“นายกฯ” ย้ำรัฐเยียวยาเหยื่อเรือล้มภูเก็ต คุมเข้มธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภท


   

นายกฯ ยันรัฐเดินหน้าเยียวยาเหยื่อเรือล่มภูเก็ต จ่ายสมทบรายละ1 ล้าน สั่งคุมเข้มธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภท

16ก.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและจีนที่ร่วมกันปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือฟินิกซ์กลางทะเลภูเก็ตได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายวัน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนการปฏิบัติงานทุกด้านทั้งการส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำกองทัพเรือและหน่วยต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลำเลียงศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือส่งกลับประเทศ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการจัดการศพผู้เสียชีวิต 46 ศพ ที่พบก่อนหน้านี้นั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแลทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด โดยขณะนี้ได้ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด พร้อมกับดำเนินการฌาปนกิจแล้ว 39 ศพ และส่งกลับประเทศจีนทั้งหมด 7 ราย 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ระบุว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยานั้นบริษัทประกัน 2 แห่งจะจ่ายเงินชดเชยแก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาลจ่ายสมทบอีกรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือฟินิกซ์และเรือเซเรเนต้าล่มนั้น บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วไม่เกินรายละ 515,000 บาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวฯ จ่ายสมทบอีกไม่เกินรายละ 5 แสนบาท

"นายกฯ เน้นย้ำว่าเงินกองทุนที่รัฐบาลช่วยสมทบให้นั้น ขอให้มองถึงหัวอกเขาหัวอกเรา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย เราต้องร่วมรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม และหากเกิดขึ้นกับญาติของเราบ้าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกฯระบุว่าวันนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้เกิดความประทับใจและอุ่นใจ แต่ในระยะยาวนั้นธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทจะต้องมีความปลอดภัยจริง ๆ ทั้งเรือ เครื่องบิน รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ ในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดี มีมาตรฐาน อย่างครบวงจร.