'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?


   

      "สารวัตรหนุ่ย" หรือ "พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย"

      พูดกันตามสิทธิส่วนตัว..............

      เขาจะเป็นทาสที่ภักดีต่อ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" รวมทั้ง "จันทร์ส่องหล้า" ขนาดไหน?   

      "เรื่องของเขา"!

      แม้สิ่งที่เขาทำ ผัวยิ่งลักษณ์เองก็ยังไม่ทำ แต่สารวัตรหนุ่ยทำ เช่น บินไปตามตูดต้อยๆ ถึงลอนดอน เมื่อปลายเดือน มิ.ย.

      เห็นกันจะจะคาประตูโรงแรมหรือประตูห้าง

      ถึง "ต้นสังกัด" จะเรียกตัวกลับ และตั้งคณะกรรมการสอบก็ตาม

      ๑๑ กรกฎา.......

      สารวัตรหนุ่ย ยังไปโผล่ที่รัสเซีย พร้อมทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ดูการแข่งบอลโลกอีกก็ตาม

      ผมก็ว่า เป็นเรื่องหัวใจทาสผู้ภักดี ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขา ไม่เห็นผิดตรงไหน?

      ทีนี้ มาพูดกันตามหน้าที่บ้าง........

      กรณีโผล่รัสเซีย นักข่าวไปถามพลเอกประวิตร ว่าจะเอายังไงกัน เพราะเหมือนไม่แคร์ ท่านตอบว่า

      "ขณะนี้ได้ถูกพักงานและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอยู่แล้ว

        ซึ่งสารวัตรหนุ่ยก็ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการต่อไปขึ้นอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา"

      ความหมายตามที่พลเอกประวิตรพูด สารวัตรหนุ่ย "ถูกพักงาน" ระหว่างสอบสวน จากกรณีไปตามตูดโจรปล้นชาติ

      "ถูกพักงาน" กรณีนี้ ทัศนะผม

      ไม่ต่าง "โบนัสโจร"!

      สารวัตรหนุ่ย ฟรี...อิสระ ชีวิตเหนือกฎกติกาสังคมประเทศ ไปไหน-ทำอะไร-กับใคร ได้ทั้งนั้น

      นัยตามคำตอบ "ครอบจักรวาล" ของพลเอกประวิตร เมื่อเทียบพฤติกรรมสารวัตรหนุ่ย มันลักษณะนั้น

      ปกติสารวัตรหรือผู้กำกับหนุ่ย กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน

      ใช้อภิสิทธิ์เหนือเพื่อนตำรวจเหนือประชาชน ในความเป็นข้าราชการ

      แต่ทำงานรับใช้เฉพาะ "ครอบครัวชินวัตร" เท่านั้น!

      ไม่ต้องทำงานให้ประชาชน...........

      ไม่ต้องปฏิบัติราชการให้เหนื่อยยากเหมือนตำรวจคนอื่นเขา

      แต่สิทธิในความเป็นตำรวจที่คนอื่นเขาได้ สารวัตรหนุ่ยก็ได้หมด แถมสดชื่นกว่า? 

      คือ ยิ่งชั่วมาก ยิ่งฟรีมาก-อิสระมาก!

      แต่ที่พลเอกประวิตรพูด ผมยืนยันแทนได้ ว่าท่านไม่มีเจตนา "อุ้ม" สารวัตรหนุ่ย

      ส่วนจะ "ทูนหัว-ทูนเกล้า" ด้วยบัวย่อมมีใยหรือไม่ ส่วนนี้ เป็นส่วนลึกระดับ "จิตใต้สำนึก"

      ผมหยั่งไม่ถึง?

      ทีนี้ มาดู "ความเป็นจริง" ที่ควรเป็น แต่ไม่เป็นบ้าง

      ในพฤติกรรม "ตำรวจ".......

      สารวัตรหนุ่ย ทำให้ภาพลักษณ์ "สถาบันตำรวจไทย" ไม่มีค่าคู่ควรทางศรัทธาและไว้วางใจ ในฐานะผู้รักษากฎหมาย

      สารวัตรหนุ่ย ทำให้สังคมโลกเกิดภาพพร่าทางทัศนคติ ว่ากระบวนการยุติธรรมไทย ขึ้นอยู่กับ "อำนาจและเงิน"

      และนั่น นำไปสู่มาตรฐาน "ประเทศไทย" ในสายตาชาวโลก

      ว่าเครดิตให้เชื่อถือทางอารยะสากล ไทยยังมีไม่พอต่อการเชื่อถือในมาตรฐาน

      แล้วในความเป็น "รัฐบาลไทย" ควรปฏิบัติกรณีนี้อย่างไร?

      นี่ เป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารและปกครองประเทศ ต้องตอบประชาชน ด้วยความรับผิดชอบ ตามอำนาจบริหาร

      ในความเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"

      การย่ำชาติ-ย่ำกฎหมาย ชนิดเหิมเกริม-ไร้สำนึกซ้ำซาก โทษนี้ ตอบซิ 

      จะถนอมด้วยเยื่อยางระบอบทักษิณ

      หรือจะเทิดพิทักษ์ความศักดิ์สิทธิ์ประเทศ?

      ถ้าถนอมระบอบทักษิณ ก็ทำอย่างที่ทำอยู่ คือ "ตั้งกรรมการสอบ"

      ซื้อเวลา ยื้อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวสังคมก็ลืมกันไปเอง!

      ส่วนการ "พักงาน" นั้น............

      ถามว่า ในชีวิตราชการตำรวจ ตำรวจคนอื่น กว่าจะถึงขั้นพันตำรวจเอก

      กระดูกกองทับถมไปก่อน กี่ร้อย-กี่พันนาย?

      แล้วสารวัตรหนุ่ย เกียรติประวัติงาน ในรอบ ๒๐ ปี รับใช้ประชาชนชื่อทักษิณ-ยิ่งลักษณ์และครอบครัวชินวัตร เท่านั้น

       แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.............

       ยุค ผบ.ตร.ชื่อ "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" และ ผบ.ตร.ชื่อ "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว"

      ตีค่าเป็นความดี-ความชอบทางราชการ เลื่อนยศ-เลื่อนตำแหน่ง ให้สารวัตรหนุ่ยพรวดๆ

      จากระดับ "สารวัตร".........

      ขึ้นเป็นผู้กำกับ ยศ "พ.ต.อ." เร็วจนถั่วงอกอาย!

      นี่ถ้าระบอบทักษิณยังครองประเทศ เพื่อไทยเป็นรัฐบาลอยู่

      โจ๊กก็โจ๊กเหอะ............

      ที่โปรโมตด้วยงานปราบ หวังสู่เก้าอี้ ผบ.ตร.ในอนาคตขณะนี้นั้น

      ถึงเพาะร่วมเข่ง "ดามาพงศ์" มาด้วยกันก็ตาม

      แต่ นรต.รุ่น ๔๗ อย่างโจ๊กหวานเจี๊ยบ ไม่มีทางติดฝุ่น หนุ่ยชายกระโปรง รุ่น ๔๙ แน่

      โจ๊ก ขึ้นเป็นนายพล ยังต้องทำงานในหน้าที่ตำรวจแลก

      แต่สารวัตรหนุ่ย แลกด้วยตามรับใช้โจรปล้นประเทศ ขึ้นเป็นพันตำรวจเอก

      ถ้าชายกระโปรงไม่หุบซะก่อน ป่านนี้ "เก้าอี้นายพล" จะหนีไปไหน?

      เนี่ย............

      "ความจริง" มันประจักษ์ "สารวัตรหนุ่ย" ในสถานะนายตำรวจประเทศไทย ยศ พ.ต.อ.

      ตำแหน่ง "ผู้กำกับการฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล"

      ไปซ่องสุมอยู่กับ "นักโทษเด็ดขาด" หนีคุกและหนีหมายจับในอีกหลายคดี

      เห็นกันทั้งโลก ที่อังกฤษ ที่รัสเซีย ตามหลักฐานปรากฏ!

      ในขณะที่ ทางรัฐบาลไทย โดยสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ

      ใครๆ ถาม ทำไมไม่หาทางนำตัวนักโทษ ๒ พี่น้องมาเข้าคุก?

      บ่ายๆ เบี่ยงๆ เลี่ยงๆ ตอบเสมอมา.......

      "ไม่รู้จะไปตามจับที่ไหน เพราะยังไม่ทราบที่อยู่อาศัยอันเป็นหลักแหล่งแน่นอนของนักโทษทั้งสอง!?"

      ในขณะที่ "ระดับประเทศ" บอก...ไม่รู้อยู่ไหน?

      ตำรวจ ผู้มีหน้าที่จับโจรโดยตรง...กลับรู้ และตามเจอ แต่ไม่ใช่ไปเจอเพื่อจับ

      หากแต่ตามไปเจอ เพื่อเป็นทาสรักและภักดีโจร!?

      ในความเป็น "ประเทศไทย"

      จะเอาหน้าไปไว้ไหน สังคมโลกเขาจะมองไทย มองระบบกฎหมายไทย ระบบยุติธรรมไทย และตำรวจไทย

      ด้วยทัศนคติแบบไหน?

      มันไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งมาแล้ว ที่ยิ่งลักษณ์หนีไป สารวัตรหนุ่ยก็ต้อยๆ ติดชายกระโปรง

      แล้วคนที่พาหนีออกนอกประเทศด้วย "ช่องทางธรรมชาติ"

      ก็ตำรวจอีก?

      แต่...ผิดมหันต์ของตำรวจ มีแค่ ๒ อย่าง ตั้งกรรมการสอบ กับ พักงาน!

      มันจะเป็น "บรรทัดฐานบัดซบ" ตลอดไป ถ้ารัฐบาล คสช.โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังหลอกสังคมซ้ำซากด้วยคำว่า

      ตั้งกรรมการสอบและพักงาน!

      ประชาชน นั้น อ้างไม่รู้กฎหมายแล้วทำผิดกฎหมายไม่ได้ ยังไงก็ต้องรับโทษตามองค์ความผิด

      แต่นี่ตำรวจ ทั้งรู้กฎหมาย ทั้งเป็นผู้รักษากฎหมาย กลับผิดซ้ำซาก

      ริมๆ เข้าข่ายบ่อนทำลายการปกครองด้วยซ้ำ

      รัฐบาล คสช.กลับปฏิบัติเหมือน "ซ่อนภูเขาทั้งลูก" ด้วยเส้นผม!

      การตั้งกรรมการสอบ ไม่เถียง มันเป็นระเบียบครอบจักรวาลที่ต้องทำใช้ชั้นต้น

      แต่มันหลายต้น-หลายชั้นมาแล้ว พูดกันอีกที ระดับสารวัตรหนุ่ย อันสัมพันธ์เรื่องกับทักษิณ-ยิ่งลักษณ์นั้น

      ถามกันตรงๆ.........
      รัฐบาล ทั้งนายกฯ ประยุทธ์ ทั้งรองนายกฯ ประวิตร เกรงใจอะไรกันนักหรือ?

      เรื่องนี้ ผมเชื่อส่วนตัวว่า ลำพัง ผบ.ตร. ตัดสินใจเด็ดขาดได้

      แต่เกรงว่า เหนือ ผบ.ตร.ยังจะมี "ธง" กำกับเท่านั้น

      "พลเอกประวิตร" ในฐานะผู้กำกับงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

      "ฟางเส้นสุดท้าย" บนหลังประชาชน

      มันหนักนะ..ท่าน!


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง