เรียกกลับตร.ตามก้นนักการเมือง-ผู้กว้างขวาง ดึงกำลังพลกลับโรงพัก


   

 

12 ก.ค.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยความคืบหน้าการร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ ว่า จะเรียกกลับตำรวจติดตามอดีตนักการเมืองและผู้กว้างขวาง / ให้กอ.รมน.ทบทวนคืนอัตรากำลังพลช่วยราชการที่ไม่ได้ทำงานจริง เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุกำลังพลจริงให้แก่สถานีตำรวจหรือโรงพัก 1,482 แห่งทั่วประเทศ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เต็มตามแผนกรอบอัตรากำลัง ภายใน 1 ปีนับแต่ร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ

"คณะกรรมการฯได้พิจารณากรณีที่มีข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการหน่วยงานอื่นหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกเหนือจากหน้าที่ตำรวจโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสียกำลังพลจริงไปเป็นจำนวนไม่น้อยในขณะที่ยังต้องแบกรับงบประมาณเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ของนายตำรวจเหล่านั้นอยู่"

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เห็นควรกำหนดมาตรการเพิ่มไว้ในบทเฉพาะกาลดังนี้  ห้ามมิให้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ไปช่วยราชการยังหน่วยงานใด ยกเว้นแต่จะมีการตั้งอัตรากำลังทดแทน  กรณีที่มีข้าราชการตำรวจส่วนกลางไปช่วยราชการที่กอ.รมน.ส่วนกลาง (สวนรื่นฤดี) รวมทั้งสิ้น 253 อัตรา พบว่ามีการไปปฏิบัติราชการที่กอ.รมน.ส่วนกลางเพียง 14 อัตราเท่านั้น ที่เหลือยังคงเป็นอัตราฝากอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่มีสายงานที่ชัดเจน งานค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่อยู่ในส่วนอำนวยการหรือธุรการ ที่ประชุมได้เสนอความเห็นไปยังกอ.รมน.ขอให้ทบทวนนโยบายนี้ภายใต้หลักการที่ว่าควรให้เหลือเป็นการไปช่วยราชการกอ.รมน.ส่วนกลางเฉพาะอัตราที่ไปปฏิบัติราชการจริงที่กอ.รมน.ส่วนกลางเท่านั้น
    
"ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม กำลังพลที่เป็นอัตราพิเศษฝากไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรยกเลิกและคืนให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปบรรจุในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่ยังขาดแคลนอยู่ ซึ่งกอ.รมน.รับข้อเสนอนี้ไปและจะได้จัดประชุมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ได้ข้อสรุปประการใดจะนำมาเขียนไว้ให้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลต่อไป"

โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.ตำรวจ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีข้าราชการตำรวจไปติดตามดูแลบุคคลที่เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลผู้กว้างขวางหรือผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เป็นทางการ จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาผู้ทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใดไม่มาปฏิบัติงานที่หน่วยเพราะไปปฏิบัติภารกิจนอกเหนือหน้าที่และอำนาจอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าวเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
 
"ความในย่อหน้าก่อนไม่รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่มีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีการอารักขาหรือบุคคลดังกล่าวดำเนินการขอรับการอารักขามาอย่างเป็นทางการ ตามกฎข้อบังคับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้กำลังพลของตำรวจกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจ 1,482 แห่ง และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของภารกิจตำรวจแท้ที่ใกล้ชิดและให้บริการประชาชนโดยตรง"นายคำนูณ ระบุ

 


อยากให้อ่านนี่ก่อน แล้วค่อยคุยกันทีหลังแถลงการณ์ ...........จาก "สภาการดำน้ำกู้ภัยในถ้ำแห่งประเทศอังกฤษ"สมาชิกสภาการดำน้ำกู้ภัยในถ้ำแห่งประเทศอังกฤษ ผู้ได้ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย ณ ถ้ำหลวง ได้กล่าวยกย่องในความกล้าหาญ ในการปฏิบัติกู้ภัยของ ไทยเนวี่ซีล

'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!
เลือดเนื้อไทย"ผลิบาน"วันเลิกรา
'ปาฏิหาริย์รอดแห่งการติดถ้ำ'
'จ่าแซม' Thai NavySEAL