“Thailand Biennale Krabi 2018” 50 ศิลปินเนรมิตกระบี่เมืองศิลปะ


เพิ่มเพื่อน    

ตัวอย่างผลงานศิลปะที่จะจัดวางในมหกรรมศิลปะที่ จ.กระบี่ 


    มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “เวนิส เบียนนาเล่” ของเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ถือเป็นมหกรรมศิลปะที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลกก็ว่าได้ เพราะนอกจากทั้งเมืองจะจัดแสดงงานศิลปะที่น่าทึ่งหลายชิ้นแล้ว งานนี้ยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าศิลปินผู้เป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะโลกด้วย ไม่แปลกที่ผู้คนจากทั่วโลกจะให้ความสนใจและต่างก็ใฝ่ฝันที่อยากจะไปร่วมงานนี้สักครั้ง และปัจจุบันเวนิส เบียนนาเล่ ก็ได้กลายเป็นต้นแบบของงานเทศกาลหรือมหกรรมศิลปะให้กับหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฯลฯ รวมไปถึงประเทศไทยด้วย 
    

     ปลายปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.2561 ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ.2562 จะมีการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เบียนนาเล่ ขึ้นเป็นครั้งแรกของไทยที่ จ.กระบี่ ภายใต้ชื่อ “Thailand Biennale Krabi 2018” โดยมีสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพหลักของงาน ล่าสุดเพิ่งมีการจัดงานแถลงข่าวเผยรายชื่อศิลปินที่จะร่วมงานกว่า 50 ชีวิต อาทิ Chemi Rosaado Seijo จากปวยร์โตริโก Jiang Jihong, Yang Zhenzhong, Zheng Beili จากจีน Aki Inomata จากญี่ปุ่น Tran Luong จากเวียดนาม Fernand Gomes จากบราซิล รวมถึงศิลปินไทย อ.วิโชค มุกดามณี, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, ศราวุธ ดวงจำปา, วิภาช ภูริชานนท์ ฯลฯ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เนรมิตกระบี่ทั้งเมืองให้กลายเป็นเมืองศิลปะ ในแนวคิด “Adge of the Wonderland” หรือ “สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์”

 

กองทัพศิลปินทั่วโลกจะร่วมแสดงงานไทยแลนด์ เบียนนาเล่ กระบี่


    สำหรับแนวคิด “สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์” ในงานเบียนนาเล่ กระบี่ ครั้งนี้จะแตกต่างจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เคยจัดผ่านๆ มา เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผลงานศิลปะจะถูกจัดวางอยู่กลางแจ้งในพื้นที่ทางธรรมชาติหลายพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งนอกจากความสวยงามของทะเลที่มีชื่อเสียงแล้ว จังหวัดกระบี่ยังมีสถานที่ทางธรรมชาติอีกมากมายที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกหรือถ้ำหินงอกหินย้อยต่างๆ ต้นไม้ สถานที่แลนด์มาร์คกระบี่ รวมไปถึงประเพณี วัฒนธรรมของผู้คนในชุมชน โดยช่วงนี้ศิลปินบางส่วนจะเริ่มทยอยลงสำรวจพื้นที่กระบี่ เพื่อคิดไอเดียสร้างผลงานให้สมกับดินแดนมหัศจรรย์

 

Chemi Rosaado Seijo ศิลปินปวยร์โตริโก 


    จางจีฮง (Jiang Jihong) หรือโจชัว (Joshua) ศิลปินจากประเทศจีน ผู้ที่จะรับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์หลักของงานนี้ เผยถึงงานที่จะเกิดขึ้นว่า ความน่าสนใจของงานอยู่ตรงที่ศิลปินจะสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของผลงานศิลปะเฉพาะพื้นที่ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นบนตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง โดยศิลปินจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่สร้างงานศิลปะเป็นสำคัญ ประกอบกับการออกแบบและการสร้างตัวงานศิลปะด้วยตนเอง ทั้งยังถือเป็นการเปิดประสบการณ์การชมศิลปะในรูปแบบใหม่ซึ่งค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราต้องจัดงานแบบนอกสถานที่ที่ไม่มีหลังคา ไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดเลยนอกจากชิ้นงานของศิลปิน และสร้างให้ผสมผสานกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยเป้าหมายของทุกท่านในครั้งนี้ก็คือความมหัศจรรย์ของพื้นที่ เราต้องการดึงความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความน่าสนใจของจังหวัดกระบี่ออกมาให้ผู้คนทั่วโลกได้ประจักษ์ผ่านชิ้นงานศิลปะ และที่สำคัญงานศิลปะหลายชิ้น ผู้ชมก็จะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงชมตัวชิ้นงาน แต่บางชิ้นงาน ผู้ชมจะได้เป็นส่วนร่วมในชิ้นงานนั้นๆ 

 

ศิลปะการแสดงพื้นเมืองจังหวัดกระบี่
    

     ขณะที่ฝั่งศิลปินอาวุโสจากไทยอย่าง อ.วิโชค มุกดามณี กล่าวว่า คนทำงานศิลปะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการโยงงานศิลปะให้เข้าไปอยู่กับพื้นที่สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เชื่อว่าเป็นความท้าทายของศิลปินหลายๆ ท่านที่ต้องคิดสร้างผลงานออกมาแลกเปลี่ยนกับศิลปินนานาประเทศ งานนี้อาจเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในวงการศิลปะของเรา ในอีก 2 ปีข้างหน้าอาจจะมีการจัดในสถานที่อื่นๆ ทำให้งานศิลปะเคลื่อนไหวไปได้ทั่วประเทศ เพราะว่าวงการศิลปะในเมืองไทยมีคนสนใจอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่จะชินกับการชมตามแกลลอรีต่างๆ แต่การสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้กับวงการ จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ว่าศิลปะไม่ได้อยู่เฉพาะในแกลลอรีอีกต่อไป แต่ศิลปะจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับชีวิต สังคม ผู้คน 

 

ศิลปินไทยนำโดย อ.ปัญญา วิจินธนสาร 


    เช่นเดียวกับ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นในเมืองไทยเช่นกัน งานเบียนนาเล่ถือเป็นความฝันของศิลปินหลายๆ คน เพราะการที่ศิลปินจะทำงานประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเองแล้ว ผลงานต้องเป็นที่ยอมรับในสาธารณะด้วย และงานครั้งนี้อาจจะเป็นการสร้างความภูมิใจครั้งใหม่ให้กับศิลปินหลายท่าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์และวัดทักษะความสามารถของศิลปินด้วยว่าอยู่ในจุดไหน เพราะว่าในงานแต่ละวันจะมีหัวข้อ มีประเด็นที่น่าสนใจต่างกัน และความน่าสนใจของงานคือ ศิลปินไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ ต่างก็ต้องเข้าไปศึกษาในพื้นที่ วิถีชีวิต บริบท ประวัติศาสตร์ แม้กระทั่งสังคมที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ว่างานของตนเองจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร แล้วจะทำอย่างไรให้คนเข้ามาสนใจพื้นที่นี้ ศิลปะจะเป็นสื่อตัวนำทางความคิด 

 

อากิ อิโนมาตะ ศิลปินแดนอาทิตย์อุทัยร่วมมหกรรมศิลปะ


    ด้าน อากิ อิโนมาตะ ศิลปินชาวญี่ปุ่น เผยว่า ที่ญี่ปุ่นก็มีการจัดแสดงงานศิลปะที่น่าสนใจหลายงาน ไม่ค่อยมีงานที่จัดนอกสถานที่ งานที่กระบี่จะมีการผสมผสานความเป็นธรรมชาติลงไปในศิลปะเข้ากับแนวคิดดินแดนมหัศจรรย์ ก็คิดว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับตน เพราะว่ามันคือสิ่งที่พิเศษ เมื่อถึงช่วงจัดงานก็อยากให้คนญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย เพราะส่วนมากคนญี่ปุ่นจะรู้จักแต่ กทม. จะยังไม่ค่อยรู้จักพื้นที่อื่นๆ เท่าไหร่ การที่มีงานเบียนนาเล่ครั้งนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนที่อยากมาเที่ยวเมืองไทยด้วย อีกไม่กี่วันตนก็จะลงพื้นที่สำรวจกระบี่สำหรับเตรียมไอเดียที่จะสร้างผลงานให้เข้ากับสถานที่


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"