'จาตุรนต์' ชี้กำหนดวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่ 'กกต.' ไม่ใช่รัฐบาลคสช.


   

23 มิ.ย.61 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคสช.และรัฐบาล ทำหนังสือเชิญพรรคการเมืองหารือการเลือกตั้งวันที่ 25 มิ.ย.ที่สโมสรกองทัพบกว่า พรรคเพื่อไทยยังเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่คสช.ในการกำหนดวันเลือกตั้ง แต่เป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องพิจารณา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัว ต่อมามีเรื่องการปลดล็อกซึ่งเราก็ยังเห็นว่าถ้าจะคุยเรื่องการปลดล็อก กกต.ซึ่งเป็นนายทะเบียนดูพรรคการเมือง มีหน้าที่ดูแลให้พรรคการเมืองทำตามกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายการเลือกตั้ง กกต.ควรจะเป็นคนเชิญพรรคการเมืองไปหารือ รวบรวมปัญหาต่างๆและวิเคราะห์ปัญหาเสนอคสช.และรัฐบาลมากกว่า 

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นอกจากนั้นช่วงหลังๆมีความชัดเจนมากขึ้น จนวงการการเมืองเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.กำลังให้ลิ่วล้อและบริวารดำเนินการต่างๆเพื่อที่จะสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ดังนั้นทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และคสช.ก็ไม่มีความเป็นกลาง และไม่มีความเหมาะสมเป็นผู้จะเชิญพรรคการเมืองไปหารือ แต่ถ้ากกต.เป็นคนเชิญ แล้วพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะไปในฐานะคนที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อจากพรรคใดพรรคหนึ่งให้เป็นนายกฯอันนี้พรรคเพื่อไทยคงไม่ขัดข้อง แต่ที่กำลังเชิญอยู่ในขณะนี้มองไม่เห็นประโยชน์ 

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่เวลานี้เริ่มปรากฎภาพชัดมากขึ้นในการดูดส.ส. โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ของคสช.และแสดงให้เห็นด้วยว่าการวางระบบกลไก ใช้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงงบประมาณ กำลังมีผลเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงของคสช.คือการสืบทอดอำนาจอย่างต่อเนื่องยาวนาน และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงข้ามกับสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์พูดมาตลอด เช่นต้องการให้เกิดการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้ามีเลือกตั้งต้องรู้จักเลือกอย่าไปเลือกนักการเมืองเก่าๆ เลือกนักการเมืองต้องดูว่าเป็นคนดีไหม ต้องมีนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ปัญหาประเทศในระยะยาว 

"แต่สิ่งทีกำลังเกิดขึ้นตรงข้ามกับสิ่งที่พูดไว้ทั้งหมด แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่ากฎกติกาต่างๆที่วางไว้ ทำให้เกิดผลได้จริงๆเช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 กำลังมีผลทำพรรคการเมืองเดิมอ่อนแอลง กฎกติกาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่คิดคะแนน คิดที่นั่งแบบใหม่ ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองใหญ่ๆมีแนวโน้มลดลงมาก บัญชีรายชื่อเกิดความไม่แน่นอน นักการเมืองจะรู้สึกว่าถ้าอยู่ในพรรคใหญ่ไม่แน่ว่าจะอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ และจะได้เป็นส.ส.หรือไม่ เขาต้องดิ้นรนหาที่หาทางที่เพื่ออยู่ในการเมืองต่อไปได้ เมื่อมีเงื่อนไขอื่นๆเข้ามา การใช้อำนาจรัฐ การให้สิ่งตอบแทนในรูปแบบต่างๆทำให้แผนการที่จะบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์เกิดผลสำเร็จมากขึ้น"นายจาตุรนต์กล่าว 

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะคล้ายกับการดำเนินการของคณะรัฐประหารในอดีต ที่มักใช้วิธีแบบเดียวกัน เพียงแต่ครั้งนี้คสช.มีเวลาเตรียมตัวมากกว่า สามารถวางระบบได้แน่นหนา มีเครื่องมือกลไกหลายอย่าง และมีการสร้างเงื่อนไขต่างๆต่อเนื่องกันมานาน ทำให้การดำเนินการมาหนักหนากว่าในอดีต ขณะเดียวกันการเมืองของประเทศไทยจะพัฒนาแตกต่างจากในอดีตมากเหมือนกัน การเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านๆมา ประชาชนได้เรียนรู้เลือกนักการเมือง เลือกนโยบายพรรคการเมือง และได้รับประโยชน์จากการเลือกพรรคการเมือง และนโยบายที่ตนเองต้องการ ทำให้ประชาชนสนใจนโยบายพรรคการเมืองมากกว่าในอดีตไปมาก อีกอย่างเกิดการพัฒนาการทางการเมืองที่ทำให้มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่มากเกิดขึ้น และพรรคการเมืองที่ใหญ่มากอย่างน้อย 2 พรรคก็มีฐานเสียงของตัวเองที่ค่อนข้างมีความผูกพันกันมากอันนี้ทำให้แตกต่างจากในอดีต 

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การไปกวาดต้อนจูงใจนักการเมืองเก่าๆเข้ามาอยู่ในพรรค แล้วจะทำพรรคแบบสมัยก่อนก็ไม่แน่ว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ประมาทเขาไม่ได้ เพราะเขามีอำนาจรัฐและสามารถแทรกแซงการเลือกตั้ง ให้คุณให้โทษพรรคการเมืองได้มาก แต่ไม่ง่ายจะประสบความสำเร็จในสมัยก่อนๆ และ 4 ปีมานี้ประชาชนอาจรู้สึกว่าความเป็นอยู่แย่ลง เศรษฐกิจแย่มาก และกำลังรู้สึกว่ามีความหวังกับการเลือกตั้ง หวังว่าการเลือกตั้งแล้วอะไรๆจะเปลี่ยน โดยเฉพาะจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนการบริหารประเทศ ที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ถ้าประชาชนรู้และเข้าใจว่า สิ่งที่คสช.และพวกกำลังทำอยู่นี้ จะนำไปสู่การปกครองแบบเดิมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และเศรษฐกิจอาจแย่ลงด้วย มีการต่อรองผลประโยชน์มากยิ่งขึ้น ความพยายามที่จะทำสิ่งเหล่านี้ก็จะล้มเหลวได้เหมือนกัน 

ดังนั้นต้องดูพัฒนาการจากนี้ไปจนถึงช่วงเลือกตั้งว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เวลานี้ในการคำนวณการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร พรรคการเมืองจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นจึงไม่สามารถคำนวณจากอดีตส.ส.กับจำนวนผู้ที่จะได้เป็นส.ส.อาจไม่เหมือนกันเลย.
 


แล้วก็จบ............โดย "ประเทศไทย" ความเป็น "คนไทย" อันมี "สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นศูนย์รวมฝังอยู่ในความทรงจำที่ดีของคนกว่า ๖ พันล้าน ทั่วโลก

นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา
'ปาฏิหาริย์รอดแห่งการติดถ้ำ'
'จ่าแซม' Thai NavySEAL
ต่อคำถาม 'ปฏิบัติการ ๘ กรกฎา'
ปรากฏการณ์ ๑๓ หมูป่ายึดโลก