จัดเวทีชำแหละ 'กม.ปราบโกง' ยักษ์ไร้กระบอง


เพิ่มเพื่อน    

    องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ อยากเห็นกฎหมายปราบโกงฉบับใหม่เป็นยักษ์ถือกระบอง ลากคนระดับสูงลงโทษให้ได้ “เจษฎ์” รับหากกรรมการ ป.ป.ช.เป็นพวกกับผู้มีอำนาจรัฐ เกิดปัญหาแน่ ขณะที่รองโฆษก อสส.เตือน หมดอำนาจ อย่าคิดว่ารอดถ้าใช้มิชอบ
    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)  มูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จัดเสวนาหัวข้อ “ปราบโกงต้องแรงและเร็ว ถอดบทเรียนจากมาเลเซีย”
     โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า 4 ปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาทุจริตมีความคืบหน้าระดับหนึ่ง มีการนำผู้กระทำผิดระดับที่สูงพอสมควร รวมถึงระดับรัฐมนตรีมาลงโทษบ้าง กระบวนการยุติธรรม ศาล และองค์กรอื่น มีการพิจารณารวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ 2 ปีที่แล้วมีการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้วจะมีความรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา มีการออก พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่เป็นการลดโอกาสทุจริต และเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม และล่าสุด 2 วันที่ผ่านมา พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้แล้ว
    “เราอยากจะเห็นเป็นยักษ์ที่มีกระบอง ไม่ใช่ถือไม้จิ้มฟัน หวังว่า พ.ร.ป.ฉบับนี้จะทำให้การปราบปรามและการป้องกันการทุจริตได้ผลดีขึ้น ในทางทฤษฎีเราต้องสามารถนำผู้ทุจริตระดับสูงมาลงโทษให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ประเทศฮ่องกง เกาหลี และจีน แสดงให้เห็นแล้วว่าจริงจังกับเรื่องนี้ แต่ไทยยังห่างไกลความหวังที่ตั้งเอาไว้” นายประมนต์กล่าว
    นายกษิต ภิรมย์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า แม้จะเป็นประเทศที่ใช้ระบบเผด็จการอย่างจีนหรือสิงคโปร์ แต่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยผู้นำจีนกำลังเพียรพยายามอยู่ แม้จะมีนัยเป็นเรื่องของการกำจัดคู่ต่อสู้ โดยมีการนำเข้าคุกจำนวนมาก ซึ่งจริงๆ เผด็จการก็ป้องกันการทุจริตได้ถ้ามีความตั้งใจ ตนยังคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ยังทำได้อีกเยอะ โดยเริ่มจากการปฏิรูปกองทัพเสียก่อน เพราะท่านมาแปลงจากกองทัพมาเป็นรัฐบาล จึงควรปรับปรุงภายในองค์กรตัวเองก่อน แม้แต่เรื่องเอาพลทหารมาเลี้ยงไก่ ตนยังมองว่าเป็นการคอร์รัปชัน
    นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่แรงและเร็วขึ้น เร็วคือใน 2 ปีต้องทำคดีให้แล้วเสร็จ ยกเว้นบางกรณีจะขยายเป็น 3 ปีได้ เมื่อก่อนถ้าจำเลยหนีจะดำเนินคดีไม่ได้ แต่กฎหมายใหม่หากมีการดำเนินการแจ้งผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดทุกวิถีทางแล้วไม่มา สามารถพิจารณาลับหลังได้ ถ้าหนีอายุความจะหยุดตั้งแต่ตอนหนี กลับมาค่อยนับต่อ แต่กระบวนการพิจารณายังเดินไป สามารถริบทรัพย์ ยึดทรัพย์ แสวงหาทรัพย์ได้ นอกจากนี้โทษยังแรงขึ้น
    “กรณีนายนาจิบ แสดงให้เห็นว่ากรรมการ ป.ป.ช.มาเลเซียทำงานตรวจสอบจริงจัง แม้ในช่วงที่นายนาจิบยังมีอำนาจรัฐ จะเห็นว่าทันทีที่นายนาจิบหมดอำนาจวันเดียว กระบวนการสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งถ้ามีกรรมการ ป.ป.ช.เป็นพวกกับนายนาจิบ ต่อให้นายนาจิบแพ้เลือกตั้ง คดีก็อาจไม่เดิน หันมาดูประเทศไทย ถ้าหากกรรมการ ป.ป.ช.เป็นพวกกันกับผู้มีอำนาจทางการเมือง แม้อำนาจการเมืองจะเปลี่ยนก็อาจทำอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากมีกลไกที่เอื้อประโยชน์ทำให้สามารถรักษาฐานของการเป็นพวกกันไว้ได้ในระยะยาว นี่จะเป็นปัญหามาก” นายเจษฎ์กล่าว
    นายเจษฎ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช.ใน พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่นั้น ยังเปิดให้สามารถทำได้ โดยประชาชนรวบรวม 20,000 รายชื่อ ไปยื่นต่อวุฒิสภาหรือประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปัจจุบัน เมื่อยื่นประธาน สนช.แล้ว ประธาน สนช.จะไม่ทำไม่ได้ แต่จะต้องการสอบสวนขึ้นมา
    นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวว่า เวลาการเมืองเปลี่ยนขั้ว อัยการมักจะเจอการบ้านให้ทำตลอด คือผู้อำนาจใหม่จะส่งเรื่องให้ตรวจสอบผู้มีอำนาจเก่า จะเห็นว่าอำนาจเป็นทั้งมิตรและศัตรู ส่วนกรณีนายนาจิบที่มีการมองว่าระหว่างมีอำนาจได้นั่งกดทับกระบวนการตรวจสอบไว้ด้วยนั้น ส่วนประเทศไทยเรื่องลักษณะนี้ตนยอมรับอย่างหนึ่งว่าจะหวังอะไรที่ขาวสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แม้แต่อัยการก็ไม่ได้ขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกที่มีทั้งคนดีและไม่ดี
    “แต่อยากให้นึกเสมอว่าเมื่อท่านหมดอำนาจเมื่อไร กระบวนการเช็กบิลจะตามมาทันที สมัยก่อนแม้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย พอขั้วเก่าลงจากอำนาจ ขั้วใหม่ที่เข้ามาก็ตรวจสอบขั้วเก่า ก็เช็กบิลกันอย่างนี้ การตรวจสอบมีอายุความ และระยะเวลายาวนานพอสมควร ทุกท่านประมาทไม่ได้ พออำนาจหมด โอกาสนั่งทับก็หมดไปด้วย ไม่สามารถนั่งทับได้ตลอด” นายโกศลวัฒน์กล่าว และว่า ถ้ามีอำนาจแล้วใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ท่านมั่นใจหรือไม่ว่าท่านจะรอด ถ้าใช้อำนาจทางมิชอบ ร่องรอยทิ้งไว้เสมอ อย่าลืมว่ากระบวนการตรวจสอบทำอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งจะถูกเปิดเผยขึ้นมา
    นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ระบบสืบพยานลับหลังมีประโยชน์มาก เพราะถ้าสืบลับหลังไม่ได้เวลาจำเลยหลบหนีไปเป็นเวลานาน พอได้ตัวมาในการไต่สวน พยานอาจจำข้อมูลไม่ได้ และทำให้ลังเลเวลาให้การ ทำให้คดีเสียหาย ศาลอาจยกประโยชน์แห่งการสงสัย อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีทุจริต จริงๆ ตนไม่อยากให้มีอายุความ เพราะควรเป็นตลอดชีวิต จะทำให้สามารถขุดมาดำเนินคดีได้ตลอด
    นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ ผอ.สำนักการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นใน พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ และกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เรื่องการดำเนินคดีอาญาที่ล่าช้า เพราะทุกอย่างต้องเคร่งครัด ผิดพลาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะคดีต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คิดคือ กฎหมายที่ต่างประเทศใช้และมีประโยชน์ต่อคดีสินบนข้ามชาติคือ การเจรจา ต่อรอง รับสารภาพ เสียค่าปรับ ซึ่งเรายังไม่มี ถ้าเกิดไทยมีตรงนี้เราจะปลดล็อกเรื่องความรวดเร็วได้ ส่วนคดีสินบนข้ามชาติที่บริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ฯ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทยมูลค่า 20 ล้านบาทนั้น เราไม่คิดว่าเงิน 20 ล้านบาทเป็นเงินน้อย เพราะมันกระทบภาพลักษณ์และความน่าเชื่อของประเทศ เป็นจำนวนเงินที่เยอะ แม้แต่บาทเดียวก็ยอมไม่ได้.


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก