ส่อเสียค่าโง่กว่าแสนล.บาท


   

       จ่อเสียค่าโง่กว่าแสนล้านบาท! เหตุ “อคส.-อ.ต.ก.” ส่อแววฟ้องแพ่งคดีจำนำข้าว 882 คดีไม่ทัน ยังไม่นับสารพัดโครงการสินค้าเกษตร “สนธิรัตน์-อินทิรา” ประสานเสียงไม่เกินเส้นตายสิ้นปี 2561 แน่ สุดทะแม่ง อคส.ฟ้องผิดจนอัยการตีกลับ เชื่อมีหมดอายุความแล้วหลายกรณี
       มีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้ากรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ รวมทั้งป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนราชการในอนาคต โดยต้องส่งให้อัยการสูงสุด (อสส.) ให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเร่งรัดฟ้องร้องคดีเรื่องดังกล่าวด้วย
       ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ที่ อคส.ต้องเร่งส่งฟ้องทางแพ่งรวม 244 สัญญา หรือ 882 คดี เพราะคู่สัญญากับ อคส. มีทั้งเจ้าของคลังสินค้าที่รัฐเช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ โรงสี หรือผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) ทำผิดสัญญา เช่น ข้าวหายไปจากโกดัง เป็นต้น ซึ่งหลังจากส่งฟ้องอาญาฐานลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือยักยอกทรัพย์ไปแล้ว ยังต้องส่งฟ้องทางแพ่งเพื่อให้คู่สัญญาชดใช้ความเสียหายให้รัฐ โดยทั้ง 882 คดีจะหมดอายุความทางแพ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ค.2562 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นมากกว่า 100,000 ล้านบาท
       “นอกเหนือจากคดีจำนำข้าว ยังมีคดีที่เกิดขึ้นในโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2548-2557 อีก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง หอมแดง และกุ้ง ที่ อคส.ต้องส่งฟ้องแพ่งเช่นเดียวกัน โดยบางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว และบางคดีที่ อคส.ส่งฟ้องไปแล้ว แต่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะหลักฐานอ่อน ส่งผลให้ อคส.ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่สัญญาได้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก” รายงานระบุ
       ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรัดนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. ไปแล้ว ให้ส่งฟ้องทางแพ่งให้ทันก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ และให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการทุกๆ 15 วัน
       พ.อ.พิเศษดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) อคส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบอร์ดได้เร่งรัดให้นางอินทิราดำเนินการกับคดีค้างเก่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งดำเนินคดีกับคู่สัญญาของ อคส. ที่ทำให้รัฐเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมาก
       ส่วนนางอินทิรากล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ อัยการ สำนักงานนโยบายรัฐ และสำนักกฎหมายของ อคส. เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวและสินค้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ทันระยะเวลาของอายุความในแต่ละคดี โดยให้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รายงานให้ รมว.พาณิชย์ทราบแล้ว
       "ล่าสุดมีคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ต้องเร่งดำเนินการ 244 สัญญา แต่มูลค่าความเสียหายไม่ชัดเจน ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้เจ้าหน้าที่เร่งส่งอัยการฟ้องร้องทางแพ่งภายในเดือน ก.ย.2561 ส่วนการฟ้องทางอาญาทั้ง 244 คดีนี้ได้ส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว ยืนยันว่าการส่งฟ้องทางแพ่งจะทันกับเส้นตายที่ ครม.กำหนดภายในเดือน ธ.ค.2561 แน่นอน ส่วนคดีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ให้เร่งส่งฟ้องทางแพ่งก่อนหมดอายุความเช่นเดียวกัน" นางอินทิรากล่าว
       นางอินทิรายืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคดีใดหมดอายุความ ขณะที่บางคดีที่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะ อคส.ทำพยานหลักฐานอ่อนนั้น ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ส่วนสาเหตุที่อัยการไม่ฟ้อง เพราะ อคส.ส่งฟ้องผิดคลัง เช่น คู่สัญญาที่เก็บข้าวรัฐในบางคลังทำผิดสัญญา แต่ อคส.กลับส่งฟ้องคลังที่ไม่ผิดสัญญา อัยการจึงไม่สั่งฟ้อง แต่ อคส.ได้ทำพยานหลักฐานใหม่ และจะส่งฟ้องใหม่
       มีรายงานแจ้งว่า มีหลายคดีที่หมดอายุความไปแล้ว โดย อคส.ไม่สามารถฟ้องได้ทัน ทำให้รัฐไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากภาคเอกชนได้ ซึ่ง อคส.กำลังอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขว่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใด.