เรียกคืนตำรวจ ตามก้นการเมือง สตช.แบกรับงบ


   

    กก.ร่างกฎหมายตำรวจเสนอเรียกกลับ  ตร.ติดตามอดีตนักการเมือง-ผู้กว้างขวาง บี้ กอ.รมน.ทบทวนคืนอัตรากำลังพลช่วยราชการที่ไม่ได้ทำงานจริงแล้วคืนให้ สตช.เพื่อนำไปบรรจุในสถานีตำรวจ 1,482แห่งทั่วประเทศ ชี้เป็นอุปสรรคทำให้ สตช.เสียกำลังพลจริงและแบกรับงบประมาณ   
    เมื่อวันพฤหัสบดี นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจว่า จะเรียกกลับตำรวจติดตามอดีตนักการเมืองและผู้กว้างขวาง ให้ กอ.รมน.ทบทวนคืนอัตรากำลังพลช่วยราชการที่ไม่ได้ทำงานจริง เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุกำลังพลจริงให้แก่สถานีตำรวจ หรือโรงพัก 1,482 แห่งทั่วประเทศ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เต็มตามแผนกรอบอัตรากำลังภายใน 1 ปี นับแต่ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ
    นายคำนูณกล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณากรณีที่มีข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการหน่วยงานอื่นหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกเหนือจากหน้าที่ตำรวจโดยตรง  ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสียกำลังพลจริงไปเป็นจำนวนไม่น้อย ในขณะที่ยังต้องแบกรับงบประมาณเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ  ของนายตำรวจเหล่านั้นอยู่ จึงเห็นควรกำหนดมาตรการเพิ่มไว้ในบทเฉพาะกาลดังนี้ 
     "ห้ามมิให้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ไปช่วยราชการยังหน่วยงานใด ยกเว้นแต่จะมีการตั้งอัตรากำลังทดแทน กรณีที่มีข้าราชการตำรวจส่วนกลางไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ส่วนกลาง (สวนรื่นฤดี) รวมทั้งสิ้น 253 อัตรา พบว่ามีการไปปฏิบัติราชการที่ กอ.รมน.ส่วนกลางเพียง 14 อัตราเท่านั้น ที่เหลือยังคงเป็นอัตราฝากอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่มีสายงานที่ชัดเจน งานค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่อยู่ในส่วนอำนวยการหรือธุรการ" 
    นายคำนูณกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้เสนอความเห็นไปยัง กอ.รมน. ขอให้ทบทวนนโยบายนี้ภายใต้หลักการที่ว่าควรให้เหลือเป็นการไปช่วยราชการ กอ.รมน.ส่วนกลางเฉพาะอัตราที่ไปปฏิบัติราชการจริงที่ กอ.รมน.ส่วนกลางเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม กำลังพลที่เป็นอัตราพิเศษฝากไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรยกเลิก และคืนให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปบรรจุในสถานีตำรวจ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่ยังขาดแคลนอยู่ ซึ่ง กอ.รมน.รับข้อเสนอนี้ไปและจะได้จัดประชุมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ได้ข้อสรุปประการใดจะนำมาเขียนไว้ให้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลต่อไป
    โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ   กล่าวด้วยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีข้าราชการตำรวจไปติดตามดูแลบุคคลที่เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลผู้กว้างขวางหรือผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เป็นทางการ จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาผู้ทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใดไม่มาปฏิบัติงานที่หน่วย เพราะไปปฏิบัติภารกิจนอกเหนือหน้าที่และอำนาจอย่างไม่เป็นทางการดังกล่าวเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
     "ความในย่อหน้าก่อนไม่รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญต่างๆ ที่มีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดให้มีการอารักขาหรือบุคคลดังกล่าวดำเนินการขอรับการอารักขามาอย่างเป็นทางการ ตามกฎข้อบังคับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้กำลังพลของตำรวจกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีตำรวจ 1,482 แห่ง และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของภารกิจตำรวจแท้ที่ใกล้ชิดและให้บริการประชาชนโดยตรง" นายคำนูณระบุ.


พลันที่ออกปาก "ผมสนใจงานการเมือง"นายกฯ ประยุทธ์.........ก็สู่สภาพ "ศัตรูร่วม" ในทางแคบของพลพรรคนักเลือกตั้งที่ต้องปรองดองเฉพาะกิจเพื่อกำจัดในบัดดล!

'เก้าอี้' นายกฯ ที่ถูก 'ตีตรา'
มิติ 'ประชารัฐ-อนาคตใหม่'
คุกกี้เสี่ยงทาย 'อภิสิทธิ์-วรงค์'
เบื้องหลังของการ "เกาะโต๊ะ"
'เกาะโต๊ะ' ประจานตัวเอง
๑๐ ปีของคนไม่มีแผ่นดินอยู่