‘ในหลวง-ราชินี’ทรงห่วงช่วยน้ำท่วม


เพิ่มเพื่อน    

ในหลวง-พระราชินี ทรงห่วงใยราษฎรประสบอุทกภัยที่สุโขทัย-ตาก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานบรรเทาเดือดร้อน ขณะที่นายกฯ นำทีม ครม.ถกปัญหาน้ำท่วมยาวยืด ยันไม่มีการวัดพลังกัน ปภ.สรุป  "เตี้ยนหมู่" เล่นงาน 30 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,093 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย
    เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เดินทางไปประชุมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ทั้งนี้ องคมนตรีได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย 
    ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ  หนูเทพ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,500 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมโรงเรียนวัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
    ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้  องคมนตรีได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย จำนวน 5  ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
    จากนั้นเวลา 11.15 น. พลเรือเอก พงษ์เทพ และคณะเดินทางไปประชุมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดตาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์  ทั้งนี้ องคมนตรีได้เชิญพระบรมราโชบายในการป้องกันและแก้ไขการเกิดภัยธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวในที่ประชุม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก  
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ  องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย กับมอบเงินสงเคราะห์ในการทำศพแก่ครอบครัวราษฎรผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก  เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
    ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัยและครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลไม้งาม  อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
    รายงานข่าวทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้หารือกันถึงเรื่องอุทกภัยนานที่สุด และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้พูดถึงเรื่องน้ำท่วมมากที่สุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความเป็นห่วงต่อการบริหารจัดการน้ำ และกำชับให้กระทรวงมหาดไทยนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปไว้ในจุดต่างๆ เพื่อช่วยกันจัดการน้ำ พร้อมทั้งให้มีการวางแผนการจัดการน้ำ การกักเก็บน้ำเอาไว้ในฤดูแล้ง 
    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้เร่งรัดเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเตือนภัยจำนวน 4 แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiWater แอปพลิเคชันรายงานสถานการณ์น้ำและอากาศของประเทศไทย, DPN Reporter  แอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย, WMSC แอปพลิเคชันฐานข้อมูลข่าวสารช่วยรับมือน้ำท่วม และ DWR4THAI แอปพลิเคชันให้บริการข้อมูลข่าวสารของกรมทรัพยากรน้ำ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมกันดาวน์โหลด เผื่อกรณีเกิดอุทกภัยประชาชนจะได้เตรียมเก็บของได้ทันการณ์ ไม่ใช่น้ำมาถึงแล้วเพิ่งแจ้งเตือน ต้องให้ประชาชนรู้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตามนายกฯ ยังพูดถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในช่วงนี้ด้วยว่า “การลงพื้นที่ไม่ใช่การวัดพลังใคร ไม่ได้ทะเลาะกัน สื่อออนไลน์ชอบเอาไปเขียนให้ทะเลาะกัน วัดพลังกัน-ไม่ใช่ ไม่มีอะไร และให้ ครม.รวมถึงรองนายกฯ ลงพื้นที่ไปช่วยประชาชนได้ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะผมก็ไปไม่ได้ทุกพื้นที่ จึงอยากให้ช่วยๆ  กันไป”  
     รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ. โพสต์ข่าวนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ถูกโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่า ภาพประกอบซึ่งเป็นภาพนางกนกวรรณกำลังลุยน้ำเป็นภาพตัดต่อนั้น เรื่องนี้นายกฯ ไม่ได้ว่าอะไร แต่นางกนกวรรณได้พูดกับรัฐมนตรีบางคนว่าเป็นรูปเดิมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่นำภาพไปลงเฟซบุ๊กได้มาขอโทษแล้ว เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ คิดไม่ถึง และในข้อเท็จจริงปีนี้ที่ จ.ปราจีนบุรีน้ำยังไม่ท่วมและยังไม่ได้ลงพื้นที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังให้เหตุผลว่า ในภาพจริงจะมีคณะของรัฐมนตรียืนอยู่ข้างๆ อีกหลายคน บางคนไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย แต่กลัวจะเป็นประเด็นจึงตัดออกไป  
    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.64 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 30 จังหวัด ได้แก่  เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก  เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ  ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ  อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์  อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง  พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม รวม 145 อำเภอ  584 ตำบล 2,401 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล  ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,093 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ได้แก่ ลพบุรี 5 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย  สูญหาย 2 ราย ได้แก่ ลพบุรี 1 ราย และเพชรบูรณ์ 1  ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่  เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์  ยังคงมีสถานการณ์ 23 จังหวัด 
    ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ คาดว่าตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือน  ก.ย.ไทยจะมีฝนลดลง เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกอ่อนกำลังลงไป ส่วนอิทธิพลที่จะเกิดจากพายุหมุนเขตร้อนเหมือนเตี้ยนหมู่ ตอนนี้ยังไม่มีเกิดขึ้น  แต่ในวันที่ 1-3 ต.ค.อาจจะมีความรุนแรงของร่องมรสุมขึ้นมาอีกครั้ง 
    นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ  กสทช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก  สำนักงาน กสทช.ได้ย้ำให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายดูแลคุณภาพสัญญาณบริการให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเข้าดูแลสถานีฐานให้ใช้งานได้ตามปกติ และห้ามโอเปอเรเตอร์ทุกรายตัดสัญญาณลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ทั้งยังให้ขยายระยะเวลาในการชำระค่าโทรศัพท์สำหรับลูกค้ารายเดือน และขยายวันในการใช้งานให้แก่ลูกค้าระบบเติมเงินจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย.


ช่วงนี้.... ผมเป็นห่วง "โรคเครียดลงกระเพาะ" พวก "อิจฉาชน" จังเลย "กระอักเลือดตาย" เอาง่ายๆ นะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน!

ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?