ท้าเปิด'บิ๊กกองทัพ'ช่วยดูด กกต.ชงแก้53/60คลายล็อก


เพิ่มเพื่อน    

    "ป้อม" ท้าเปิดชื่อ "บิ๊กกองทัพ" เสนอประโยชน์แลกดูดอดีต ส.ส.เข้าพลังประชารัฐ ปัดไม่มีอดีต ส.ส.เข้าพบที่บ้าน ร.1 รอ. "บิ๊กตู่" ลั่นใครจะดูดก็เชิญตนไม่ได้ไปดูดด้วย "เพื่อไทย" หวั่น "นนทบุรี" คิวต่อไปของพลังดูด รับ "ฉลอง-วันชัย" ตกเป็นเป้า แกนนำปรามสมาชิกไม่ให้ด่าส่งพวกทิ้งพรรค กกต.เห็นชอบร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 คลายล็อกพรรคการเมืองประชุมใหญ่-ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขต ไม่พิจารณาปมไพรมารีโหวต  
    เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวบิ๊กทหารในพื้นที่อีสานช่วยดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรคพลังประชารัฐว่า เขาไปดูดอย่างไร เขาดูดอย่างไร เขารู้จักกัน คุยกันไม่ได้หรือ
    ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเสนอผลประโยชน์แลกเปลี่ยนจะมีความผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า "เขาเสนออะไร ใครเสนอ บอกชื่อมา" ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า "เป็นระดับบิ๊กในกองทัพภาคสอง"  พล.อ.ประวิตรสวนกลับมาอีกว่า "โอ๊ย ไม่มีไปเสนออะไร ถ้าเสนอก็เป็นเรื่องของเขา เขารู้จักกัน เขาคุยกัน ไม่เกี่ยวกับผม"
    เมื่อถามว่ามีการอ้างว่าอดีต ส.ส.มาพบท่านที่บ้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อพูดว่าอ้างจะมาถามอะไร ถามย้ำอีกว่าปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักการเมืองมาพบที่บ้านในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตรอมยิ้มพร้อมกล่าวว่า "บ้านผมไม่มี"
     เช้าวันเดียวกัน ที่อาคารพักอาศัยแปลง G ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารและส่งมอบกุญแจห้องพักอาศัยโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ได้ถามผู้ร่วมงานว่า "รู้ไหม กทม.มีทั้งหมดกี่เขต" โดยผู้ร่วมงานคนหนึ่งตะโกนตอบว่า "50 เขต" 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ใช่มี 50 เขต แต่ไม่ใช่ไปดูดเขตโน้นเขตนี้ จะไปดูดให้เมื่อยปากทำไม ใครจะไปดูด เชิญไปดูดกันมาแล้วกัน ผมไม่ได้ไปดูดกับใคร"
    ด้าน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย  รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอให้สมาชิกพรรคหลีกเลี่ยงการตอบโต้และกล่าวหาเรื่องการดูด ส.ส.เพื่อรักษามิตรภาพที่เคยมีร่วมกันว่า ยอมรับว่าเป็นการรักษาน้ำใจของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางกลุ่มที่ยังลังเลว่าจะย้ายพรรคหรือไม่ เพราะบางคนยังอาลัยอาวรณ์กันอยู่ ก็เห็นใจเพราะบางคนที่ต้องไปด้วยความจำเป็น แต่ตนเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน อดีต ส.ส.ทุกคนเป็นเพื่อนกันไม่อยากให้ใช้คำพูดรุนแรงต่อกัน 
    ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐระบุว่าจะเปิดตัวยิ่งใหญ่หลังพบทีมหมูป่านั้น พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า "จะเปิดอะไรอีกก็ไม่รู้ มีอะไรให้เปิดอีกหรือ"
    นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้หารือกับกลุ่มอดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความรู้สึกเดียวกับเลขาธิการพรรค ตนได้สะท้อนความรู้สึกไปยังเลขาธิการพรรคในกรณีการตอบโต้เรื่องดูดอดีต ส.ส.ว่า เราไม่อยากผลักไสไล่ส่งใคร ไม่อยากซ้ำเติมหรือประจานใคร การสาปแช่งหรือไล่กันเป็นเรื่องไม่ดี จึงสะท้อนไปยังเลขาธิการเพื่อถ่ายทอดเป็นแนวคิดแนวทางให้แก่อดีต ส.ส.ภายในพรรค 
    นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ใครย้ายออกจากพรรคเขาจะไม่เลือก เพราะเขาให้ความเชื่อมั่นในพรรคจึงเลือกที่พรรคไม่ได้เลือกที่คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน และใครที่มีกระแสข่าวถูกดูดออกไป เวลาลงพื้นที่จะไม่มีประชาชนคุยด้วย เราจึงไม่กังวลอะไร ในส่วนของพรรคเราหากพื้นที่ใดอดีต ส.ส.ออกไป เราก็หาคนใหม่มาลงสมัครแทน ซึ่งมีคนที่พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เราจึงไม่ได้หนักใจอะไรกับกระแสดูดที่เกิดขึ้น 
หวั่น 'นนทบุรี' โดนดูด
    แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า สำหรับกระแสข่าวการดูดอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเพื่อให้ย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงแรกเป็นการดูดอดีต ส.ส.ในภาคอีสานเป็นหลัก  ขณะนี้กำลังเปลี่ยนไปดูดอดีต ส.ส.ในภาคกลางแทนแล้ว เนื่องจากภาคกลางไม่ใช่พื้นที่จุดแข็งของพรรคเพื่อไทยเหมือนกับภาคอีสาน จึงอาจจะมองว่าหากมาทาบทามอดีต ส.ส.ภาคกลางนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า ซึ่งล่าสุดทราบว่ามีความพยายามทาบทามอดีต ส.ส.นนทบุรีของพรรคเพื่อไทยให้ย้ายไปร่วมงานด้วย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งยกจังหวัด ทำให้พรรคได้ส.ส.เขตเลือกตั้งทั้งหมด 6 คน คือ 1.นายนิทัศน์ ศรีนนท์ 2.นายอุดมเดช รัตนเสถียร 3.นางวไลพร  อัจฉริยะประสิทธิ์ 4.นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร 5.นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ และ 6.นายฉลอง เรี่ยวแรง
    "ทราบว่านายฉลองมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ นายวันชัยก็ถูกทาบทามด้วย แต่ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะย้ายไปหรือไม่ มีแนวโน้มสูงว่าอาจจะย้าย  เพราะนายวันชัยมีความสนิทสนมกับนายฉลอง ขณะที่นางวไลพรตัดสินใจว่าอาจจะวางมือทางการเมืองแล้วให้บุตรชายลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แทน แต่ปรากฏว่าบุตรชายนางวไลพรมีแนวโน้มที่จะย้ายไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์" แหล่งข่าวระบุ
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมใหญ่เพื่อทำไพรมารีโหวต และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถแบ่งเขตการเลือกตั้ง รวมถึงอาจจะใช้การทำไพรมารีโหวตแบบภาคว่า ข่าวที่ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่างแก้ไขคำสั่งดังกล่าวเป็นความจริง  แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการทำไพรมารีโหวต ซึ่งได้พูดถึง 4 แนวทาง คือ 1.ยังไม่เริ่มใช้ไพรมารีโหวต 2.มีการทำไพรมารีโหวตแบบจังหวัดซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาล 3.การทำไพรมารีโหวตแบบภาค 4.หากไม่ใช้การทำไพรมารีโหวตจะใช้รูปแบบใดมารองรับแทน เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัคร เพราะหากไม่ทำไพรมารีโหวตก็จะไม่มีอะไรมารองรับตรงนี้ และจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องมีส่วนร่วม จึงมีการมอบหมายให้กฤษฎีกานำแนวทางเหล่านี้ไปจัดทำร่างในทุกรูปแบบแล้วนำเสนอ กกต.พิจารณา
      ทั้งนี้ คสช.จะเป็นผู้พิจารณา และจะส่งข้อพิจารณาของ คสช.ไปให้ กกต.ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลือกแนวทางตามที่ คสช.เลือก และขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กกต., คสช., คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังรวบรวมประมวลผล ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลาในการพิจารณา ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แต่คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน
       ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าจะคลายล็อกให้พรรคการเมืองได้ภายในเดือนสิงหาคมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบ และยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่
ยังไม่คลายล็อก 90 วัน
       เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจึงยังไม่มีการคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุม หรือทำกิจกรรมได้ในช่วง 90 วันระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง  นายวิษณุกล่าวยืนยันว่าไม่สามารถคลายล็อกให้พรรคการเมืองในช่วง 90 วันแรกได้ เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ลงมา แต่ถ้าพรรคการเมืองใดมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมอะไรก็ให้ไปขออนุญาตจาก คสช.เป็นรายกรณี ไม่เช่นนั้นอาจมีสิ่งสอดแทรกจากบางพรรคการเมือง แล้วอาจจะส่งผลกระทบกับ 90 วันช่วงที่สอง เป็นช่วงที่รอการบังคับใช้จริงหลังจากมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ลงมาแล้ว จึงขออย่าไปทำอะไรให้เกิดปัญหาขึ้นมา เราเพียงแค่ป้องกันปัญหาเอาไว้เท่านั้นเอง 
    "ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่อธิบายให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ยาก แต่ถือว่ามีความจำเป็นที่ยังไม่สามารถคลายล็อกให้ได้ และแม้จะเป็นการดำเนินการงานคนละส่วนกัน ระหว่างกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. แต่เราคิดว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรคอะไร" นายวิษณุกล่าว    
    นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะอยู่ระหว่างที่กฤษฎีกาขอความเห็นจาก กกต. และ กกต.เห็นอย่างไรก็จะเสนอมาที่ คสช. แต่ คสช.จะเอาด้วยหรือไม่นั้นยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีการทำไพรมารีหรือไม่ เพราะการทำไพรมารีตามมาตรา 145 คือแต่ละสาขาหรือตัวแทนจังหวัด หรือทำไพรมารีเป็นภาคๆ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ กกต.มีอำนาจจัดการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เรียบร้อย ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2  เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถหาสมาชิกให้ได้เกิน 500 คนในกรณีจะจัดตั้งเป็นสาขา หรือให้ได้เกิน 100 คนในกรณีจะตั้งเป็นตัวแทนจังหวัด
    "ไม่ว่ากติกาจะออกมาในรูปใด ขอให้พรรคการเมืองมีเวลามากพอที่จะหาสมาชิกเพื่อตั้งสาขา มีเวลามากพอเพื่อทำไพรมารี เชื่อแน่ว่าพรรคการเมืองทุกพรรคพร้อมที่จะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง สมาชิก ปชป.เดิมมี 2,500,000 คนและมีสาขาประมาณ 200 สาขา หาก คสช.ให้เวลามากพอ เราเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมดและสมาชิกใหม่ก็พร้อมที่จะเข้ามาเคียงข้างกับพรรค รวมทั้งสามารถจัดตั้งสาขาได้ครบ 200 หรือเกินกว่าตามความต้องการของมวลสมาชิกอย่างแน่นอน การปฏิรูปการเมืองคือ การที่ให้สมาชิกพรรคเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ไม่ใช่นายทุนพรรค จึงต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหาสมาชิกให้มาก  และให้สมาชิกเข้าใจและยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค มิฉะนั้นแล้วการทำไพรมารีก็จะเป็นเพียงรูปแบบ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายของพรรคโดยใช่เหตุ" นายวิรัตน์กล่าว
    นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าให้ทำอย่างไร ระบุเพียงให้ประชาชนมีส่วนร่วม เรื่องนี้พรรคที่สนับสนุนผู้มีอำนาจอาจมีปัญหาหรือไม่จึงเกิดเสียงเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยน แต่พรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหา พร้อมรับทุกรูปแบบ แต่อย่าทำอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แล้วนำมาสู่ปัญหาการตีความภายหลังการเลือกตั้ง ขอให้ทำเรื่องดังกล่าวอย่างระมัดระวัง  
เห็นชอบแก้คำสั่ง 53/60
    วันเดียวกัน ที่ประชุม กกต.ได้เห็นชอบร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ที่จะคลายล็อกการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เสนอมาขอความเห็น โดยเห็นว่ามีเนื้อหาหลักเป็นไปตามที่ กกต.เสนอในวงประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับตัวแทนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา คือหลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว คือ 1.ให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคหาสมาชิกพรรคให้ความเห็นต่อ กกต.ในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดทำไพรมารีโหวต 2.ให้อำนาจ กกต.ในการออกหลักเกณฑ์และระเบียบให้สอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่มีการประกาศใช้และให้ดำเนินการเรื่องของการแบ่งเขตได้
    ทั้งนี้ ในส่วนของกระบวนการทำไพรมารีโหวตที่ กรธ.เสนอเป็นทางเลือกให้ทำเป็นภาค เนื่องจากมีความยืดหยุ่นกว่า หากเห็นว่าการทำเป็นเขตตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก่อให้เกิดความยากลำบากกับพรรคการเมืองนั้น ที่ประชุม กกต.ไม่ได้มีการให้ความเห็นในประเด็นนี้ โดยเห็นว่ากกต.มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎหมายเป็นอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม และหลังจากนี้ กกต.ก็จะได้แจ้งความเห็นกลับไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป
    ขณะที่ พ.ต.ท.ชำนาญ โตวงษ์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหาร 6  คนเดินทางมาที่สำนักงาน กกต.เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค โดย พ.ต.ท.ชำนาญกล่าวว่า สาเหตุที่ยื่นหนังสือลาออก เนื่องจากว่าการทำงานไม่เป็นไปตามอุดมการณ์ที่ได้มีการปรึกษาหารือกันไว้ เช่นเรื่องนโยบายที่ว่าจะทำงานอย่างโปร่งใส แต่ทางนายพิเชษฐ สถิรชวาล ว่าที่หัวหน้าพรรคทำงานโดยไม่แจ้งข้อมูลข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการทราบ โดยมักจะดำเนินการตามอำเภอใจ ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว และการพูดคุยในที่ประชุมไม่ให้เกียรติคณะกรรมการ เป็นการก้าวล่วงซึ่งจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ การทำงานทางการเมืองร่วมกันทุกคนต้องมีศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียมกัน พรรคการเมืองต้องไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีสมาชิกพรรคลาออกอีกเป็นจำนวนมาก 
    "กลุ่มของผมได้แจ้งลาออกให้หัวหน้าพรรคทราบด้วยวาจาผ่านทางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหัวหน้าพรรคมีความรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่เข้าใจเพราะว่าอุดมการณ์ไปคนละทางกัน หลังจากลาออกแล้ว ผมกับคณะกรรมการมีความคิดที่จะรวมตัวกันเพื่อจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่มีอุดมการณ์ที่กลุ่มของผมได้มุ่งหวังว่าจะทำงานเพื่อประชาธิปไตยและประชาชน โดยชื่อพรรคนั้นจะต้องปรึกษากันอีกครั้ง" พ.ต.ท.ชำนาญกล่าว
     ที่อาคารทูแปซิฟิคเพลส นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย  (รปช.) และในฐานะประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "ขอเชิญพี่น้องมวลมหาประชาชนให้มาร่วมกันสร้างพรรคการเมือง ที่เป็นของประชาชนที่แท้จริง เพื่อทำงานการเมืองรับใช้ประเทศชาติและรับใช้ประชาชน หากท่านใดมีอุดมการณ์ และแนวความคิดทางการเมืองเดียวกัน ก็ขอเชิญมาร่วมมือกันสร้างพรรคการเมืองของประชาชน  สำหรับอุดมการณ์ของพรรคมีอย่างน้อยที่สุด 7 ประการ ได้แก่ 1.อุดมการณ์ที่จะถวายความจงรักภักดี  เทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.มีการเมืองการปกครองที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ต้องใช้หลักธรรมาธิปไตยยึดธรรมะเป็นที่ตั้ง ยึดความถูกต้อง เอาธรรมะมาใช้ในการเมือง ยึดหลักธรรมของพระศาสนา 3.ต้องตระหนักว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้น อำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจของประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของ เป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นผู้กำหนดตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้บริหารบริหารประเทศ
     4.มีเป้าหมายที่สำคัญคือ การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย 5.พรรคมุ่งหวังที่จะให้คนไทยทั้งประเทศรักชาติ ภูมิใจในชาติ ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ธำรงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย และเป็นสิ่งที่มีคุณค่า 6.นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาใช้ในการพัฒนาประเทศ มาใช้ในการพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน   และ 7.เอาใจใส่ดูแลสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุล ให้มีความยั่งยืน. 


ปิยบุตร...... บ่อยครั้งนะ ที่เจ้าเลอะเลือน และเหลี่ยมเล่ห์ ศุกร์ ๒๑ กุมภา ศาลฯ จะวินิจฉัยคดีพรรคกู้เงิน พวกเจ้าก็พล่านจนหัวก่าย ถ้ามีหางก็คงพันกัน

พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'