สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ไทยเบฟ...กับการพัฒนาชุมชน


เพิ่มเพื่อน    

          Corporate Social Responsibility หรือระบบซีเอสอาร์ ถือเป็นกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของการสร้างภาพลักษณ์องค์กร กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ ตลอดจนเป็นภาคบังคับสำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฏกติกา

          แต่ต้องยอมรับว่า ซีเอสอาร์นั้นเป็นการคืนกำไรให้กับสังคมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่ารูปแบบการตอบแทนสังคมของผู้ประกอบการบางรายเริ่มเปลี่ยนไป เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้เชื่อว่าธุรกิจไม่ควรเป็นฝ่ายรับจากสังคมอย่างเดียว แต่ควรคืนสู่สังคม แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก แต่ถ้าทุกองค์กรช่วยกัน การช่วยเหลือก็จะยิ่งใหญ่

          บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ก็เป็นธุรกิจหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว” ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยมอบผ้าห่มไทยเบฟผืนอุ่นสีเขียวให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน จนเป็นที่รู้จักและกล่าวขานกันอย่างทั่วถึง

          อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจคือ มาถึงวันนี้ รูปแบบการคืนกำไรสู่สังคมของ “ไทยเบฟ” นั้น มิใช่ย่ำอยู่กับการแจก การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะกิจเฉพาะสถานการณ์ หรือจัดกิจกรรมตามเทศกาลเพียงเท่านั้น แต่บริษัทดังกล่าวถือเป็น “ต้นแบบ” ในการ่วมสร้างความยั่งยืนสู่สังคมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสอดคล้องกับกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการวางยุทธศาสตร์ให้ชุมชนสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง ตามศาสตร์พระราชาที่่ดำริว่า ..ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา

 

 

          คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) วางนโยบายเดินตามรอยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการให้จัดตั้งหน่วยงาน “โครงการพัฒนาชุมชน” ภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของแนวคิดการพัฒนาแบบยั่งยืนด้วยความเชื่อมั่นว่า “การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” คือรากฐานที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน โดยสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และสร้างพื้นที่ต้นแบบที่ให้การสนับสนุนระหว่างชุมชนที่เข้มแข็งกับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการสร้างชุมชนต้นแบบในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อร่วมกันพัฒนา เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ สถาบันวิชาการ ที่สำคัญต้องการยกระดับชุมชนให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างเศรษฐกิจระดับชุมชน โดยมีหลักการดำเนินงาน 4 ด้านหลัก

          “ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้ชุมชนและสังคมเติบโตควบคู่กับธุรกิจของเราโดยให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่องมากว่า 18 ปี”

          ทั้งนี้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนของไทยเบฟ มีทั้งด้านการสร้างเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้ศักยภาพของชุมชนเป็นหลักในการทำงาน สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มองค์กรชุมชนใน 3 กลุ่มงาน คือ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้เกิดทักษะการเรียนรู้ร่วมกัน 5 เรื่อง ได้แก่ การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารสร้างการรับรู้ และการบริหารจัดการ อีกทั้ง ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนได้รับผลกระทบ จึงพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์ สร้างทางเลือกให้พนักงานไทยเบฟและคนทั่วไปได้ช่วยกันซื้อสินค้าชุมชน สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนต่อไป

          ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดที่จะสานต่อพลังของคนรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาบ้านเกิด ก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน พัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ ยกระดับสู่การเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

 

 

          ส่วนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้ประสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศึกษา ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับครูและนักเรียน เพื่อให้มีทักษะเพิ่มเติม เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง นอกจากนั้น ได้รับการประสานจากมหาวิทยาลัย ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ สร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะองค์ความรู้ด้านการจัดการหรือการประกอบการทางธุรกิจเพื่อสังคม

 

 

          ด้านการสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นความสำคัญไปที่การส่งเสริมและแสวงหาความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า เช่น ส่งเสริมเรื่องธนาคารน้ำ ใต้ดิน การปลูกป่าทดแทนทั้งในป่าชายเลนและบนบก การทำฝายชะลอน้ำ การพัฒนาพื้นที่แปลงรวมให้เปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ผ่านกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน หรือสนับสนุนโครงการเฉพาะเรื่อง เช่น การร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและกระบวนการจัดการน้ำ รวมไปถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนการจัดระบบน้ำ การทำโครงการประปาภูเขา

 

 

          ด้านการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัย หนาว คืออีกหนึ่งโครงการที่จัดตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมส่งต่อความอบอุ่นกันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา และสาธารณสุข นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรได้เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความอบอุ่นผ่านแคมเปญ 1 ปัน 1 อุ่น โดยมุ่งหวังให้เกิดพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน

 

 

          คุณธารทิพย์ ศิรินุพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “ไทยเบฟมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในทุกด้าน เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชน โดยร่วมมือกับชุมชนในการคิดและพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เราเชื่อว่าการสร้างความเข้มแข็งในรูปแบบดังกล่าวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน ส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน และเมื่อเกิดความมั่นคงแล้ว ชุมชนเองก็สามารถแบ่งปันคุณค่าของการเติบโตโดยการขยายองค์ความรู้และแนวทางการทำงานของตนเองไปสู่ชุมชนใกล้เคียง ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้กระจายไปในระดับท้องถิ่น และนำไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศได้อย่างแท้จริง”

          สามารถกล่าวได้ว่า โครงการพัฒนาชุมชนโดยไทยเบฟ ถือเป็นความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมเริ่มตั้งแต่ฐานราก ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการคืนกำไรสู่สังคม หรือการแสดงความรับผิดชอบในการตอบแทนสังคมของภาคธุรกิจอื่นๆ เพราะการให้ปลานั้นเห็นรูปธรรมชัดเจนทันควัน แต่การให้เบ็ดนั้นต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือร่วมใจของชุมชน ซึ่งหมายถึงความสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยชุมชนในแต่ละพื้นที่ สามารถเข้าถึงเข้าใจในปณิธานที่ภาคธุรกิจลงไปส่งเสริมสนับสนุนสร้างเครื่องมือ ให้ความรู้ เพิ่มศักยภาพ เปิดช่องทาง แล้วชุมชนพร้อมใจที่จะลงมือเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ที่สำคัญพึ่งพาตนเองได้ตลอด


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.