15จว.พร้อมรับ ฝนถล่ม-น้ำท่วม


เพิ่มเพื่อน    

    อุตุฯ เตือนคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วม โดยจะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ปภ.พร้อมรับมือ 15 จังหวัดจ่อเกิดอุทกภัย ตั้งแต่เพชรบุรีจนถึงสตูล ปัตตานีเจอแล้ว ลมพัดหลังคาปลิว บ้านเรือนเสียหาย 70 หลัง ด้านสถานการณ์ภาคเหนือ 10-14 ก.ค. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 
    กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง "คลื่นลมแรง และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 08 กรกฎาคม 2561 ความว่า ในช่วงวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2561 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย
    สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
    ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง
    จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 8-9 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
    ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
    ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 9-14 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
    นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า จากปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศ ตามแบบจำลองพยากรณ์นี้ พบว่า จ.เชียงรายมีเมฆปกคลุมจำนวนมาก ฝนจะตกสะสมที่ 30-60 มิลลิเมตรต่อวัน ไปจนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งหากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้พื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ต่ำเกิดน้ำท่วม เนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมจะมีมากกว่า 300 มิลลิเมตร สำหรับพื้นที่บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อาจไม่รับผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าถ้ำทันทีในวันนี้ แต่อาจส่งผลกระทบในอีก 1-2 วันข้างหน้า
    ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง แจ้งว่า ด้วยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (270/2561) ลงวันที่ 6 ก.ค.61 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 6-12 กรกฎาคม 2561 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยฝั่งอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาจะมีคลื่นสูง 2 เมตร รวมทั้งส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมมากขึ้น กับมีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนัก อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม ซึ่งมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือ ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
    จากคำเตือนดังกล่าว นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรี ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการในการเตรียมรับสถานการณ์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการอย่างสอดคล้องตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์กู้ชีพ กู้ภัย และกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน กู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ตลอด 24 ชั่วโมง หน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ ตรวจสภาพความพร้อมก่อนออกเรือ
    ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ให้รายงานไปยังศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภายใน 24 ชั่วโมง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] โทรสาร 0-3242-6230
    พังงา มีรายงานว่า ประชาชนชาวเกาะปันหยี อ.เมืองพังงา เร่งขนข้าวของเครื่องใช้ลงเรือเพื่อนำเข้าในพื้นที่เกาะปันหยี ก่อนฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ซึ่งพบว่าสีน้ำบริเวณชายฝั่งอ่าวพังงามีสีขุ่น เป็นสัญญาณว่าปริมาณน้ำจากลำคลองต่างๆ ไหลลงสู่อ่าวพังงาอย่างต่อเนื่อง 
    ขณะที่มีประกาศจังหวัดพังงา จากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ อันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำ น้ำตก ล่องแก่ง และเส้นทางเดินป่า โดยประกาศแจ้งเตือนให้ปฏิบัติตามมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เกิดอันตรายจากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ห้ามเข้าไปในถ้ำขณะฝนตกหนัก โดยเฉพาะถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน ให้ระมัดระวังอันตรายหากมีฝนตกหนัก น้ำไหลหลากให้รีบออกมาทันที ให้ติดตามประกาศแจ้งเตือนลมมรสุม หรือสภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ โดยงดกิจกรรมทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน เช่น เกาะ แก่ง เส้นทางเดินป่า เมื่อเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานานในพื้นที่เสี่ยงหลุมยุบ ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณดังกล่าว
    ปัตตานี เมื่อค่ำวันเสาร์ เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ยะรัง โดยเฉพาะหาดรูสะมีแล หมู่ 6 ต.รูสะมีแล อ.เมืองปัตตานี ซึ่งมีร้านอาหารกว่า 30 ร้าน กระแสลมแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับหลังคาร้าน รวมทั้งเพิงที่นั่งรับประทานอาหารถูกแรงลมพายุพัดหอบปลิวออกไปทั้งแถบ บรรดาลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารหนีกันจ้าละหวั่น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ร้านเสียหายกว่า 10 หลัง     
    นอกจากนั้น ที่กองร้อยอาสาสมัครจังหวัดปัตตานี ที่ 1 ตั้งอยู่ที่ ต.รูสะมีแล อ.เมือง ถูกลมพายุ เสียหายบางส่วน ขณะที่บ้านเรือนประชาชนในเขต อ.เมือง เสียหายราว 70 หลัง ส่วนใหญ่หลังคาปลิว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.