เกาหลีก็มีหมอผีชักใยผู้นำ


เพิ่มเพื่อน    

ซอยดื่มกินใกล้ๆ พระราชวังเคียงบก กรุงโซล

ตรงข้ามกับกำแพงพระราชวังเคียงบกทางด้านทิศเหนือคือทำเนียบประธานาธิบดี หรือ “ชองวาแด” ในภาษาเกาหลี แต่หลายคนเรียกติดปากว่า “บลูเฮาส์” เนื่องจากหลังคาของอาคารหลักๆ มุงด้วยกระเบื้องสีฟ้า เมื่อมองเข้าไปจากประตูทางเข้าก็จะเห็นเป็นคฤหาสน์สีฟ้าขนาดใหญ่ รับกับสีเขียวทมึนของ “ภูเขาพูกัก” ทางด้านหลัง ในวันเวลาปกติสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ฟรี เปิดวันละ 4 รอบ แต่ต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์

จินนี่ เพื่อนชาวเกาหลีใต้ของผมเล่าให้ฟังว่าหลังจาก “มุน แจ-อิน” สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หรือราว4 เดือนก่อนที่เราจะมายืนมองบลูเฮาส์จากแสงไฟฟ้าอยู่ในเวลานี้ เขาต้องใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะย้ายเข้าไปพำนักได้ สาเหตุก็เพราะต้องให้เจ้าหน้าที่รื้อกระจบรอบทิศทางในห้องนั่งเล่นออกไปเสียก่อน อีกทั้งต้องเปลี่ยนเตียงนำเข้าจากอิตาลีราคาแพงระยับจากเงินภาษีประชาชนที่ “ปัก กึน-ฮเย” ประธานาธิบดีคนเก่าเคยใช้นอน เพราะประธานาธิบดีมุน แจ-อิน คงสยิวปนสยองหากต้องนอนทับที่ “มิสปัก” และท่านผู้นำคนใหม่ก็ยินดีใช้เงินส่วนตัวซื้อที่นอนให้ตัวเอง (ขอแก้ไขข้อมูลจากฉบับที่แล้วที่ระบุว่ามิสปักมีเตียงนอน 3 เตียงในห้องนอน ความจริงคือเธอใช้เตียงนอน 3เตียงในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งก็ยังรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ดี)   

เพื่อนของผมสันนิษฐานว่ารสนิยมในการตกแต่งบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศน่าจะมาจากอิทธิพลของเพื่อนหญิงของเธอที่ชื่อ “ชอย ซุน-ซิล” หรืออาจจะเป็นเพื่อนคนนี้ที่ลงมือตกแต่งเอง มีรายงานด้วยว่าการประกอบพิธีกรรมบูชาคุณไสยก็ทำกันในทำเนียบแห่งนี้ สื่อเกาหลีใต้แฉว่าชอย ซุน-ซิลเข้าไปเกี่ยวข้องจนถึงขั้นที่เรียกว่า “บงการ” มิสปักในแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการแต่งกายไปจนถึงสุนทรพจน์ในงานต่างๆ ทว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่เชยและเสื้อผ้าคุณภาพต่ำเนื่องจากเงินหลวงที่มิสปักยื่นให้ “มาดามชอย” เพื่อเป็นงบด้านนี้นางกลับเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองเรียบ ส่วนสุนทรพจน์ที่ผู้ช่วยหรือเลขาร่างไว้ให้อย่างดี มาดามชอยก็จะเอาไปแก้เสียจนออกมาเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้นางยังได้ตั้งกลุ่มลับเฉพาะเป็นที่ปรึกษาพิเศษเรียกว่า “นางฟ้าทั้งแปด” สามารถเข้าถึงประธานาธิบดีได้ในทุกโอกาส  

ปัก กึน-ฮเย เป็นบุตรสาวของ “ปัก จุง-ฮี” นายพลผู้นำการรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ. 1961 ในขณะที่เกาหลีใต้อยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดยกองทัพของประเทศประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา (ทุกวันนี้กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังประจำการในเกาหลีใต้) จากนั้นอีก 1 ปีก็ขึ้นเป็นประธานาธิบดีและอยู่ในตำแหน่งอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งถูกสังหารเมื่อปี ค.ศ. 1979 โดยคนกันเองที่ชื่อ “คิม แจ-กิว” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอแห่งเกาหลีใต้        ส่วน “ยุก ยัง-ซู” มารดาของ “มิสปัก” นั้นเสียชีวิตไปก่อนแล้วจากการถูกลูกหลงในการลอบสังหารประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี ครั้งก่อนโดยสายลับเกาหลีเหนือที่เกิดในญี่ปุ่น ขณะ “นายพลปัก” กำลังกล่าวสุนทรพจน์วันชาติในโรงละครแห่งชาติเมื่อปี ค.ศ. 1974ทั้งนี้เป็นเวลาถึง 5 ปีที่มิสปักถูกยกให้เป็น “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง” ของเกาหลีใต้หลังการเสียชีวิตของแม่ และสิ้นสุดลงในวันเสียชีวิตของพ่อ

“ชอย แต-มิน” ผู้ผ่านการแต่งงาน 6 ครั้ง เดิมทีเป็นพระสงฆ์ในศาสนาพุทธก่อนจะเปลี่ยนไปนับถือคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค และให้คนเรียกว่าบาทหลวงทั้งที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนสอนศาสนา แต่ก็เที่ยวบอกใครต่อใครว่าตัวเองคือพระศรีอริยเมตไตรย หรือพุทธเจ้าองค์ต่อไป

เขาได้ผสมผสานความเชื่อต่างๆ ทั้งส่วนที่เป็นศาสนา ความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลี และไสยศาสตร์มนตร์ดำ แล้วสถาปนาตัวเองเป็นผู้นำลัทธิ “ยงแซ-เกียว” หรือ “ลัทธิโลกแห่งวิญญาณ” จนคนเรียกขานว่า “รัสปูตินแห่งเกาหลี”

เมื่อแม่ของ “ปัก กึน-ฮเย” เสียชีวิตลง ขณะที่เธอมีอายุ 22 ปี “หมอผีชอย” ได้เพียรส่งจดหมายหาเธอเป็นจำนวนหลายสิบฉบับ อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณของแม่เธอได้และวิญญาณแม่ต้องการจะสื่อสารกับลูกสาวคนนี้ (มิสปักมีน้องอีก 2 คน) กระทั่งมิสปักได้เชิญให้หมอผีชอยเข้าพบที่บลูเฮาส์ ซึ่งขณะนั้นเธอพำนักอยู่กับพ่อที่ยังเป็นประธานาธิบดี และแล้วมิสปักก็ถูกหล่อหลอมและเติบโตตามที่หมอผีชอยกำกับ

หมอผีชอยมีบุตรสาวในวัยเดียวกับมิสปัก ชื่อว่า “ชอย ซุน-ซิล” ผู้ที่รับวิชาหมอผีคนทรงเจ้ามาจากพ่อเช่นกัน มิสปักนั้นครองโสดอยู่จนเวลานี้ ขณะที่ชอย ซุน-ซิล แต่งงานกับ “ชอง ยุน-ฮอย” มีบุตรสาวชื่อ “ชอง ยู-รา”

ในส่วนของชอง ยุน-ฮอยนั้นก็มีข่าวเกี่ยวข้องกับมิสปัก ถ้ายังจำกันได้กรณีเรือเฟอร์รี่เซวอลอับปางเมื่อปี ค.ศ. 2014 ทำให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตไป 3 ร้อยกว่าคน วันนั้นตัวผู้นำประเทศกลับหายตัวไป 7 ชั่วโมงกว่าจะโผล่หน้าต่อสาธารณะ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์ Sankei ของญี่ปุ่นซึ่งประจำการในเกาหลีใต้ตั้งข้อสงสัยตามกระแสที่เขาได้รับว่ามิสปักไปอยู่ในโรงแรมกับอดีตสามีของหมอผีหญิงที่เพิ่งหย่าร้างกันในปีนั้นเอง แล้วหมอผีหญิงก็ไปชุบเลี้ยงชายหนุ่มบาร์โฮสต์หรือที่สื่อถึงขั้นเรียกกันว่า “จิกกะโล่” หรือไอ้แมงดามาเป็นดีไซเนอร์หนุ่มนักออกแบบ

มีความเหมือนกันในหลายๆ สังคมบนโลกใบนี้ พวกที่อ้างว่านับถือลัทธิแปลกๆ อะไรก็ตาม ล้วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ แทบทั้งสิ้น สุดท้ายก็ละโมบโลภมาก อยากมีอำนาจ มีหน้ามีตาในสังคม หลังการตายของ “รัสปูตินแห่งเก่าหลี” ในปี ค.ศ. 1994 มีข้อกล่าวหาตามมามากมายว่าเขาใช้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวอดีตประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี เรียกรับสินบนจนร่ำรวยผิดหูผิดตา

มีข่าวว่า “นายพลปัก” ได้เคยเรียกหมอผีชอยไปห้ามปรามไม่ให้หาเงินเข้ากระเป๋า แต่ “มิสปัก” ก็ได้ปกป้องฝ่ายพ่อมดหมอผีนี้อยู่เสมอ ท่านผู้นำจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยเพราะไม่อยากขัดลูกสาวที่เพิ่งสูญเสียแม่

“คิม แจ-กิว” ได้ยอมรับต่อศาลว่าเขาสังหารประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี เพราะประธานาธิบดีล้มเหลวในการขัดขวางการฉ้อโกงของหมอผีชอย รวมถึงไม่สามารถนำบุตรสาวออกห่างจากหมอผีชอยได้

ฝ่ายน้องๆ ของมิสปักเองก็ยังเคยขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดี “โร แต-วู” เมื่อปี ค.ศ. 1990 ให้ช่วยแยกพี่สาวออกมาจากการครอบงำของหมอผีชอย แต่ก็ไม่เป็นผล จนความห่างเหินระหว่างเครือญาติถ่างออกไปจนไม่มีใครใยดีกันและกันอีกต่อไป      

ชอย ซุน-ซิล ผู้กลายเป็น “รัสปูตินแห่งเกาหลี” คนใหม่แทนพ่อผู้ล่วงลับ ก็ได้ใช้ความสนิทสนมกับมิสปักที่เข้าสู่เวทีการเมืองตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 เรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่หลายราย นำเงินเข้ามูลนิธิและองค์กรที่ตัวเองควบคุมดูแลก่อนจะผ่องถ่ายออกไปเป็นเงินส่วนตัวถึงขั้นมีทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งฟาร์มม้าในเยอรมนีมูลค่ารวมนับพันล้านเหรียญสหรัฐฯ    

ส่วน “ชอง ยู-รา” ลูกสาวของเธอก็ได้เข้าศึกษาใน Ewha Womans University ที่โด่งดัง มหาวิทยาลัยสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยโควต้านักกีฬาที่เธอเป็นนักขี่ม้าทีมชาติประเภทศิลปะบังคับม้า แต่ในระเบียบของมหาวิทยาลัยนั้นระบุว่าต้องเป็นนักกีฬาประเภทเดี่ยวซึ่งในกรณีของลูกสาวหมอผีหญิงนั้นไม่ตรงกับเกณฑ์เพราะเธออยู่ในประเภททีม ในเวลานั้นได้เกิดการประท้วงกันของนักศึกษาและผู้ปกครองเพราะสังคมเกาหลีใต้นั้นเรื่องอะไรก็ยอมได้แต่เรื่องสถาบันการศึกษาและเรื่องผลการเรียนนั้นยอมกันไม่ได้ ทำให้ชาวเกาหลีใต้เริ่มให้ความสนใจกับครอบครัวหมอผีนี้ขึ้นมา  

และเมื่อมิสปักหมดอำนาจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยก็โดนจับข้อหารับชอง ยู-รา เข้าศึกษาโดยไม่ถูกต้อง แถมยังให้เกรดดีเกินเหตุอีกต่างหากแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยเข้าเรียน นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายคนที่ถูกจับดำเนินคดี อาจารย์บางคนยอมทำการบ้านให้ลูกสาวเพื่อนประธานาธิบดีก็ยังมี  

กรณีข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่ว และเรื่องนิสิตย้ายคณะแบบวิธีพิเศษที่บ้านเราเมื่อสิบกว่าปีก่อนถือว่าเด็กๆ ไปเลย

ยังมีอีกหลายเรื่องหลายคดีที่แดงขึ้นมาหลังผู้นำหญิงคนแรกของประเทศหมดอำนาจลง ตัวเธอเองในวัย 66 ปี ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 24 ปีจากข้อหาคอรัปชั่นและการใช้อำนาจโดยมิชอบ 16 ข้อหา แต่เธอก็ไม่หนีคุก (ฮา!)

ส่วน “รัสปูตินหญิง” โดนไปรวม 23 ปี จากข้อหาเรียกรับสินบนหลายพันล้านบาท ใช้อำนาจโดยมิชอบ ก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาล และนำลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยโดยผิดกฎหมาย ด้านลูกสาวโดนลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัย และถูกเพิกถอนวุฒิระดับมัธยมปลาย (เพราะได้มาโดยวิธีพิเศษเช่นกัน) นอกจากนี้สองแม่ลูกยังถูกรัฐบาลเยอรมันตรวจสอบว่าทรัพย์สินทั้งหลายในประเทศเยอรมนีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน  

รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม 2 คน ถูกจับดำเนินคดีข้อหาทำรายการแบล็คลิสต์ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์มิสปัก โดยมีบุคคลทั้งระดับสูงและระดับทั่วไปถึงกว่า 1หมื่นคนในลิสต์ดังกล่าว เรียกคนเหล่านี้ว่าพวก “หัวเอียงซ้าย” นอกจากนี้ยังมีนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และนักธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประธานและรองประธานต่างก็ถูกตัดสินให้มีความผิดติดตะรางไปตามๆ กัน

คงจำกันได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนประชาชนคนเกาหลีใต้ได้ออกมาประท้วงกันเต็มท้องถนนเหตุเพราะพวกเขาไม่ต้องการทนเห็นหมอผีและคณะคนชั่วชักใยเชิดหุ่นผู้นำประเทศ หากขับไล่ประธาธิบดีออกไปได้ หมอผีพวกนี้ก็ไม่รู้จะเชิดใคร พากันหมดอำนาจไปด้วย 

จินนี่บอกว่าการคอรัปชั่นของนักการเมืองในเกาหลีใต้นั้นมีมาตลอด ประชาชนเคยเห็นผู้นำยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง และยอมให้ญาติพี่น้องโกงกินมานักต่อนัก จุดขายที่ทำให้มิสปักชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีก็คือการที่เธอไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติพี่น้องที่จะทำมาหากินกับงบประมาณแผ่นดิน จึงค่อนข้างสบายใจว่าคอรัปชั่นคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างน่าเกลียด

แต่เมื่อเกิดขึ้นในระดับที่เกินรับได้ และที่สำคัญคือเป็นการโกงกินที่พิลึกพิลั่น เพราะผู้นำเอาเงินไปให้กับหมอผีคนทรงเจ้า จึงทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมกันอย่างท้วมท้นล้นหลาม

“มันเป็นเรื่องเพี้ยนอย่างกับหนังน้ำเน่าหรือละครชั้นต่ำ พวกเราอับอายเหลือเกิน” จินนี่หัวเสีย

หลังจากหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าบลูเฮาส์ได้สักพัก เราก็เดินเลียบกำแพงพระราชวังเคียงบกลงไปทางทิศใต้  แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มเต็มทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา แวะที่บาร์เบียร์คราฟต์ท้องถิ่น สั่งมาดื่มกันคนละไพนต์  

จินนี่เข้าอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลเรื่องหมอผีกับประธานาธิบดีให้ผมเพิ่มเติม เธอบอกว่าเรื่องนี้พ้องกับละคร Secret Love Affair ที่ออกอากาศทางสถานี JTBCเมื่อปี 2014 อย่างเหลือเชื่อ เหมือนทีมงานผู้สร้างรู้เรื่องฉาวนี้เป็นอย่างดี 2 ปีก่อนข่าวใหญ่จะถูกเปิดเผยออกมา  

มีตัวละครผู้เป็นแม่ใช้อิทธิพลจากความสนิทสนมกับนายกสมาคมให้ลูกสาวเข้าเรียนในวิทยาลัยของไอวีลีก ซึ่งลูกสาวในละครมีชื่อว่า “ชอง ยู-รา” ชื่อเดียวกับลูกสาวของชอย ซุน-ซิล นอกจากนี้แม่ในเรื่องก็ยังเป็นหมอผีคนทรงเจ้าเหมือนกับแม่ของชอง ยู-รา ในชีวิตจริง โดยใช้มนตร์ดำช่วยให้คุณหญิงคุณนายร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจผิดกฎหมาย และเมื่อถูกสืบสวนสอบสวนก็บินหนีไปเมืองนอก ซึ่งในชีวิตจริงของสองแม่ลูกก็ได้บินหนีไปยังประเทศเยอรมนีเมื่อเรื่องโกงกินถูกประจาน

ผมนึกถึงละครเรื่อง “เหนือเมฆ 2” เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนที่ถูกสั่งงดออกอากาศกลางคันเพียงแค่นำเสนอพฤติกรรมของนักการเมืองโกงทั้งที่ไม่ได้ระบุชื่อแซ่แต่อย่างใด.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"