'ต้องผ่านวัน-เวลานี้ไปให้ได้'


   

  "........เรานั้น 
    ฝึกมาเพื่อให้ทำงานในภาวะเสี่ยงตลอดมา 
    ดังนั้น ไม่ว่าเรื่องเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิต 
    ถือเป็นสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญตลอดเวลาอยู่แล้ว 
    เพราะฝึกมาอย่างนี้
    ขอยืนยันว่า.........
    เราไม่เคยเสียขวัญ กำลังพลของเรายังคงฮึกเหิม กำลังพลพี่น้องเราที่เสียชีวิต.............
    เราจะไม่ให้สูญเปล่า
    เราจะเดินหน้าต่อ"
    "พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล" 
    ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑
    ครับ.....
    ตื่นเช้า เปิดโทรทัศน์ ประโยคข้างบนนั้นก้องหู แต่ใจผมมันชา ตั้งแต่ท่านบอกว่า
    "จ่าเอกสมาน กุนัน"
    นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ อดีตหน่วยซีล 
    ปัจจุบัน ลาออกไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ 
    แต่มาช่วยภารกิจในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน.......
    ได้สละชีวิต 
    ขณะปฏิบัติการเพื่อ "แลก ๑๓ ชีวิต" หมูป่าไปแล้ว!
    จะพูดยังไงดีล่ะ...ยามนี้
    จ่าเอกสมาน ขนถังอากาศดำน้ำมุดรูในถ้ำเข้าไปวางตามจุดในถ้ำ แล้วก็ขนถังเปล่าดำน้ำมุดรูออกมา
    ศรัทธานั้น แกร่ง กายนั้น สู้ 
    แต่การดำน้ำขนถังอากาศระยะทาง ๑,๗๐๐ เมตร จากโถง ๓ เข้าไปจุดหมาย "เนินนมสาว"
    ดำดิ่งและซอกซอน ลากถังอากาศไปด้วย..........
    ขาเข้าไป ๕-๖ ชั่วโมง
    ขากลับออกมาอีก ๕-๖ ชั่วโมง
    วีรอาจหาญ "จ่าเอกสมาน" ต้องดำด้วยแช่น้ำอยู่ในรูถ้ำสภาพนี้ สลับกันไป ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
    วันแล้ว..วันเล่า..คืนแล้ว..คืนเล่า กับภารกิจศรัทธา ต้องนำ ๑๓ หมูป่า ออกมาจากถ้ำให้ได้ 
    แล้วกลางดึก ๕ ต่อ ๖ กรกฎา จ่าเอกสมาน ก็หลับนิรันดร์ คาภารกิจลำเลียงถังอากาศในถ้ำ!
    "กำลังพลพี่น้องเราที่เสียชีวิต.............
    เราจะไม่ให้สูญเปล่า
    เราจะเดินหน้าต่อ"
    ฟังประโยคนี้ของท่าน ผบ.หน่วยซีล ยังไม่ทันจบ ผมไม่ได้ร้องไห้ เกลียดที่สุดคือการร้องไห้
    แต่น้ำตาผมมันไหลออกมากลบตาเอง!
    ครับ...
    ยามนี้ มัน "หนัก" เหลือเกิน สำหรับพี่น้องไทยทั้งชาติ
    ๕ กรกฎา ๖๑ วันเดียว.........
    เราสูญเสียนายทหาร ๓ นาย จากเครื่องบินฝึกตก ที่แม่ฮ่องสอน
    เราเสียชีวิตนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากเรือท่องเที่ยวที่ภูเก็ต อับปางในทะเล อีกกว่า ๔๐ 
    และภารกิจนำตัว ๑๓ หมูป่าออกจากถ้ำ แม้สูญเสียหน่วยซีลไปแล้ว ๑ นาย
    แต่ปฏิบัติการชิงตัวที่ต้องแข่งกับน้ำ แข่งกับอากาศในถ้ำที่เริ่มเป็นพิษ 
    มันกลับ "บีบหัวใจ" หนักขึ้น!
    เป็นความยากลำบากที่พวกเรา "คนไทย" ทั้งประเทศต้องเผชิญ 
    มันเป็นความทุกข์ทนหม่นเศร้าที่พวกเราต้องฝ่าฟันให้มันผ่านพ้นไปด้วยกันให้จงได้
    มันหนัก และมาพร้อมๆ กัน ทั้งบนบก ในอากาศ และในน้ำ 
    แต่มั่นใจ........
    เราทั้งชาติ ต้องผ่านด่าน ด้วย "หลอมรัก-รวมใจ" ครั้งนี้ ไปได้แน่นอน
    และต่อจากนั้นไป............
    ก็จะไม่มีอะไร ที่เรียกว่า "หนัก" สำหรับคนไทยและชาติไทย ที่จะแบกรับไม่ได้อีกแล้ว!
    คิดอีกที แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน 
    มีอะไรมาให้มัน "เจ็บ" หนักๆ ไปพร้อมกันซะทีเดียว
    มันจะได้ "จบ"!
    แต่ไทยก็ไม่ทุกข์ทนโดดเดี่ยวนะ เพราะมีน้ำใจ "สังคมโลก" รดรินชโลม
    การสูญเสีย "จ่าเอกสมาน" วีรอาจหาญของเขา อุทิศตนพิชิตภัยให้ผู้อื่น ทั้งที่พ้นหน้าที่ไปแล้ว
    สังคมโลก ค้อมคารวะ............
    หน่วยซีล "จ่าเอกสมาน" องอาจ ยิ่งใหญ่ ตัวตาย แต่ชื่อยัง ชื่อจะฝังอยู่ในใจ ตราบที่โลกยังมีคำว่าภัยคู่มนุษย์!
    ภารกิจชิงตัว ๑๓ หมูป่าจากน้ำที่จะไหลกลับกลบถ้ำ
    "พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว" ผบ.หน่วยซีล ท่านบอกแล้ว 
    "............เราจะเดินหน้าต่อไป"
    ดังนั้น เราทั้งหลาย จงมั่นใจ แล้วส่งกำลังใจไปช่วยหน่วยซีล และทุกหน่วย-ทุกคนเถอะ
    เขาเหล่านั้น กำลัง "แข่งเวลา-แข่งน้ำ-แข่งอากาศ" ในถ้ำ 
    ก่อนที่ ๑๓ หมูป่า จะล้าโรยแรงไปมากกว่านี้
    จะตัดสินใจ "นำออก" ทางน้ำ ด้วยดำออก
    หรือจะ "ทางบก" เจาะเขาลงไป เอาตัวขึ้นมา
    ไม่ใช่เวลา "คนนอก" จะวิจารณ์อีก..........
    ปล่อยให้เป็นหน้าที่ "ผู้ปฏิบัติ" ได้ทำงาน อย่าไปสร้างพะว้า-พะวัง กระทั่ง จุกจิก-รำคาญ ให้เขาจะดีกว่า
    คนอยู่กับเนื้องาน รู้ปัญหาดีที่สุด ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติจะตัดสินใจทางไหน-อย่างใด 
    เรา "ภายนอก" ส่งกำลังใจ เท่านั้นพอ!
    ตอนนี้ หลายชาติที่เชี่ยววิทยาการกู้ภัยและมากประสบการณ์ จะส่งคนมาช่วยเพิ่ม เช่นฝรั่งเศส 
    ที่สนใจกันมากตอนนี้.......
    "อีลอน มัสก์" อัจฉริยะแห่งยุค เจ้าของเทคโนโลยีอวกาศ SpaceX และบริษัทขุดอุโมงค์ใต้ดิน The  Boring Co. 
    จะส่งวิศวกรเดินทางลงไปพื้นที่ขุนน้ำนางนอนแล้ว!
    ลงไปสำรวจตรวจตรา........
    หาความเป็นไปได้ ก่อนตัดสินใจว่า ต้องใช้วิธีไหน จะช่วยนำตัว ๑๓ หมูป่า ออกมาได้เร็ว และปลอดภัย?
    ผมไม่มีความรู้ด้านวิทยาการ...........
    แต่ได้อ่านที่คุณ Pat Hemasuk ซึ่งคลุกคลีผ่านงานประเภทนี้ได้โพสต์ไว้ ขออนุญาตนำมาบางส่วนนะครับ
    Pat Hemasuk 
    สิ่งที่ผมดีใจที่ อีลอน มัสก์ ติดต่อมายังรัฐบาล ไม่ใช่ว่าผมจะมองว่าเขาเก่งกว่าทีมของเราหรอกครับ  ใครจะมารู้ดีไปว่าทีมของเราที่อยู่กู้ภัยมาตั้งแต่วันแรก 
    แต่สิ่งที่ อีลอน มัสก์ ถืออยู่ในมือคืออุปกรณ์บางอย่างของโครงการสเปซเอ็กซ์ และ บริษัทเทสลา ต่างหากที่ผมอยากได้
    สิ่งแรกเลยคือ เพาเวอร์แพ็ก ของเทสลานั้น ถือว่ามีเทคโนโลยีสูงสุดเท่าที่มีในเวลานี้แล้วก็ได้ 
    รวมถึงแหล่งพลังงานแบบกะทัดรัดของแบตเตอรี่ของรถยนต์เทสลานั้น จ่ายพลังงานได้สูงและน้ำหนักเบา 
    นี่คือแหล่งพลังงานในถ้ำที่ดีที่สุดแล้ว ในกรณีที่ไม่สามารถลากเคเบิลเพื่อจ่ายพลังงานในถ้ำส่วนลึกได้
    ประการที่สอง ระบบยังชีพในที่จำกัดบางอย่างในยานอวกาศ (ENVIRONMENTAL CONTROL  AND LIFE SUPPORT SYSTEM) ของโครงการสเปซเอ็กซ์นั้น 
    มีประโยชน์อย่างมาก ที่จะทำให้คน ๑๕ คน ที่เข้าไปอยู่ในโถงนั้น 
    มีอากาศหายใจที่มีคุณภาพ พอที่จะอยู่รอความช่วยเหลือให้ยาวขึ้น
    สองอย่างนี้แหละครับ ที่ผมมองในมุมมองของวิศวกรที่เคยทำงานใต้ดินและที่จำกัดในภาวะที่เป็นพิษสูงมาบ้าง เพราะข่าวเมื่อเย็นนี้ มีตัวเลขตัวหนึ่ง ที่ผมตาโต แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ จะฟังแล้วไม่สะดุดหู 
    คือปริมาณออกซิเยนในถ้ำตกลงมาเหลือเพียง ๑๐% ขณะที่อากาศปกติมี ๒๓%
    นั่นหมายความว่า การหายใจแต่ละครั้ง มีประสิทธิภาพต่ำลงไปกว่าครึ่ง 
    และในทางกลับกัน คาร์บอนไดออกไซด์จากการหายใจออกมานั้น ถ้าสะสมกันเกินกว่า ๕% จะเริ่มเป็นพิษ 
    แต่ถ้าไต่ระดับขึ้นมามากกว่านั้น จะเริ่มหลอน เซื่องซึม คิดช้า และอาจจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้ 
    แต่ถ้ามันยังไม่ขึ้นสูงมากนัก แต่อยู่ไปนานๆ มันจะสะสมกับความชื้นในปอด ในรูปของกรดคาร์บอนนิก มันจะทำให้ปอดวายได้
.......................................
    แต่ผมเชื่อว่า สิ่งที่ผมรู้ คนที่ผ่านหลักสูตรวิศวกรรมใต้น้ำ หรือคนที่ทำงานด้านวิศวกรรมในพื้นที่ควบคุมเข้มงวด confined space 
    ย่อมจะรู้กันทุกคนว่า จะต้องรับมือกับสภาวะอากาศเป็นพิษจากคาร์บอนไดออกไซด์อย่างไร และจะแก้อย่างไร 
    โดยเฉพาะกองเรือดำน้ำทหารเรือ จะรู้วิธีรับมือกับสิ่งนี้ดีที่สุด ทั้งวิธีเพิ่มออกซิเยน และกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ 
    น่าดึงเอาคนที่มีความรู้ในการปรับสภาวะอากาศจากกองเรือดำน้ำมาช่วยงานกับทีมกู้ภัยนี้ครับ
    แต่สิ่งที่ผมมองว่า สิ่งที่ อีลอน มัสก์ ถืออยู่ในมือ แต่เราไม่มี 
    คือระบบดำรงชีพในยานอวกาศของโครงการสเปซเอ็กซ์ (ENVIRONMENTAL CONTROL AND L IFE SUPPORT SYSTEM) 
    ที่เราสามารถแยกส่วนตัดเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งออกไป แล้วเอาที่เหลือมาปรับใช้ในการสร้างอากาศหายใจ และกำจัดอากาศเสียเป็นพิษในถ้ำได้ 
    และอีกอย่าง คือระบบเพาเวอร์แพ็กพลังงานสูงที่จ่ายพลังงานอย่างต่อเนื่อง และยาวนานกว่าปกติของ บ.เทสลา สองสิ่งนี้แหละครับ ที่เราต้องการในเวลานี้
    ครับ...หาโพสต์เต็มๆ ของคุณ Pat Hemasuk อ่านเอาได้หรอก ผมเพียงขอบอก
    ทั้ง "ไทยประเทศ" และทั้ง "๑๓ หมูป่า" ต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ในที่สุด.
 


พลันที่ออกปาก "ผมสนใจงานการเมือง"นายกฯ ประยุทธ์.........ก็สู่สภาพ "ศัตรูร่วม" ในทางแคบของพลพรรคนักเลือกตั้งที่ต้องปรองดองเฉพาะกิจเพื่อกำจัดในบัดดล!

'เก้าอี้' นายกฯ ที่ถูก 'ตีตรา'
มิติ 'ประชารัฐ-อนาคตใหม่'
คุกกี้เสี่ยงทาย 'อภิสิทธิ์-วรงค์'
เบื้องหลังของการ "เกาะโต๊ะ"
'เกาะโต๊ะ' ประจานตัวเอง
๑๐ ปีของคนไม่มีแผ่นดินอยู่