ใกล้ถึงตัวทีมหมูป่า! หน่วยซีลตั้งกองบัญชาการโถง3เหลือแค่1กม.ช่วย13ชีวิต


เพิ่มเพื่อน    

   เตรียมเฮ! กันทั้งประเทศ ปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หน่วยซีลใกล้ได้ตัว 13 ชีวิต ตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 ห่างอีกเพียง 1 กม.ถึงพัทยาบีช เตรียมดำ 800 เมตร ขณะที่การสูบน้ำได้ผลดีกว่าทุกวัน ผู้ว่าฯ เชียงรายเผยสัญญาณดีน้ำเริ่มใส ซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยยังมีปัญหา รถหลงทางต้องปรับใหม่ ขณะที่ความช่วยเหลือหลั่งไหลทั้งจากในและต่างประเทศ 
    เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าติดถ้ำหลวง จ.เชียงราย เข้าสู่วันที่ 7 เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้าตรู่ โดยการสูบน้ำยังคงเป็นปฏิบัติการหลักเพื่อเร่งให้น้ำภายในถ้ำลดลง ในระดับที่หน่วยซีลสามารถดำลงไปยังโถงหาดพัทยา ซึ่งคาดว่าทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่บริเวณดังกล่าว
      ทั้งนี้ หน่วยซีลตลอดจนเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ ได้ช่วยลำเลียงเครื่องสูบน้ำเข้าไปวางในถ้ำเพื่อเร่งดึงน้ำออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด โดยสถานการณ์ด้านในถ้ำพบว่าน้ำลดลง 6 นิ้ว  ซึ่งนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ จำนวน 16 นายได้ดำสำรวจโถง 3 สามารถวางเชือกใต้น้ำได้ และขณะนี้เหลือระยะทางเพียงแค่ 2.5 กิโลเมตรก็จะถึงจุดพัทยาบีช
    ในช่วงเย็น เพจเฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสา รายงานช่วงเวลา 17.30 น. ว่าอีก 1 กม. หน่วยซีลจะเข้าถึงหาดพัทยาแล้ว หน่วยซีลเข้าถึงโถงที่ 3 ได้แล้ว กำลังลำเลียงถังอากาศเข้าไปและตั้ง บก.ที่โถง 3 เพื่อปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ และเตรียมดำน้ำระยะทาง 800 เมตร ไปยังสามแยกเพื่อไปยังหาดพัทยา ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร
    ส่วนเพจ Thai NavySEAL รายงานในช่วงเวลาเดียวกันว่า ได้เร่งอัดอากาศถังดำน้ำ ใช้แผนรุก ไม่รอน้ำลด เตรียมส่งมนุษย์กบวางขวดอากาศทุกระยะ 25 ม. จากห้องโถง 3 ถึงจุดที่คาดว่าทีมหมูป่าอยู่ ต้องใช้ขวดอากาศจำนวนมาก
    ขณะที่ระดับน้ำบริเวณโถง 1 และบริเวณเนินที่พบรองเท้าของเด็กระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 20-30 เซนติเมตร พบว่าน้ำที่ถูกผลักออกมามีลักษณะที่ใส จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าไม่มีน้ำสะสมอยู่ภายในมาก และคาดว่าถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำก็จะสามารถระบายน้ำออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามหน่วยซีลที่อยู่ด้านนอกทราบว่า มีการเตรียมกำลังประมาณ 50 นายเพื่อเข้าไปสมทบกับหน่วยซีลที่ดำน้ำอยู่ด้านใน
    เมื่อเวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่อระบายน้ำความยาว 300 เมตรถูกลำเลียงเข้าไปในถ้ำหลวง โดยช่วงต้นของท่ออยู่ที่โถง โดยท่อดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 100 เมตร รวมทั้งหมด 300 เมตร ซึ่งการระบายน้ำเป็นไปได้ค่อนข้างดี เนื่องจากวันนี้ฝนตกน้อยมาก บวกกับการระบายทำได้หลายช่องทาง
    ขณะที่ทีมตำรวจพลร่มทำการซ้อมโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์โรยตัว ก่อนที่พลร่ม ทีมกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะไปโรยตัวลงดอยผาหมีเพื่อสำรวจโพรงบริเวณทางด้านขวาของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตามภารกิจติดตามนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่ติดค้างภายในถ้ำ
ซ้อมแผนส่งผู้ป่วยยังต้องปรับ
    อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาลากยาวมาจนถึงช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ยังคงสับเปลี่ยนกำลังเพื่อทำงานที่ด้านนอกรอบถ้ำหลวงอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะที่ทีมครัวก็เร่งทำอาหารแจกจ่ายให้ได้รับประทานกันเพื่ออิ่มท้อง รวมทั้งเตรียมไว้เป็นเสบียงให้สำหรับชุดเดินเท้านำติดตัวไป ท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเกือบตลอดเวลา
    ส่วนภายนอกถ้ำเจ้าหน้าที่เตรียมซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยหรือ 13 ชีวิตไปโรงพยาบาล  จำลองสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับนาทีที่นำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้ 
    นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า ในช่วงเช้าได้ซ้อมใหญ่แผนอพยพและช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิต โดยผลปฏิบัติยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก เนื่องจากยังมีอุปสรรคความล่าช้า รถพยาบาลไม่สามารถวิ่งไปยังเป้าหมายได้ รถวิ่งไปผิดทาง และรถของประชาชนยังกีดขวางเส้นทางจราจร อาจมาจากระเบียบการจัดการจราจรยังไม่ดี และคนขับรถพยาบาลอยู่นอกพื้นที่ไม่ชำนาญทาง รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนามไม่ชำนาญการใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยรุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องแก้ไข เพราะหากเจอกลุ่มเด็กทั้งหมดจริงจะลำบาก
    เขากล่าวว่า สำหรับภารกิจการค้นหานั้นยอมรับว่าหน้างานนั้นยากกว่าที่คิด หลายคนมีการนำเสนอทฤษฎีทั้งการนำโดรน นำหุ่นยนต์หรือโรบอตมาใช้ ซึ่งขณะนี้เรามีโรบอตและเรือดำน้ำอยู่ที่หน้างานมากกว่า 10 ตัว แต่ไม่สามารถนำไปใช้งานได้เพราะสภาพพื้นที่ไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่คลองที่เป็นลำน้ำแบบเปิด แต่มันช่องเล็ก แม้แต่ตัวคนยังผ่านไม่ได้ และน้ำขุ่นมากจนมองไม่เห็น อย่างไรก็ดีวันนี้แม้จะมีฝนตก แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายกว่าทุกวัน น้ำในถ้ำลดลงไปพอสมควร สามารถสูบน้ำในแต่ละโถงได้ทุกโถง หน่วยซีลสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น
     นายณรงค์ศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วตั้งแต่วันแรกๆ ทำให้ตนเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ได้ ซึ่งปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือเราจะทำอย่างไรให้นำเด็กๆ ออกมาให้ได้ แต่ยังติดที่ว่าน้ำในถ้ำมีจำนวนมาก ตอนนี้จึงจะต้องทำทุกทางที่จะให้น้ำพร่องเพื่อนำน้องออกมาทางปากถ้ำเท่านั้น 
    ผวจ.เชียงรายกล่าวว่า แผนที่จะนำเด็กออกทางช่องทางอื่นๆ นั้นยังไม่ได้คิด แต่ก็เตรียมแผนไว้หมดแล้ว เพราะหากเจอเด็กในช่องอื่นๆ ก็ต้องใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประกบและปฐมพยาบาลในพื้นที่  คงไม่นำออกโดยวิธีการโรยตัวออกทางปล่องเพราะมีความเสี่ยงสูง ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกและลมแรง
    ต่อมาในช่วงเย็นนายณรงค์ศักดิ์แถลงข่าวอีกครั้งว่า ล่าสุดคณะทำงานได้ทำการสูบน้ำออกจากทุกโถงและน้ำลดพอสมควร โดยจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ถ้าฝนไม่ตกเพิ่มน่าจะเป็นผลบวกต่อการปฏิบัติงาน อาจพบทีมนักฟุตบอลที่พลัดหลงอยู่ในสภาพอ่อนแอ ก็อาจจะตัดสินใจให้รับประทานอาหารดื่มน้ำและพักผ่อนด้านใน ก่อนที่จะนำส่งตัวออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ
สำรวจโพรงช่วยหมูป่า
    พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยถึงแผนสำรวจโพรงที่คาดว่าจะเชื่อมต่อกับตัวถ้ำหลวงว่า หลังจากวันที่ 29 มิ.ย.ได้เข้าสำรวจแล้วพบช่องทางความเป็นไปได้ โดยตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้วันนี้ ทีมเดินทางตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 150 นาย เตรียมเข้าพื้นที่ในเวลาประมาณ 07.00 น. พร้อมนำอุปกรณ์ อาทิ ชะแลงงัดแงะ โคมไฟสำหรับติดตั้งตามทางที่ลงสำรวจ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขึ้นดอยผาหมีไปด้วย พร้อมเตรียมลงสำรวจโพรงที่ 3 ต่อ   ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่นักสำรวจถ้ำเคยให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเชื่อมต่อเข้าไปภายในถ้ำหลวงได้ และหลังเดินขึ้นไปถึงจุด เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลภายในถ้ำ ทันที
    "เราได้พบปล่องหลายปล่อง ซึ่งกำลังให้เจ้าหน้าที่สำรวจเข้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยปล่องแรกที่เข้าไป มีความลึกประมาณ 40 เมตร และปล่องที่สอง 60 เมตร ปล่องที่ 3 มีความลึก 10 เมตร ซึ่งในวันนี้จะทำการสำรวจเพิ่มเติม จากจุดที่ลงไปเมื่อวานลึกถึง 60 เมตร และ 40 เมตร เพื่อหาช่องทางในการค้นหา  โดยแต่ละปล่องที่ลงไปได้มีขนาดใกล้เคียงกันเป็นโถงกว้างประมาณ 5 เมตร สูง 10 เมตร ซึ่งเมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ได้ให้เจ้าหน้าที่สำรวจภายในโถงดังกล่าวเพื่อหาช่องที่จะไปต่อ แม้แต่ช่องเล็กๆ ก็ต้องสำรวจว่าจะทะลุไปไหนได้หรือไม่"
      เขากล่าวว่าจากการตรวจสอบเมื่อวานนี้สำหรับปล่องแรก ได้พบโพรงขนาดเล็กที่สามารถมุดตัวลอดเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ลองเข้าไปดูพบว่าสามารถทะลุลงไปได้อีกประมาณ 10 เมตร พบห้องโถงอีกห้อง และสำรวจต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้พบโพรงที่มุดลงไปอีก จนถึงความลึกประมาณ 60 เมตร รวมเป็น 3  โถงที่จะเข้าไปสำรวจ
    ด้านนายนพรัตน์ กันทะวงค์ หรือ "โค้ชนก" ผู้จัดการทีมทีนทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้นำลูกทีมที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี 17 ปี และ 19 ปี รวมทั้งไม่เกิน 13 ปีที่เหลืออยู่ 3 คน  รวมทั้งหมดประมาณ 10 คนเดินทางไปยังบริเวณหน้าถ้ำหลวง เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพ่อแม่ผู้ปกครองของทีมรุ่น 13 ปีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง 
      เขาเผยว่า ทีมรวมตัวฝึกซ้อมกันมาหลายปีแล้ว โดยรุ่นที่ซ้อมกันมานานคือกว่า 4 ปี และทีมได้เริ่มจำกัดการรับคนเข้าทีมเมื่อต้นปี 2560 เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ จำนวนที่รับได้ก็จะมีการแบ่งเป็นรุ่นอายุต่างๆ ทำการฝึกซ้อมกันบางครั้งก็เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ หรือที่อยู่ใกล้ก็ทำการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน
      โค้ชนกบอกว่า รุ่นที่ติดอยู่ในถ้ำส่วนใหญ่เป็นรุ่นอายุ 13 ปี ปัจจุบันเหลืออยู่ 3 คน ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทั้งหมดก็เรียกร้องให้ตนพาไปเยี่ยมเยียนที่วนอุทยาน แต่เกรงว่าจะกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่และการเรียนจึงได้รั้งรออยู่กระทั่งถึงวันนี้
ทีมหมูป่าพกยา-อาหารไปด้วย
      นายนพรัตน์บอกว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติของเพื่อนๆ ในครั้งนี้เป็นกลุ่มที่ปั่นจักรยานด้วยกัน โดยตนให้แยกไปตั้งกลุ่มไลน์ของพวกเขาเป็นการเฉพาะโดยไม่ปะปนกับทีมฟุตบอล  ดังนั้นเพื่อนที่เหลือส่วนใหญ่จึงไม่เคยเข้าไปในถ้ำร่วมกับทีมดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุแล้วก็ทำให้ทุกรุ่นยุติการเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ ทั้งหมดเพราะขาดสมาธิและเป็นห่วงเพื่อนๆ ที่อยู่ในถ้ำ โดยเฉพาะในลีกของ อ.แม่สาย รุ่นอายุ 19 ปีที่มีการแข่งขันนั้น ทีมก็ขอเลื่อนเข้าร่วมการแข่งแล้วเพราะทุกคนใช้แรงใจช่วยเพื่อนๆ อยู่
    เขาเผยว่า มีลูกศิษย์บอกว่าโค้ชเอกเอาเป้ใบใหญ่มาด้วย นั่นหมายความว่าในเป้มีกล่องปฐมพยาบาล ชุดทำแผล สเปรย์ฉีดคลายกล้ามเนื้อ ผ้าก๊อซ ยาฉีดคลายนิ้วล็อก เครื่องมือซ่อมจักรยาน ถ้าเกิดเอาเต็นท์สนามเข้าไปด้วยก็จะยืนยันตั้งแต่ต้นที่ว่าเจอเชือก เปลสนาม อาหารจะเป็นขนมกรุบกรอบประเภทแป้งไม่น่าจะเยอะ แต่จะเป็นน้ำส้ม โค้ก เครื่องดื่มเกลือแร่ 
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เพิ่มกำลังชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือโรยตัวเพิ่มเติมจากกองร้อยกู้ชีพกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ  หรือตำรวจพลร่ม กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าเสริมการปฏิบัติช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยเพิ่มกำลังตำรวจพลร่มชุดกู้ชีพเข้าพื้นที่อีก 13 นาย
    สำหรับการปฏิบัติงานของทีมจากต่างชาตินั้นขณะนี้มีทั้งสิ้น 7 ทีม คือ 1.ทีมจากประเทศลาว เป็นทีมมูลนิธิช่วยเหลือคนทุกข์ยากแห่ง สปป.ลาว 2.ทีมจากประเทศเมียนมา ที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยหาทางเข้าถ้ำหลวงจากฝั่งท่าขี้เหล็กและค้นหาในพื้นที่ 3.ทีมจากประเทศญี่ปุ่น ส่ง 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทานมาช่วยเรื่องน้ำ
     4.ทีมจากประเทศจีน ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกู้ภัยในถ้ำ 6 คน พร้อมหุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ สเปกโทรมิเตอร์สามมิติ 5.ประเทศอังกฤษ มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ  The Cave Diving Group จำนวน 3 คน 6.ทีมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทีมค้นหาและกู้ภัยหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก 32 นาย และ 7.ทีมจากประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญใต้พิภพวิทยา
    ทั้งนี้ ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ จะใช้ดาวเทียม ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจภาคพื้นธรณีวิทยาทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ สแกนที่ถ้ำหลวงในระบบ Infrared 3D หากพบสัญญาณความร้อนจาก 13 ชีวิตจะแสดงเป็นรูปร่างคนบนหน้าจอโดยทันที ซึ่งตอนนี้กำลังรอดาวเทียมเข้าวงโคจรในตำแหน่งที่ต้องการ และดาวเทียมที่ว่านี้มีศักยภาพในแบบทุกสภาพอากาศ
แบกรับความคาดหวัง
    นาวาอากาศเอกหญิง เจสสิกา เตท์ เจ้าหน้าที่กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก  (USPACOM) เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายว่า ทีมสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือทีมกู้ภัยด้านเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสลับสับเปลี่ยนกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับทีมของไทย ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องแบกรับความคาดหวังกับปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ เพราะผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นเด็ก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพยายามของคนไทยที่ปฏิบัติงานกันอย่างสุดความสามารถ
    ขณะที่กู้ภัยรัฐฉานแห่งสหภาพเมียนมา ได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจสำรวจปากถ้ำของเทือกเขานางนอนบริเวณฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อสนับสนุนภารกิจการค้นหาทีมหมูป่าที่หายตัวไป 
    วันเดียวกันนี้ นายอูไซ เส่ง ทิป หลวง รมต.คลัง รัฐฉาน เมียนมา พร้อมคณะเดินทางมาที่ถ้ำหลวง เพื่อให้กำลังใจชุดปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่า โดยการประสานงานของ TBC ไทย การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการแสดงน้ำใจในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี และไทยเคยให้การช่วยเหลือเมียนมาบ่อยครั้ง ทางการเมียนมาพร้อมให้การช่วยเหลือ
    นายเลอพงศ์ สวนสังข์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  กระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังพูดคุยกับนายหยิน ย่าน ตง (Yin Yan Dong) ทีมประสานงานหน่วยกู้ภัยบลูสกาย เรสคิว จากประเทศจีน ที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือว่า ปภ.ไทยยังมีศักยภาพในการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ปิดกั้นความช่วยเหลือจากประเทศอื่นหากมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีพิเศษ จึงอธิบายให้เข้าใจ ถ้าอยากสนับสนุนก็ให้เขียนรายการมา ถ้ามีประโยชน์ก็จะให้เข้าช่วย แต่ถ้างานซ้ำซ้อนก็ต้องขอปฏิเสธ ซึ่ง ปภ.ก็มีเครื่องสแกนที่สามารถลงลึกได้ถึง 100 เมตร แต่ก็ยินดีถ้าจีนมีอุปกรณ์ที่ดีกว่า โดยตอนนี้ก็มีสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมวางแผน ส่วนออสเตรเลียก็ส่งทีมมาประสานงานแล้วเช่นกัน
    นายเลอพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้เรามีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ แต่ติดขัดที่ปัญหาน้ำ จึงต้องปรับแผนมาค้นหาปล่องจากด้านบนตามแนวสันเขาจากหลายภาคส่วน หลายพิกัด ซึ่งก็พบหลายหลุม แต่ส่วนใหญ่ตัน มี 1 หลุมที่ลงลึกได้ถึง 60 เมตร วันนี้จะใช้อุปกรณ์สแกนลงไป ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่บริเวณกลางทางไปหาดพัทยา ในส่วนของจุดอื่นๆ ที่ค้นหาเสร็จแล้วก็จะทำสัญลักษณ์ไว้ปากปล่อง เหตุจากเริ่มมีการค้นหาซ้ำซ้อน
เคลียร์พื้นที่เจาะเต็มพิกัด
    นายชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและแผน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า  เตรียมขุดเจาะสำรวจบ่อบาดาลเพิ่มอีก 1 จุด ห่างจากจุดที่เจาะก่อนหน้านี้บริเวณทางขึ้นปากถ้ำหลวงประมาณ 80 เมตร จากการวิเคราะห์คาดว่าน่าจะพบชั้นน้ำขนาดใหญ่เชื่อมโยงกับในถ้ำ โดยได้เคลียร์พื้นที่เพื่อกำหนดจุดเจาะแล้ว
     นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ลักษณะชั้นหินและรอยเว้าตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา บริเวณดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนและรอยแตกของหิน น่าจะเชื่อมโยงกับถ้ำ เชื่อว่าในอดีตน่าจะเป็นร่องน้ำโบราณหรือเป็นลำน้ำเก่า ประเมินว่าน่าจะพบชั้นน้ำปริมาณมาก โดยจะดำเนินการเจาะสำรวจก่อน โดยอาศัยการสำรวจตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา เนื่องจากการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ทำได้ค่อนข้างยากเพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งด้วยระบบไฟฟ้าส่งลงไปสำรวจ ซึ่งพื้นที่ต้องเหมาะสมกว่านี้
      ล่าสุด เจ้าหน้าที่นำเครื่องขุดเจาะของบริษัทเอกชนมาจาก จ.สมุทรปราการเข้าไปติดตั้งในพื้นที่แล้ว โดยจะดำเนินการเดินเครื่องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทันทีด้วยระบบลม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำ  คาดว่าวันนี้จะเจาะให้ลึก 30-50 เมตร ถ้าไม่พบปัญหาอะไร โดยเฉพาะหินที่อาจไปล็อกหัวเจาะ ทำให้การทำงานหรือระบายน้ำมีความล่าช้า ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
    น.ส.นาฏสุดา ภูมิจำนงค์ อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล เปิดเผยว่า เคยเดินทางไปทำการศึกษาภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในช่วงฤดูแล้ง พบว่ายังเป็นถ้ำที่มีระบบน้ำไหลอยู่ข้างในค่อนข้างสม่ำเสมอ มีทางแยกและช่องแคบให้มุดเข้าไปได้หลายช่อง โดยยอมรับลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ของถ้ำเป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำ ทั้งนี้มองว่าค่อนข้างยากพอสมควรในการเจาะผนังถ้ำเข้าไป เนื่องจากตำแหน่งปากถ้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 400 เมตร ส่วนจุดสูงสุดของถ้ำความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-900 เมตร ซึ่งหมายความว่าความหนาของถ้ำอยู่ที่ประมาณ 300-400 เมตร
      ภายหลังจากที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ส่งทีมงานนำโดย ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ วิศวกรอาวุโส  ปตท.สผ.พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้าร่วมค้นหานักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายนับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. โดยทีมงานได้รับมอบหมายจากศูนย์ประสานกู้ภัยที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ให้นำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ประเภท Multipurpose Plant Inspection Octocopter  (MPIO) บินขึ้นสำรวจยอดเขาเพื่อทำแผนที่ทางอากาศ และใช้กล้องเทอร์โมสแกนอุณหภูมิพื้นผิวภายนอกเพื่อหาอุณหภูมิที่แตกต่าง ซึ่งจะชี้นำว่าอาจจะเป็นช่องที่เชื่อมต่อกับโถงภายในถ้ำ
ทีมเก็บรังนกก็มา
    ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ กล่าวว่า การใช้โดรนสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบอุปสรรคบ้าง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วและมีฝนตกเป็นระยะ อย่างไรก็ตามทีมงานจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนภารกิจครั้งนี้
      นอกจากนี้ ทีมงานบางส่วนได้เข้าสนับสนุนงานติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ รวมถึงระบบท่อส่งและดูดน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากภายในถ้ำ สำหรับหุ่นยนต์อีก 3 ชนิดที่นำไปด้วย ซึ่งได้แก่  ยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini Remotely Operated Underwater Vehicle : Mini-ROV) หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-pipe Inspection Robot : IPIR) และหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Autonomous Underwater Vehicles : AUV) นั้น ยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาร่วมกับศูนย์ประสานกู้ภัยฯ เพื่อเลือกใช้ตามสถานการณ์และสภาพพื้นที่หน้างานต่อไป
    ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มผู้มีจิตอาสาจาก จ.ตรัง ในนามกลุ่มคนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นรวม 8 คน นำโดยนายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง  พร้อมกับลูกบ้านอีก 7 คน นำสัมภาระเพื่อออกเดินทางไปสมทบในภารกิจช่วยเหลือและตามหาทั้ง 13 ชีวิตที่ จ.เชียงราย เนื่องจากมีความชำนาญในเรื่องของถ้ำ ที่แต่ละคนมีประสบการณ์ในการเก็บรังนกนางแอ่นตามถ้ำหลายจังหวัดในภาคใต้มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
      นายอะลิเฟนกล่าวว่า กลุ่มตนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นใน ต.เกาะลิบง และได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายอำเภอกันตังและผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อขอเป็นจิตอาสาในนามชาว จ.ตรังเข้าสมทบในภารกิจดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติและประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ จ.เชียงรายเรียบร้อยแล้ว โดยออกเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงของสายการบินเเอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD420 ออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ เวลา 13.40 น. และจะถึงท่าอากาศยานเชียงรายในเวลาประมาณ 16.10 น.
      สำหรับภารกิจหลักของกลุ่มจิตอาสาจาก จ.ตรังในครั้งนี้ คือการเข้าสนับสนุนสำรวจสภาพภายในถ้ำ และค้นหาเส้นทางจุดเชื่อมโยงภายในถ้ำ และมุดลอดเข้าไปตามซอกหลืบต่างๆ ซึ่งจากประสบการณ์บางครั้งก็ต้องอาศัยเพียงแค่ใส่กางเกงชั้นในเพียงตัวเดียวเท่านั้นในการทำงาน โดยเชื่อมั่นว่าจากการที่ต้องทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับถ้ำมานาน น่าจะสามารถนำมาปรับใช้ในสถานการณ์นี้ได้ ส่วนเครื่องมือต่างๆ ทั้งเชือกไนลอน เชือกส่งสัญญาณ มีด ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ ได้ประสานให้ในพื้นที่จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเดินทางไปถึงสามารถเข้าช่วยเหลือได้ในทันที
พระครูบาบุญชุ่ม 
    ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร พระเกจิดังเมืองล้านนา และญาติของนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คน รวมทั้งนายอำเภอ และคุณนายพัชรี ยิ้มแย้ม ได้ทำพิธีเปิดถ้ำและขอขมาบริเวณศาลเจ้าแม่นางนอน โดยชาวบ้านเชื่อว่าพระครูบาบุญชุ่มเคยเป็นคนรักเก่าของเจ้าแม่นางนอน ซึ่งมาทำพิธีเปิดทางให้ค้นหาเด็กให้เจอ
     เจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหากพระครูบาบุญชุ่มเผยว่า ครูบาบุญชุ่มท่านจะมาทำพิธีเปิดถ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งตามธรรมเนียมของท่านแล้วนั้น ไม่ว่าท่านจะทำพิธีอะไรก็ตามมักจะทำ 2 ครั้ง และก็จะประสบผลสำเร็จทุกครั้ง จึงทำให้คนภาคเหนือเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เมื่อวานท่านบอกกับลูกศิษย์ว่า ท่านเห็นโพรงขนาดใหญ่บนเขาเหนือถ้ำนางนอน วันนี้ท่านต้องมาอีกครั้ง
     ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำรูปปั้นขนาดประมาณ 2 ศอก ลักษณะเป็นหญิงสาวมาวางไว้บริเวณจุดทำพิธี ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปปั้นเจ้าแม่นางนอน โดยบรรยากาศขณะทำพิธีได้ยินเสียงสวดดังไปทั่วบริเวณ ซึ่งพ่อแม่ของทีมหมูป่าก็เข้าร่วมพิธีด้วย
    ภายหลังจากที่พระครูบาบุญชุ่มทำพิธีเปิดถ้ำ ได้กล่าวขณะเดินทางกลับท่ามกลางสื่อมวลชนว่า  "ต้องทำข่าวให้ดีนะ ทำข่าวให้เรียบร้อย ให้กำลังใจทุกคน ให้ทุกคนโชคดี มีความสามัคคี ขอให้ประเทศไทยได้เลือกตั้งเร็วๆ เหมือนประเทศพม่า"
     ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันในหมู่ชาวพุทธในพื้นที่ภาคเหนือว่า พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อายุ 54 ปี  พระเกจิ 4 แผ่นดิน เป็นพระที่มีลูกศิษย์มากมายทั้งชาวไทย เมียนมา จีน และลาว แม้ปกติจะจำพรรษาอยู่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา แต่ทุกปีในการทำบุญคล้ายวันเกิดของท่านช่วงต้นเดือนมกราคม ท่านจะเดินทางมาที่วัดพระครูบาบุญชุ่ม บ้านเวียงแก้ว ม.5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ท่ามกลางลูกศิษย์จากทั้งเมียนมา สิบสองปันนา สปป.ลาว รวมทั้งลูกศิษย์ชาวไทยนับหมื่นคน
    ขณะเดียวกันได้มีเณรน้อยแต่งชุดพระสายครูบาล้านนา พร้อมกับคณะศรัทธาติดตามมาด้วย 7-8  คน เมื่อเดินทางมาถึงใกล้กับบริเวณปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม พบว่าต่างพูดภาษาไทยไม่ได้ มีเพียง 2 รูปในคณะที่พอจะพูดภาษาไทยได้บางคำ จึงต้องอาศัยชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นล่ามเฉพาะกิจในการช่วยสื่อสาร
      ทราบว่าเณรน้อยรูปนี้มีชื่อว่า เณรบุญยุ้ม อายุ 9 ขวบ เป็นศิษย์ของครูบาบุญมี มาจากเมืองเลน รัฐเชียงตุง ประเทศเมียนมา เดินทางมาทางรถยนต์โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจารย์คือครูบาบุญมีได้ทราบข่าวทีมหมูป่าสูญหายในถ้ำ จึงได้ส่งตนเดินทางมาเพื่อทำพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าป่าเจ้าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเจ้าแม่นางนอน ขอให้ช่วยปกป้องและปล่อยตัวเด็กออกมาอย่างปลอดภัย สิ่งใดที่เด็กหรือใครก็ตามกระทำผิดจารีตประเพณีหรือลบหลู่สิ่งใดไว้ ก็ขอขมาแทนตัวกลุ่มเด็กที่ยังหาไม่เจอ
'บิ๊กตู่' สั่งตั้งไลน์กลุ่ม
    พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ติดตามความคืบหน้าการค้นหาทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีอย่างต่อเนื่อง โดยขอบคุณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และข้าราชการทุกคนในพื้นที่ที่ทำงานอย่างหนัก
      "ที่สำคัญนายกฯ ฝากให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งส่วนที่เจาะปล่องลงมาจากด้านบนเขา และหน่วยซีลที่เข้าทางภาคพื้นจนถึงโถงได้ แสดงถึงความก้าวหน้าของการทำงาน ทำให้ครอบครัวของเยาวชนและคนไทยทุกคนมีความอุ่นใจมากขึ้น และขอให้ทุกย่างก้าวของเจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จ โดยนายกฯ เฝ้าเอาใจช่วยอยู่ตลอดเวลา"
      พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกคนติดตามฟังข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้จัดตั้งไลน์กลุ่มศูนย์ปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยให้เจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพของการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะตัวแทนของสื่อมวลชน เพื่อกระจายข่าวสารให้สื่อมวลชนในพื้นที่ และรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ทำให้การปฏิบัติงานมีความเป็นเอกภาพ และทุกคนรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงตรงกัน
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า ขอให้กำลังใจช่วยทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อทุกอย่างจะได้ราบรื่น อีกทั้งขอให้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาในการทำงาน  เพราะบางครั้งมีคนจำนวนมากอาจจะทำให้จัดระบบยาก ฉะนั้นจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลควรช่วยดูแลให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน  
    "ผมได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด ด้วยเป็นห่วง เชื่อว่าถ้าน้องๆ เขาหลบอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ไม่มีน้ำ ไม่มีโคลน ก็สามารถที่จะอยู่ได้ ก็ต้องรอการเข้าไปช่วยเหลือ ตอนนี้ทุกคนก็หวังเรื่องการเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำออก หรือการหาโพรงที่เข้าไปช่วยเหลือ จะประสบความสำเร็จ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
    พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า กรณีสังคมโซเชียลวิเคราะห์ว่า เยาวชนนักฟุตบอลอะคาเดมีแม่สายและโค้ชรวม 13 ชีวิตอาจไม่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย แต่ถูกกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจับกุมตัวไป เนื่องจากพื้นที่เลยขึ้นไปมีช่องว่างระหว่างดอยผาหมีกับหุบเขา เป็นพื้นที่สีแดงที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงยาเสพติด จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน
      "คนทำไม่ดีเขาหากินอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เด็กไปเที่ยวเกิดพลัดหลงปกติ" พล.ต.ท.สมหมายกล่าว
    ก่อนหน้านี้เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร วิเคราะห์ว่ากรณีทีมหมูป่าหายไปที่ถ้ำหลวง ตั้งข้อสงสัยว่าผ่านมา 7 วันแล้ว การค้นหาไม่มีความคืบหน้า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทีมหมูป่าอาจไปเห็นอะไรเข้า เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ย.มีการยึดยาเสพติดซึ่งถูกลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง เหตุใดต้องใช้หน่วยซีลเข้ามาปฏิบัติการช่วยค้นหาทั้งที่อยู่ห่างไกลกันมาก และทำไมถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ชำนาญเส้นทาง.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"