักเลือกตั้งและความมั่งคั่งโคตรตระกูล"

      ระบอบนั้น จัญไร...จัญไร!

      เพราะอย่างนี้กระมัง..........

      ผู้นำรัฐบาลเผด็จการ จึงมุ่งงาน แทนลงสนาม "หมาฟัดหมา" เวลานี้?


แล้วก็จบ............โดย "ประเทศไทย" ความเป็น "คนไทย" อันมี "สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นศูนย์รวมฝังอยู่ในความทรงจำที่ดีของคนกว่า ๖ พันล้าน ทั่วโลก

นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา
'ปาฏิหาริย์รอดแห่งการติดถ้ำ'
'จ่าแซม' Thai NavySEAL
ต่อคำถาม 'ปฏิบัติการ ๘ กรกฎา'
ปรากฏการณ์ ๑๓ หมูป่ายึดโลก