พปชร.โชว์ชื่นมื่น! ‘ป้อม’กำราบส.ส.โวเลือกตั้งกวาด150ที่นั่ง‘ธรรมนัส’เลิกพยศ


เพิ่มเพื่อน    

พปชร.ประชุมคึกคัก “บิ๊กป้อม” ควง “ธรรมนัส-นฤมล”  พร้อมเปิดตัว “พล.อ.วิชญ์” ปธ.ยุทธศาสตร์พรรค ดูแลการเลือกตั้ง-ประสาน ส.ส. ตอกย้ำ "ลุงป้อม" ยังเป็นใหญ่ใน พปชร. ปลุกสมาชิกขอให้รักกัน สามัคคีกัน ห้ามตั้งกลุ่มก๊วน จะมีก็แต่กลุ่มหัวหน้าพรรค ลั่นจะดูแล ส.ส.และรับผิดชอบคนเดียว ประกาศเลือกตั้งครั้งหน้าบัตร 2 ใบกวาด ส.ส. 150 ที่นั่ง “ธรรมนัส” กลับลำ เมื่อนายรักก็อยู่ต่อเป็นบ้านหลังสุดท้าย  "ส.ส.เครางาม” ปัดซบอก พปชร. สุดเจ็บปวดถูกไอโอใส่ร้าย ฝ่ายค้านจ่อยื่นเอาผิด 4 รัฐมนตรี แย้มอาจยื่นเปิดซักฟอกไม่ลงมติอีกรอบ “โฆษกรัฐบาล” โต้กลับนายกฯ ตอบชัดเจนหมดแล้ว มุ่งทำงานให้ประชาชนไม่สนเกมการเมือง
    เมื่อวันพุธ เวลา 08.20 น. ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชั้น  6 รัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นประธานประชุม ส.ส.พรรค โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค  รวมถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคเดินทางมาพร้อมกัน  โดย พล.อ.ประวิตรได้หันมาถามผู้สื่อข่าว “มีใครติดโควิดหรือเปล่า” โดยผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลการตั้ง พล.อ.วิชญ์เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พล.อ.ประวิตรหันมาตอบพร้อมชี้นิ้วไปทาง พล.อ.วิชญ์ว่า "ถามเขาดู" 
    นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรี แกนนำ และ ส.ส.พรรคเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรองหัวหน้าพรรค, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายสุชาติ  ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง และผู้อำนวยการพรรค, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รวมถึงนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. โดยนายวิรัชได้กล่าวกำชับตอนหนึ่งว่า ขอให้ ส.ส.ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายในสมัยประชุมนี้
    ภายหลังประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า วันนี้ได้กำชับให้ต้องรักกัน และตอนนี้รักกันปกติ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารและตำแหน่งต่างๆ ในพรรค
    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในพรรคแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าเรียบเฉย โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าวรวมถึงการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ก่อนเดินเข้าลิฟต์เดินทางกลับ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ พล.อ.ประวิตรกำลังลงลิฟต์พร้อมร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล ผู้สื่อข่าวถามได้ถาม ร.อ.ธรรมนัสว่าสบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า "สบายใจตั้งนานแล้ว"
    ด้านนายวิรัชให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประวิตรได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าไม่มีเรื่องการปรับกรรมการบริหารพรรค ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะรักพรรค พปชร.มากและจะอยู่กับพรรค โดยขอให้พวกเราในช่วงหนึ่งปีเศษจากนี้ ให้เตรียมลงพื้นที่และเข้าหาช่วยเหลือประชาชน อะไรที่พรรคจะเข้าไปดูแลและช่วยเหลือได้ พล.อ.ประวิตรก็จะเข้าช่วยเหลือ พร้อมฝากรัฐมนตรีในพรรคให้ลงพื้นที่คู่กับสมาชิกพรรคด้วย ส่วนการแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคนั้น ก็เพื่อดูแลช่วยเหลือวางแผนต่างๆ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
    "และจากนี้ไปภายในพรรค พปชร.จะไม่มีก๊วนไม่มีกลุ่ม จะมีกลุ่มเดียวคือกลุ่มประวิตร คือกลุ่มหัวหน้าพรรคเท่านั้น และเวลา พล.อ.ประวิตรพูดก็จะได้ยินเสียงปรบมือของ ส.ส.เป็นระยะ ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัสยืนยันในที่ประชุมว่ายังทำหน้าที่เป็นเลขาฯ พรรค ยังช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ วันนี้ยังลงพื้นที่และเป็นผู้แทนอยู่ ยังทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆ และยังอยู่กับพรรค พปชร.ต่อไป"
    ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรได้แจ้งให้นายกฯ รับทราบถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องเลือกตั้งในช่วงหนึ่งปีที่เหลืออยู่นี้หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรพูดหมดแล้ว และย้ำให้ผู้แทนดูแลพื้นที่และเข้าหาประชาชนในการเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภา
'ลุงป้อม' ลั่นดูแล ส.ส.ด้วยตนเอง
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรขอให้  ส.ส.รักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมกันทำงาน อย่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน และไม่มีการพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ส่วนการตั้ง พล.อ.วิชญ์เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ก็เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องแล้วแต่ประธานยุทธศาสตร์พรรคจะเป็นผู้กำหนดแนวทาง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดอะไรเพราะเพิ่งตั้งมาทำหน้าที่  อย่างไรก็ดีตนมาทราบตอนที่มีคำสั่งออกมาแล้ว และแสดงความยินดีกับประธานยุทธศาสตร์พรรคคนใหม่ ซึ่งตอนแรก พล.อ.ประวิตรจะมอบหมายให้ตนทำหน้าที่นี้ แต่ได้บอกไปว่าให้เอาคนที่มีเวลามากกว่า และไม่ติดขัดอะไร ดีใจที่มีคนมาช่วยทำงาน
    เมื่อถามว่า พล.อ.วิชญ์ไม่ได้มาจากสายการเมืองจะเข้าใจงานทางการเมืองหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็อาจจะทำเรื่องที่นอกการเมือง ซึ่งอาจจะเข้ามาช่วยในมุมอื่นๆ ที่สมควรต่อไป เพราะเรื่องการเมืองมีคนในพรรคทำอยู่แล้ว เมื่อถามว่าขณะนี้มีการส่งสัญญาณปรับ ครม.หรือยัง  นายสมศักดิ์กล่าวว่ายังไม่มี
    มีรายงานว่า ในการประชุม ส.ส.พรรค พปชร.นัดส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภา พล.อ.ประวิตรได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมด้วยตัวเอง โดยวันนี้ ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลมาร่วมประชุมด้วยเป็นครั้งแรกหลังถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะที่แกนนำพรรคคนอื่นๆ  โดยเฉพาะแกนนำที่เป็นรัฐมนตรีต่างเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  โดยก่อนเริ่มประชุม พล.อ.ประวิตรได้แนะนำ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคคนใหม่ ที่มาร่วมประชุมกับพรรคเป็นครั้งแรกให้ ส.ส.รู้จัก โดยหลังจบการแนะนำ ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตรจะมอบหมายให้ทำหน้าที่ดังกล่าว ได้ลุกขึ้นกล่าวในที่ประชุมว่า “มีคนถามผมว่าน้อยใจมั้ยที่ไม่ได้เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวท่านหัวหน้าพรรคจะให้ผมเป็น ผมไม่น้อยใจ ความสำคัญของผมเทียบไม่ได้กับความมั่นคงของพรรค ผมไม่ติดใจ น้อมรับ และผมพร้อมทำงานเคียงข้างประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค” ทั้งนี้เมื่อนายสมศักดิ์พูดจบ  บรรดา ส.ส.ต่างพร้อมใจกันปรบมือเกรียวกราวให้กำลังใจนายสมศักดิ์ 
    จากนั้นในที่ประชุมได้พูดถึงกระแสข่าวความขัดแย้งและการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเลขาธิการพรรค โดย พล.อ.ประวิตรได้กล่าวถึง ร.อ.ธรรมนัสที่นั่งอยู่ด้านข้างๆ ตัวเองให้ ส.ส.ฟังว่า เป็นคนที่เสียสละมาตลอด  ควรจะอยู่ด้วยกันต่อ พร้อมกับถาม ร.อ.ธรรมนัสว่าจะอยู่ต่อ หรือจะเอาอย่างไร ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสได้กล่าวยืนยันในที่ประชุมว่า "ตอนแรกผมจะไม่อยู่ ใจอยากกลับไปอยู่ที่บ้านทำธุรกิจ เป็นราษฎรธรรมดามากกว่าทำการเมือง ซึ่งท่านประวิตรขอให้อยู่ช่วยกันทำงาน ถ้านายรัก อนุญาตให้ทำงานต่อ ก็จะไม่ออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถ้าท่านประวิตรอยู่ ผมก็ยินดีที่จะอยู่ต่อ ผมเกิดจากพรรคนี้ก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้ ถ้าจะจบชีวิตการเมืองก็ขอให้จบที่พรรคพลังประชารัฐ ยึดที่นี่เป็นที่พึ่งพิง ขอให้พลังประชารัฐเป็นบ้านสุดท้ายของผม” 
ตั้ง 'บิ๊กน้อย' ประสาน ส.ส.
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตรยังย้ำกับ ส.ส.เรื่องการสลายก๊กและมุ้งต่างๆ  ในพรรคว่า "ขอให้ช่วยกันทำให้พรรคมั่นคง ขอให้รักกัน สามัคคีกัน ช่วยกัน อย่ามีกลุ่ม มีก๊วน ต่อไปจะมีแต่กลุ่มหัวหน้าพรรค แล้วห้ามไปตั้งก๊วน ตั้งมุ้ง ส่วนมุ้งต่างๆ ที่เคยดูแล ส.ส.กันอยู่ ขอให้หยุด ต่อไปถ้าจะดูแล มาเอาที่ผม ผมรับผิดชอบคนเดียวเอง” อย่างไรก็ตามมีช่วงหนึ่ง  พล.อ.ประวิตรได้กล่าวปลุกขวัญกำลังใจ ส.ส.ว่า จะดูแลทั้งพรรคและการเลือกตั้งครั้งหน้า ครั้งหน้าใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ จะทำให้พรรคได้ไม่น้อยกว่า 150 เสียงให้ได้ ทุกอย่างเหมือนเดิม หลังจากนั้น ส.ส.หลายคนได้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย โดยมีข้อเสนอหนึ่งขอให้นายกฯ มาดูโครงการพัฒนาของ ส.ส.ด้วย เพื่อ ส.ส.จะได้มีผลงาน ขณะเดียวกันยังได้มีการเสนอว่า ให้รัฐมนตรีของพรรคไปช่วยดูแล ส.ส.เวลาลงพื้นที่ด้วย 
    อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมเสร็จสิ้นช่วงที่นายสมศักดิ์รอลิฟต์อยู่  ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรได้เดินมาเจอพอดี จึงเดินเข้าไปสวมกอดนายสมศักดิ์ โดย พล.อ.ประวิตรได้กระซิบข้างหูว่า "ขอบใจมาก" 
     มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ พล.อ.วิชญ์ที่ พล.อ.ประวิตรเพิ่งลงนามคำสั่งแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย. นอกจากจะเป็นอดีตนายทหารคนสนิทที่ถูกจัดเป็นน้องรักอันดับต้นๆ ของ พล.อ.ประวิตรแล้ว ยังรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ ร.อ.ธรรมนัส โดย ร.อ.ธรรมนัสเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.25  ของนายทหารคนสนิทของ พล.อ.วิชญ์ ซึ่งเป็นก๊วนทหารม้าเช่นเดียวกับ  พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารผู้ใหญ่ที่ ร.อ.ธรรมนัสนับถือที่สุด ทั้งนี้ การที่ พล.อ.ประวิตรแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์ขึ้นเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ทั้งที่แต่เดิมเคยจะแต่งตั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรนั้น ต้องการแสดงในเชิงสัญลักษณ์ว่าพรรค พปชร.ยังเป็นของ พล.อ.ประวิตร  เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เตรียมจะให้รัฐมนตรีในพรรค พปชร.ที่ระยะหลังมีความใกล้ชิดนายกฯ เข้ามามีบทบาทในพรรคแทน ร.อ.ธรรมนัส  
    นอกจากนี้ การแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์เข้ามาเพื่อจะให้เป็นบุคคลที่คอยดูแลประสานกับ ส.ส.ในพรรค เพราะบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัสอาจจะไม่มากเหมือนแต่ก่อน รวมถึง ส.ส.บางกลุ่มในพรรคอาจไม่สบายใจที่จะต้องประสานกับ ร.อ.ธรรมนัส จึงให้ พล.อ.วิชญ์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่สายตรงของ พล.อ.ประวิตรเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ 
     วันเเดียวกัน นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงยืนยันว่า ยังรักพรรคเพื่อไทยและเคารพในตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยืนยันว่าไม่เคยได้รับกล้วยจากใคร ขอท้าเลยว่าถ้าตนได้กล้วยขอให้มีอันเป็นไป แต่ถ้าไม่ได้รับก็ขอให้คนพูดมีอันเป็นไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีแนวคิดว่าจะย้ายไปไหน วันนี้ก็หาพรรคอยู่ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ พท.ขับออกจากพรรค ตนก็จะถามประชาชนชาวอุตรดิตถ์และคนไทยทั่วประเทศ ให้ช่วยตัดสินใจอนาคตทางการเมือง ซึ่งมี 2 ทาง คือ 1.ลาออกจากทุกตำแหน่ง โดยจะหายไปจากการเมืองไทย และ 2.ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน เพื่อให้ประชาธิปไตยเบิกบานด้วยการเอาชนะเผด็จการ ปรากฏว่าชาวอุตรดิตถ์บอกให้ตนสู้ต่อ ขอประกาศกร้าวว่าเป็น ส.ส.ของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ ส.ส.ที่พรรคไหนจะจูงจมูกให้ซ้ายหันขวาหัน ไม่ว่า พท.จะไล่หรือจะขับออก ถ้าไร้อุดมการณ์ตนไม่อยู่ด้วยแน่นอน
'พ่อเครางาม' ปัดซบ พปชร.
    เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะย้ายไปอยู่กับ พปชร.หรือไม่ นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนดีกว่า แค่คิดก็ตลกแล้ว ต่อสู้มาขนาดนี้ จะตอบประชาชนอย่างไรถ้าไปอยู่กับเผด็จการ และถ้าย้ายไปก็จะเข้าทางไอโอ ขอเตือนไอโอบาปบุญมีอยู่จริง ขอให้พูดความจริง ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ อย่าใช้วิธีการโจมตี และขอฝากไปถึงทีมปีศาจในห้องแอร์ของ พท.ด้วยว่า ถ้าจะตีต้องตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   ไม่ใช่ตีพรรคร่วม ที่มาใส่ร้ายว่าจะไปอยู่กับ พปชร. ถามว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แบบนี้มันเจ็บปวด
    ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ได้เห็นแถลงการณ์ของนายศรัณย์วุฒิแล้ว น่าจะรอเหตุผลของพรรคเสียก่อน เมื่อพรรคพิจารณาแล้วจะดำเนินการส่งคำวินิจฉัยและคำชี้แจงไปยังผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไร พรรคมีกระบวนการอยู่แล้ว  อย่าเพิ่งไปว่ากล่าวพรรคในลักษณะนี้ นายศรัณย์วุฒิใช้คำว่านักรบในห้องแอร์ กล่าวหาคนในพรรคนั้น ยืนยันว่าทุกคนช่วยกันทำงาน ในพรรคมีแต่ละฝ่ายแต่ละด้าน พท.เป็นองคาพยพที่ใหญ่ อย่าไปมองว่าพรรคไปกลั่นแกล้งหรือว่าอะไร ยืนยันว่า พท.ไม่มีพวกตามที่กล่าวอ้าง   
    สำหรับกระบวนการตรวจสอบ 7 ส.ส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรค  ภายหลังคณะกรรมการจริยธรรมพรรคตรวจสอบแล้วเสร็จ เบื้องต้นจะแจ้งให้คณะกรรมการบริหารพรรครับทราบก่อน จากนั้นจะเรียกประชุม ส.ส.กับกรรมการบริหารพรรคต่อไป ภายในเดือน ต.ค.นี้คงจะมีนัดหมายกันอีกครั้ง เพราะในช่วงปลายเดือน ก.ย. หลังจากปิดประชุมสภา  ส.ส.หลายท่านคงจะลงพื้นที่พบปะประชาชนกันมากขึ้น 
    นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยภาคทัณฑ์ จากการไม่โหวตเป็นไปในทิศทางเดียวกับพรรคว่า การให้ข่าวของพรรคเพื่อไทย ทำให้เสียหาย เพราะพรรคได้ระบุในทำนองว่าตนโหวตสวนกับมติพรรค  ทั้งที่ในข้อเท็จจริงคือตนป่วย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่  3 ก.ย. ได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด พร้อมกับมีความเครียดอื่นๆ  และเครียดในเรื่องพื้นที่เลือกตั้ง เลยตรวจอาการอื่นไปพร้อมกัน ปรากฏว่ามีแผลในสมอง เส้นเลือดในสมองตีบ ความดันขึ้นสูงมาก แพทย์เกรงว่าหากให้ไปลงมติอาจน็อกได้ จึงให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาลงมติในวันที่ 4 ก.ย.ได้ ในการชี้แจงกับคณะกรรมการวินัยจริยธรรมได้นำรายงานทางการแพทย์ หลักฐานที่ยืนยันไปแจ้งกับพรรคและคณะกรรมการวินัยให้ทราบแล้ว เมื่อผลออกมาพรรคไม่ได้ชี้แจงเหตุผลให้ ทำให้ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ 
    "การออกข้อห้าม ส.ส.ในวันลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล การห้ามลายังพอเข้าใจได้ แต่ถ้า ส.ส.เกิดป่วยอย่างกะทันหัน นี่ถือว่าขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ฝ่าฝืนจริยธรรมทางการเมืองหรือไม่ แม้ผมจะไม่ถูกบทลงโทษถึงขั้นให้สมาชิกพรรคใช้เสียง 3 ใน 4 โหวตว่าจะให้พ้นจากสมาชิกพรรคหรือไม่ แต่การที่พรรคไม่ได้แก้ตัวให้ผม ทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด ไม่ว่าบทลงโทษอย่างเป็นทางการจะออกมาอย่างไรพร้อมยอมรับ" นายชัยยันต์กล่าว 
ฝ่ายค้านยื่น ปปช.ฟัน 4 รมต.
    ที่รัฐสภา แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการผู้นำฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ นายนิคม  บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงกรณีการยื่นร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เอาผิดรัฐมนตรี 4 คนภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ให้แต่ละพรรคกลับไปเตรียมเรื่องที่จะร้องมา แล้วนำมาให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมดได้ร่วมลงชื่อแล้วยื่นร้องพร้อมกันวันที่ 29 ก.ย. เวลา  10.00 น. จะประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อสรุปคำร้องต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทย  จากนั้นจะนำเรื่องยื่นต่อไป 
    นายประเสริฐกล่าวว่า จะมีการยื่น ป.ป.ช. 8 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด 6 เรื่อง เรื่องการระบายสต๊อกยางพารา 1 เรื่อง และเรื่องดาวเทียมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) 1 เรื่อง และ กรรมาธิการ ป.ป.ช. 1 เรื่อง คือเรื่องแจกเงิน 5 ล้านบาทที่เป็นข่าว คนที่จะถูกยื่นประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ส่วนคนอื่นๆ จะติดตามดู โดยก่อนหน้านี้เคยยื่นกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมไปแล้ว ประเด็นที่จะยื่นคือกรณีทุจริต การจงใจปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหาย   
    นายประเสริฐระบุว่า เรื่องที่ยื่นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่นายกฯ ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน เช่น เรื่องเงินทอนจากการซื้อวัคซีนซิโนแวคกว่า 2 พันล้านบาท ที่ไม่สามารถตอบได้ว่าไปอยู่ตรงไหน และวันที่ 7 ก.ย.ที่ตรวจทราบมาว่า ครม.เพิ่งอนุมัติจัดซื้อซิโนแวคอีก 12 ล้านโดส ในราคา 10.80 เหรียญ ถ้าไม่มีการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา อาจจะยังจัดซื้อวัคซีนที่ 17 เหรียญอยู่ก็ได้ และยังเดินหน้าจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ทั้งที่หน่วยงานอื่นๆ คัดค้านการซื้อแล้วให้จัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 
    นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า การยื่น ป.ป.ช.เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ในการยื่นเพื่อตรวจสอบการทุจริตหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะรอดจากการยกมือในสภา แต่อาจจะถูกดำเนินการทางกฎหมายได้ 
    นายสงครามกล่าวว่า ฝ่ายค้านเรามั่นใจมากในการยื่นเอาผิดครั้งนี้  เพราะเรามีพยานค่อนข้างครบถ้วน ทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และจะมีพยานเพิ่มเติมอีก 
    เมื่อถามถึงการพิจารณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายประเสริฐกล่าวว่า เราคิดว่าเราจะใช้สิทธิ ซึ่งเรากำลังพิจารณากันอยู่ แต่ไม่รู้ว่ารัฐบาลอยู่ถึงหรือเปล่า 
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า การยื่น ป.ป.ช.เป็นสิทธิ์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง และมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมานั้น รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีตอบอย่างชัดเจนไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค หรือแม้แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการแจกเงินในสภาฯ
    "หากพรรคร่วมฝ่ายค้านมีพยานหลักฐานครบถ้วนตามที่กล่าวอ้าง  ก็สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ แต่ไม่อยากให้การยื่นครั้งนี้เป็นการยื่นเพราะต้องการเรียกคะแนนนิยม หรือเพราะโกรธแค้นที่ล้มรัฐบาลไม่ได้ในสภา เพราะถ้าเป็นแบบนั้นประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความกังวลใดๆ ยังคงเดินหน้ามุ่งทำงานให้ประชาชนเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนว่าฝ่ายไหนจะเล่นเกมการเมืองหรือไม่ก็ตาม เพราะวันนี้ประชาชนยังต้องการให้ท่านนายกฯ ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้อยู่" นายธนกรกล่าว.


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?