'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว


   

      แล้วก็จบ............

      โดย "ประเทศไทย" ความเป็น "คนไทย" อันมี "สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นศูนย์รวม

      ฝังอยู่ในความทรงจำที่ดีของคนกว่า ๖ พันล้าน ทั่วโลก

      เหล็ก หลอมด้วยไฟ ใจหลอมด้วยรัก โลกจะรอด ก็ด้วยมนุษยชาติ หลอมสามัคคี

      "ปฏิบัติการ ๑๘ วันช็อกโลก".........

      ทีมไทย+ทีมนานาชาติ ที่ "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน" จาก ๒๓ มิ.ย.-๑๐ ก.ค.๖๑ 

      นี้คือ.........

      ปรากฏการณ์ยืนยันมวลมนุษยชาติ "หลอมรักสามัคคี"

      ทลายกำแพง "เชื้อชาติ-ศาสนา-วรรณะ-สีผิว-ชนชั้น-หญิง-ชาย"

      ผองชนทั้งหลาย "พี่น้องกัน"

      ประเทศไทย เล็กก็จริง แต่เหลือเฟือ ในความเป็นศูนย์กลางให้หัวใจคนทั้งโลกรวม

      ปรากฏการณ์เหนือใจที่ไทย จะสร้างแรงดาลใจคนทั้งโลกกล่าวขานในแง่มุมต่างๆ ไปอีกนาน

      แล้วไทยเราเอง "ได้อะไร" จากเรื่องราวเหนือคาดหมายเหล่านั้น ในด้านไม่ดรามา?

      ๑ ในมุมมองผม ได้เห็นรูปธรรมในคำว่า "ปฏิรูประบบราชการ" ในลักษณะ

      "เหล็กร้อนที่พร้อมตี"

      จะตั้งใจหรือบังเอิญด้วยสถานการณ์ชักพาไปก็แล้วแต่ ในมุมมองผม........

      ปฏิบัติการชิงตัว ๑๓ หมูป่าจากน้ำในรูถ้ำหลวง นั่นคือ แบบจำลอง "ปฏิวัติการบริหารและปกครองประเทศ"

      ผ่านการ "ปฏิรูประบบราชการ"!

      รัฐบาลนี้ เรียกรัฐบาลเผด็จการ แต่ปฏิบัติการถ้ำหลวง ทั้งโลกมองว่า ปัญหาใหญ่กว่าศักยภาพ "ระบบไทย" จะรับได้

      มันเป็น "มิสชัน อิมพอสซิเบิล"!

      ยิ่งที่เกิดเหตุ "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน" ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

      มัน "บ้านนอกบ้านนาป่าเขา" ห่างไกลปืนเที่ยงเป็นพันกิโล สุดขอบประเทศโน่น

      กับเหตุที่เกิด แบบนี้ละก็..........

      "สำนึกแรก" ของรัฐบาลประชาธิปไตย ในมิติบริหารและปกครอง ตั้งแต่ ๒๔๗๕ ตลอดมา ก็คือ

      ข้าราชการบ้านนอก มันจะทำอะไรเป็น?

      แค่ระดับ "ผู้ว่าฯ" มันจะมีน้ำยาแค่ไหนกัน?

      ตั้งให้ไปเป็นมือ-เป็นตีน บ่มิไก๊ ต้องไปลุยเอง?

      แล้วนายกฯ รัฐมนตรี ในความเป็นนักการเมือง ก็จะยกโขยงกันลงไปละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

      เนื้องาน แท้จริงมันคืออะไร กูไม่สน............

      สนแต่แสดงบทพระเอก พูดสวยๆ แอ็กท่าเท่ๆ ยืนชี้โบ๊-ชี้เบ๊ ให้ช่างภาพแย่งกันถ่ายไปออกจอ ลงหน้าหนึ่ง

      เท่านั้น เสร็จภารกิจ "ผู้นำบริหาร" ทางการเมืองเลือกตั้ง

      เรียกว่า "เอาหน้า-เอางบ" ต้องอำนาจกู

      ส่วน "เนื้องาน" เป็นรับผิดชอบพวกมึงใต้อำนาจกูสั่ง!

      บริหารและปกครองไทยเป็นอย่างนี้ "ฝังกระดูก" จนเป็นลักษณะสังคมชาติยากแก้

      ด้วยอำนาจแท้จริง "รวมศูนย์" ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ ส.ส.และหัวคะแนนพรรครัฐบาล

      ประชาชนจึงไม่เชื่อถือ ไม่ศรัทธาระบบราชการและข้าราชการ ตีค่าเป็นตรายาง

      เราจึงเห็นสังคมไทย "ขี้ไม่ออก-เยี่ยวไม่ออก" ไปร้องนายกฯ!?

      ๒๒ พฤษภา ๕๗ พลเอกประยุทธ์ เข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศ

      เรื่องแรก ที่ประชาชนเรียกร้อง "ปฏิรูประบบราชการ"!

      พูดกันได้ว่าปฏิรูป แต่ถ้าถาม แบบไหนล่ะ ที่อยากให้ปฏิรูป?

      ตอบไม่ถูก!

      วันนี้ มีรูปธรรม เป็นตัวอย่างให้ตอบแล้ว คิดว่า "ถูก" ด้วย

      รูปแบบที่รัฐบาล โดยนายกฯ ประยุทธ์...........

      มอบอำนาจให้ "นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร" ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

      เป็นผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุด!

      ในฐานะ "ผู้บัญชาการพื้นที่" ลักษณะ "ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่ผู้เดียว"

      นี่แหละคือ การ "ปฏิรูประบบราชการ"

      โดยกระจายอำนาจ พร้อมความรับผิดชอบตามอำนาจ ให้แก่บุคคลผู้มีตำแหน่งประจำอยู่ในพื้นที่นั้น

      "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน" มีนายณรงค์ศักดิ์ เป็นเจ้าเมืองเชียงราย

      ระดับเจ้าเมือง ต้องมีอำนาจ และในอำนาจต้องมีความรับผิดชอบ

      ดังนั้น เมื่อมีเหตุเกิดในพื้นที่อำนาจ

      "ส่วนกลาง" คือรัฐบาล โดยนายกฯ ต้องให้เจ้าเมือง ทำหน้าที่เจ้าเมือง ให้เต็มศักยภาพ

      ไม่ต้องโดดไปแย่งงานในอำนาจเจ้าเมืองเชียงรายเขาทำ

      เพียงกำกับ, สนับสนุนและให้คำปรึกษาอยู่ข้างหลัง ถูกหลักบริหารและปกครองแล้ว

      ปล่อยให้เจ้าเมืองเขาแสดงศักยภาพเจ้าเมือง แก้ไข-กำกับ สถานการณ์ ด้วยสติปัญญาสามารถของเขาให้เต็มที่

      ไม่ได้-ไม่ไหว โหลยโท่ยจริงๆ.........

      ค่อยส่งผู้บัญชาการศึกคนใหม่ไปประกบ แล้วชำระกันทีหลัง!

      ปฏิรูป โดยบริหารและปกครองแบบนี้ไปเรื่อยๆ...........

      ระบบราชการจะเข้ม-แข็ง ตัวข้าราชการจะศักดิ์สิทธิ์ จะไม่ถูกประชาชนมองข้ามหัว

      และดูหมิ่น-ดูแคลนว่า "สู้หัวคะแนนยังไม่ได้" ดังปัจจุบัน!

      คิดง่ายๆ เชิงเปรียบเทียบ......

      จังหวัดหนึ่ง เหมือนประเทศหนึ่ง ผู้ว่าฯ คนหนึ่ง เหมือน "เจ้าเมือง" คนหนึ่ง

      เจ้าเมืองแต่ละประเทศ ย่อมอิสระในอำนาจบริหารและปกครอง จะทำอะไรก็เชื่อมั่น-มุ่งมั่นในตัวเอง

      ประชาชนย่อมร่วมมือ

      ประเทศคือจังหวัดนั้นๆ ด้วยเจ้าเมืองนั้นๆ.......

      ย่อมก้าวหน้า พัฒนา ด้วยประชาเชื่อมั่น ศรัทธา ว่าเด็ดขาด มีอำนาจ มีศักยภาพจริง

      ถ้าเจ้าเมืองคนไหน ให้อำนาจแล้ว มีอำนาจแล้ว และผลงานพิสูจน์อำนาจแล้ว

      "ไม่เอาไหน".......

      ไม่ต้องรอให้ใครปลด-ใครย้าย มัน "อยู่ไม่ได้" ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว!

      "ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์" ในปฏิบัติการ mission impossible ด้วยนายกฯ ประยุทธ์ มอบอำนาจบังคับบัญชาในพื้นที่สิทธิ์ขาด

      และตัวนายกฯ เอง ก็ไม่ลงไปแย่งเก่ง-แย่งเอาหน้า-แย่งงานลูกน้องทำ

      ผลจึงออกมาวันนี้.........

      mission impossible แต่แค่ศักยภาพ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ของไทย บริหาร-จัดงาน

      มันกลับ "เหลือเชื่อ-เหนือปาฏิหาริย์"

      เป็นปรากฏการณ์ค่อนข้าง "เหนือมนุษย์-เหนือโลก" ในศตวรรษนี้!

      สังเกตกันไว้เป็นตัวอย่าง............

      ในปฏิบัติการ ๑๘ วันช็อกโลก มีใครใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์?

      ระดับรัฐบาล เล่นบท "ผู้บังคับบัญชาสูงสุด" อยู่ข้างหลัง

      ระดับ ผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนปฏิบัติการอยู่ข้างหลัง

      ระดับปลัด-อธิบดี-รองแม่ทัพ ถึงลงไปคลุกพื้นที่ แต่อยู่ใต้อำนาจสั่งการ ผบ.ณรงค์ศักดิ์

      และด้วยบารมีแค่ระดับผู้ว่าฯ...........

      เห็นมั้ย แห่กันลงไปช่วยทั้งประเทศและทั้งโลก ชนิดไม่มีใครคิดว่า "เล็กเกินกว่าจะลงไปเอาหน้า-เอาตาด้วย"

      นี้คือมิติ "ปฏิรูประบบราชการ" เป็นรูปธรรม มันพิสูจน์แล้ว

      ทุกยูนิตประเทศ ในความเป็นคนไทย ระบบข้าราชการ และตัวข้าราชการ

      ล้วนมีศักยภาพ มีคุณภาพ ด้วยกันทั้งนั้น

      แต่ด้วยบริหาร-ปกครองประชาธิปไตยเลือกตั้ง "รวมศูนย์อำนาจ" ไว้ที่นักการเมือง

      ทำให้ทุกยูนิตประเทศอ่อนแอ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง คอยแต่ "คิดตาม-พูดตาม-ทำตาม" อำนาจเหนือทางการเมือง

      สุดท้าย ถึงวันนี้ สังคมไทย อยู่ในขั้น.........

      ชาวบ้าน ประคบ-ประหงม "ความจน" เอาไว้

      เพราะความจนเป็นสินทรัพย์ ใช้แลกเงิน เรียกร้องความช่วยเหลือ กระทั่งความรับผิดชอบเอาจากรัฐบาลได้!

      รัฐบาล คสช.น่าจะ "แกะรูปแบบ" จากลักษณะบริหารเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงเป็นโมเดล "ปฏิรูประบบราชการ"

      แต่ละกระทรวง-กรม-กอง จากทำเนียบฯ ยันภารโรง ใครมีตำแหน่งงานใด

      ย่อมมีอำนาจและความรับผิดชอบตามตำแหน่งนั้นอยู่แล้ว

      ให้เขาทำให้เต็มที่........

      ให้แล้ว ใครทำไม่ได้ หรือทำผิดพลาด ก็ต้อง "หัวขาด" เต็มทั้งหัวเช่นเดียวกัน.


ได้ลองของใหม่..... ที่ผ่านมาประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มักจะมาจากสายศาล กับสายตำรวจ มาถึง กกต.ชุดที่ ๕ เป็นครั้งแรกที่ประธานเป็นนักการทูต ไปดูกันก่อนว่า กกต.ชุดใหม่ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมานั้น มีใครบ้าง

ความลับที่ประชาชนรู้ไม่ได้?
นวัตกรรมมาหนังสือต้องไป?
'สามมิตร' ที่นายกฯ ไม่รู้จัก?
'เราเป็นคนไทยนะเว้ย'
'ณเดชน์' กลเม็ดใหม่ฝ่าย คสช.
'วันแม่' ในสังคมเลี้ยงเดี่ยว