'ปฏิรูปวัดก่อนปฏิรูปเมือง'


   

      ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........

      คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ

      ๔ ปีผ่านไป

      "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

      แต่เป็นงานฐานรากสร้าง "โชติช่วงชัชวาล" ต่อยอดเศรษฐกิจและสังคมประเทศ ว่าด้วย ๔.๐ ได้เหมาะเหม็ง

      ในส่วน "ศาสนจักร" นี่ซี............

      "สายฟ้าแลบ" ว่าเร็วแล้ว แต่การ "ปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย" เร็วเสียยิ่งกว่า

      ความเห็นกรณีนี้ มีสั้นๆ จากผมว่า...........

      ถ้าไม่ปฏิรูป ตั้งแต่ "ยอดถึงราก" ในยุคนี้-วันนี้

      คราบสงฆ์ "ศีลวิบัติ" และไร้ซึ่ง "ศีลาจารวัตร" จะเหมือนด้วงหนอน

      ชำแรกชอนไชเนื้อพุทธศาสน์ กัดกินถึงรากแก้ว

      ผสมด้วยเดียรถีย์และคนทรามแฝงเข้ามาห่มเหลือง บิดคำสอนพระพุทธองค์ ให้ผิดเพี้ยนไปในทางสร้างลาภสักการะและอาณาจักรใหม่ให้แก่ตน

      สุดท้าย "วัด" นั้น เหลือ..........

      แต่พระสงฆ์ ในความเป็น "พุทธบุตร" จะเหลือน้อยมาก

      ที่เห็นเพ่นพ่านไปทั่ว

      เหลืองๆ โล้นๆ ด้วยกิจและวัตรปฏิบัติ "นอกพระธรรมวินัย" ส่วนใหญ่ จะเป็นพวก "อลัชชี-เดียรถีย์"

      คอยให้พวกโง่ ที่เข้าใจว่า "บุญซื้อได้" กราบไหว้ บูชา หรือไม่ก็ "สมคบกัน" เป็นรังโจร!  

      คงรู้อยู่แก่ใจกันแล้ว ในวงการสงฆ์ขณะนี้ ด้วยลาภ-สักการะในโลภ ระดับพระเถระในรัฐบาลสงฆ์ "ยังเป็นไป"

      ขืนปล่อย "ชั่วช่างชี-ดีช่างสงฆ์" ไปเรื่อยๆ

      พระสงฆ์ "บางหมู่-บางเหล่า" จะทำให้พระพุทธศาสนาและสงฆ์ไทย เศร้าหมอง รูดเรียว

      จึงจำเป็นและเหมาะเจาะที่วานซืน มีประกาศฉบับหนึ่งออกมาจาก "สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา"

      อ่านกันให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยคุยกัน ดังนี้...........

      www.krisdika.go.th

        ประกาศการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505       

        ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 รับหลักการให้มีการจัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ในประเด็นเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะองค์กรปกครองคณะสงฆ์นั้น

        เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติ ครม.วันที่ 4 เม.ย.2560  ประกอบกับมติ ครม.วันที่ 19 มิ.ย.2561 ดังกล่าว

        จึงเปิดรับฟังความเห็นประกอบการจัดทําร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน ดังนี้

        สภาพปัญหา มหาเถรสมาคม ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานกรรมการ

        สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และพระราชาคณะอีกไม่เกิน 12 รูป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งเป็นกรรมการ และมีวาระ 2 ปี

        แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏว่าสมเด็จพระราชาคณะซึ่งเป็นกรรมการโดยตําแหน่งมักเป็นผู้เจริญพรรษายุกาล

        จึงชราภาพ และอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทําให้ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้สม่ำเสมอ บางครั้งจําเป็นต้องลาการประชุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เหตุอย่างเดียวกันอาจเกิดได้แม้กับกรรมการอื่น ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง

        นอกจากนี้ กรรมการบางรูปในขณะนี้ต้องคดีอาญา หรือมีข้อกล่าวหาจนต้องพ้นจากตําแหน่ง จึงไม่ตั้งอยู่ในที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน ทั้งที่องค์กรนี้จะต้องเป็นหลักในการปกครองคณะสงฆ์ และก่อให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังฆมณฑล

        จึงสมควรปรับปรุงแก้ไขที่มาและองค์ประกอบของมหาเถรฯ เสียใหม่ เพื่อให้ได้พระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร มีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์มาเป็นกรรมการและผู้ปกครองคณะสงฆ์ในลําดับชั้นต่างๆ

        ตลอดจนชักนําให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับวัดและวัตรปฏิบัติของพระภิกษุให้เรียบร้อยดีงามตามพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง ความคาดหมายของพุทธศาสนิกชน และจารีตประเพณีอันดีงามของชาติ

        หลักการใหม่ .............

        ให้ยกเลิกองค์ประกอบกรรมการ มส. โดยตําแหน่ง

        ทั้งนี้ ยังคงให้มีกรรมการอื่นนอกจากประธานกรรมการในจํานวนเท่าเดิม (20 รูป)

        แต่ถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควรและมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ และมีพระบรมราชโองการให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตําแหน่งได้

        โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

        หลักเดียวกันนี้ ใช้กับการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาคด้วย ตามที่มีพระราชดําริเห็นสมควร

        ให้กรรมการ มส.ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายคณะสงฆ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไป จนกว่าจะทรงแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่ตามกฎหมายนี้

        จึงขอเชิญพระภิกษุและบุคคลทั่วไป แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการตามประเด็นดังกล่าวเข้ามาได้ทางเว็บไซต์สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 27 มิ.ย.2561

        สรุป สาระหลัก คือ.............

      -จะแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ในหมวด ๒ "มหาเถรสมาคม"

      -ไม่เกี่ยวกับหมวด ๑

      ที่ว่าด้วย "สมเด็จพระสังฆราช"

      -แก้แล้ว "สมเด็จพระสังฆราช" ยังทรงเป็นประธาน "มหาเถรสมาคม" คงเดิม

      -"กรรมการมหาเถรสมาคม" ที่เป็น "โดยตำแหน่ง" ยกเลิกทั้งหมด

      -คำว่า "โดยตำแหน่ง"............

      หมายถึง "สมเด็จพระราชาคณะ" ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย ที่ทรงสมณศักดิ์ชั้น "สมเด็จ" ซึ่งมีฝ่ายละ ๔ รูป ที่เป็นกรรมการมหาเถรฯ โดยตำแหน่ง

      -เมื่อแก้ พ.ร.บ.นี้แล้ว "ยกเลิก" การเป็น "โดยตำแหน่ง"

      -ส่วนการแต่งตั้งหรือการให้พ้นจากตำแหน่ง มส. "ถวายเป็นพระราชอำนาจ"

      สุดแต่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระภิกษุรูปใด ผู้มีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์

      -ให้ "นายกรัฐมนตรี" เป็นผู้ลงนาม "รับสนองพระบรมราชโองการ"

      -"เจ้าคณะใหญ่" และ "เจ้าคณะภาค" ก็เช่นกัน การแต่งตั้ง-ถอดถอน สุดแต่จะมีพระราชดําริเห็นสมควร

      เนี่ย......เนื้อหาหลักที่จะแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ เป็นเช่นนี้

      แต่ตอนนี้ "ยัง"..........

      ทุกอย่างในความเป็น "รัฐบาลสงฆ์" คณะรัฐมนตรีสงฆ์ ทั้ง ๒๐+๑ รูป โดยสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน ยังเหมือนเดิม

      จนกว่า พ.ร.บ.สงฆ์ที่จะแก้ไขประกาศใช้ และทรงแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่

      เจตนาหลักที่ "คณะกรรมการกฤษฎีกา" ประกาศ คือ ตาม "รัฐธรรมนูญ" ฉบับปัจจุบัน

      การออกกฎหมาย ยกเลิก แก้ไขปรับปรุง ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน

      และนี่ ก็เป็นตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาประกาศ คือใครมีความคิดเห็น, ข้อเสนอแนะอย่างไร ต่อการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์

      ในประเด็น ถวายคืนเป็นพระราชอำนาจ........

      ในการแต่งตั้ง-ถอดถอน "ตำแหน่งกรรมการ มส." โดยตำแหน่ง

      และการแต่งตั้ง-ถอดถอน "เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค"

      ส่งความคิดเห็น คำเสนอแนะไปที่ www.krisdika.go.th ได้จนถึงวันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑

      พระ-เถน-เณร-ชี ฆราวาส ทุกเพศ-วัย ได้ทั้งนั้น จะค้าน จะติง จะเห็นด้วย จะเสนอแนะอย่างไร รีบส่งไปเลย

      คณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้รวบรวมส่งรัฐบาล เพื่อรัฐบาลจะได้จัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เสนอ สนช.พิจารณาออกเป็นกฎหมาย

      คิดว่า "ไม่นาน" สนช.น่าจะพิจารณา ๓ วาระรวด เพราะตอนนี้ ครม.สงฆ์มีปัญหารอแก้ไขหลายอย่าง

      ทั้งกรรมการ มส.บางรูปชราภาพ และทั้งบางรูปต้องคดีอยู่ในเรือนจำบ้าง หนีไปอยู่นอกประเทศบ้าง

      ต้องเข้าใจโครงการ "คณะกรรมการ มส." ก่อน มีทั้งหมด ๒๐+๑ รูป รวมทั้ง "สมเด็จพระสังฆราช"

      ในสมณศักดิ์ "สมเด็จ...." ฝ่ายมหานิกาย ๔ ฝ่ายธรรมยุต ๔ รวมเป็น "กรรมการ มส." โดยตำแหน่ง  ๘ รูป

      ส่วนอีก ๑๒ รูป...........

      มาจากการ "แต่งตั้ง" โดย "สมเด็จพระสังฆราช" จะทรงพิจารณาจากพระราชาคณะ "ชั้นธรรม" ฝ่ายละ ๖ รูป

      ตามแนวประกาศ "กรรมการ มส." ในส่วนแต่งตั้งนี้ ยังเป็นไปตามอำนาจ "สมเด็จพระสังฆราช" ตามเดิม

      แต่ถวายพระมหากษัตริย์ เป็นพระราชอำนาจจะทรงแต่งตั้ง-ถอดถอนได้

      ที่เห็นแน่ๆ กรรมการ มส.ตอนนี้ ขาดไป ๓ เหลือ ๑๗ รูป

      คือ "พระพรหมสิทธิ" วัดสระเกศ และ "พระพรหมดิลก" วัดสามพระยา อยู่ในคุก

      อีกหนึ่ง "พระพรหมเมธี" วัดสัมพันธวงศ์ อยู่เยอรมนี!

      ก็เอาพอเข้าใจกันคร่าวๆ แค่นี้ก่อน สรุปชัดๆ หลักใหญ่คือ

      เรื่อง "คณะกรรมการ มส.".........

      ถวายคืนเป็น "พระราชอำนาจ" สุดแต่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง.


แล้วก็จบ............โดย "ประเทศไทย" ความเป็น "คนไทย" อันมี "สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นศูนย์รวมฝังอยู่ในความทรงจำที่ดีของคนกว่า ๖ พันล้าน ทั่วโลก

นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา
'ปาฏิหาริย์รอดแห่งการติดถ้ำ'
'จ่าแซม' Thai NavySEAL
ต่อคำถาม 'ปฏิบัติการ ๘ กรกฎา'
ปรากฏการณ์ ๑๓ หมูป่ายึดโลก