หมอภาคย์พร้อม ช่วยพี่น้อง'ลาว' หากเรียกร้องมา


   

    มทภ.2 สั่งทุกหน่วยภาคอีสานช่วยผู้ประสบภัยลาว "หมอภาคย์" สแตนด์บาย โซเชียลลาวแฉจนท.รัฐกักสิ่งของ ไปไม่ถึงชาวบ้าน "13 หมูป่า" ร่วมลอยอังคาร "จ่าแซม" กลางแม่น้ำโขง
    เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก โดยตั้งแต่เกิดเหตุเป็นต้นมา ได้สั่งการทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ให้การช่วยเหลือดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์รับบริจาคให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้ง 20 จังหวัดในภาคอีสาน แล้วนำส่งไปรวบรวมที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อส่งให้ผู้แทน สปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาวต่อไป 2.จัดตั้งศูนย์ให้การช่วยเหลือฯ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมสรุปผลการปฏิบัติประจำวัน และชี้แจงแผนในวันต่อไปทุกวันเวลา 15.00 น. 
    3.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 ศูนย์สุขภาพจิต กลุ่มงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ศูนย์ความร่วมมือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศ ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ (MCATT) และทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT) จังหวัดอุบลราชธานี รวม 25 คน ได้เดินทางเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนชาวลาว ที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเซเปียนแตก โดยได้มีการจัดเตรียมชุดเวชภัณฑ์สำหรับผู้ประสบภัย และสิ่งของที่จำเป็น เพื่อให้การบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น และได้มีการเตรียมทีม MERT จำนวน 3 ทีม ที่พร้อมออกปฏิบัติการทันทีเมื่อมีคำสั่ง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.61 และในปัจจุบันได้มีอาสากู้ภัยจากหลายจังหวัดเข้าไปให้การช่วยเหลือตามอนุมัติของทางการลาว
    4.จัดกำลังพลและยานพาหนะสนับสนุนการขนย้ายสิ่งของบริจาคจากจังหวัดต่างๆ ไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก อ.สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมส่งมอบไปยัง สปป.ลาว และเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์จาก มทบ.22, พล.พัฒนาที่ 2, พล.ร.6 เตรียมให้การสนับสนุนเมื่อได้รับการประสานต่อไป
    ทั้งนี้ มีทีมงานที่เคยส่งไปช่วยเหลือ "ทีมหมูป่า" ที่จังหวัดเชียงรายเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้ว ยกเว้น พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พันเสนารักษ์ที่ 3 ที่ยังคงเตรียมพร้อมจะเข้าไปเมื่อทางการลาวร้องขอต่อไป
    ที่บริเวณถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง หน้าบ้านเลขที่ 2 เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นบ้านพักของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี, น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หรือน้องน้ำผึ้ง หลานสาว พล.อ.ชวลิต ได้เปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดยมี พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210), พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, นางดุษฎี ครรภาฉาย ประธานแม่บ้าน มทบ.210 และนายแพทย์อลงกต มณีกาศ ร่วมดำเนินการรับบริจาค โดยหลังจากนี้จะนำสิ่งของทั้งหมดไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เพื่อถวายแด่พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาส และเจ้าคณะจังหวัด นำไปแจกจ่ายแก่พี่น้องชาวลาวในพื้นที่แขวงจำปาสักต่อไป 
    เพจ Sky Thai News ได้แชร์โพสต์ของเฟซบุ๊กลาว ซึ่งลงรูปจำนวน 10 รูป พร้อมข้อความระบุว่า มีรายงานจากประเทศลาวระบุว่า สิ่งของบริจาคที่มาจากทั่วสารทิศทั้งใน สปป.ลาว และประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ยังไม่ถึงมือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เขื่อนแตกที่อัตตะปือ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ สปป.ลาวได้แอบกักเก็บของบริจาคไว้เป็นจำนวนมาก
    กลุ่มไลน์อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมาได้โพสต์ภาพและคลิปการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว รวมทั้งแจ้งความเคลื่อนไหวว่า เมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่รัฐบาล สปป.ลาวได้เรียกผู้แทนหน่วยกู้ภัยของประทศไทย รวม 24 องค์กร ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปการเข้าไปพื้นที่ประสบภัยพิบัติ สปป.ลาว โดยมีระเบียบการปฏิบัติงานร่วมกัน ดังนี้ 1.ต้องลงทะเบียนที่หน้าด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี 2.หากเข้ามาถึงแขวงอัตตะปือ ต้องมาลงทะเบียนที่กองอำนวยการ ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปตท.อัตตะปือ และต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาล 
    3.การเข้ามาทำงานกู้ภัยไทยต้องทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าภารกิจการค้นหาจะเสร็จสิ้น จึงจะสามารถถอนกำลังออกได้ คาดการณ์ 10-30 วัน 4.กรณีนำสิ่งของเข้ามาบริจาคให้ส่งมอบได้เพียง 2 จุด คือหน้าด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี และกองอำนวยการ ปตท.อัตตะปือ ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการจะปิดทำการในวันที่ 30 ก.ค.นี้ สิ่งที่ควรระวังและอาจผิดกฎหมาย รัฐบาลลาวไม่มีนโยบายให้กู้ภัยหรือชาวต่างชาติเข้ามาแจกจ่ายสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยโดยตรง ต้องผ่านทางรัฐบาลเท่านั้น และห้ามถ่ายรูปในพื้นที่เกิดเหตุและในศูนย์อพยพ รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารให้สื่อมวลชนอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ รวมถึงหลังจบภารกิจด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซเชียลมีเดียของชาวลาวได้เผยแพร่ภาพขณะที่รถบรรทุกหกล้อสีขาว ทะเบียน สปป.ลาว ประสบอุบัติเหตุตกจากเชิงสะพานลงไปในลำน้ำเซน้ำน้อย บนเส้นทางสายจำปาสัก-อัตตะปือ เมืองปากซอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ระหว่างนำสิ่งของบริจาคมุ่งหน้าไปยังเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายคือ นายอินปัน จันทะวงสา ชาวบ้านคำแสนไช เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต และบาดเจ็บ 1 ราย ขณะที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หน่วยกู้ภัยของไทย ซึ่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือแล้ว
    วันเดียวกัน บริเวณตลาดอินโดจีน ถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 09.00 น. นางวลีพร กุนัน หรือม่าเหมี่ยว ภรรยาของนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่ได้พลีชีพขณะดำน้ำออกจากถํ้าหลวงระหว่างเข้าช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต  ได้นำเถ้ากระดูกของสามีห่อด้วยผ้าขาวเดินทางมายังจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายวิชัย กุนัน พ่อของจ่าแซม และญาติ 
    ขณะเดียวกัน ทีมหมูป่าอะคาเดมีที่บวชอุทิศส่วนกุศลให้กับจ่าแซมทั้ง 12 รูป และน้องอดุลย์ สามออน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ โดยการนำของพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดดอยตุง รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย, พระครูประยุทธ เจติญาการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเลา อ.แม่สาย จ.เชียงราย และนายบดินทร์ เทียมภักดี ปลัดอาวุโสอำเภอแม่สาย พร้อมคณะกว่า 50 คน ได้เดินทางมาร่วมพิธีลอยอังคารด้วย
    หลังจากถวายภัตตาหารเช้าแด่พระและสามเณร ทั้งหมดเดินทางยังท่าเรือริมแม่น้ำโขงเพื่อประกอบพิธีลอยอังคาร โดยนำเถ้ากระดูกจ่าแซมลงเรือลาดตระเวน (ล.167) ของ นรข. ส่วนผู้ร่วมพิธีได้ลงเรือท่องเที่ยวบริษัท พาราไดซ์ครูซฯ ออกไปกลางแม่น้ำโขง ท่ามกลางสายฝนที่ตกปรอยๆ ตลอดเวลา มีประชาชนที่ทราบข่าวได้มายืนดูอยู่ริมแม่น้ำกันแน่นขนัด โดยประกอบพิธีทางพรามหณ์ในเรือเสร็จ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมคณะ ขอขมาต่อแม่พระคงคาแล้วนำไหที่บรรจุเถ้ากระดูกจ่าแซมหย่อนลงกลางแม่น้ำโขง เป็นอันเสร็จพิธีการลอยอังคารของวีรบุรุษถ้ำหลวง
    นางวลีพรเปิดเผยว่า กระดูกของสามีแบ่งเอาไว้สองส่วน บรรจุในเจดีย์ธาตุจังหวัดร้อยเอ็ดหนึ่งส่วน และตนเก็บรักษาไว้อีกหนึ่งส่วน ซึ่งจะปรึกษาญาติๆ ว่าจะนำไปบรรจุไว้ที่ไหน 
    ที่ จ.เชียงราย ได้สรุปยอดผู้ที่จะไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือนำเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รวม 1,800 คน แต่ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้สั่งเลื่อนการจัดงานเลี้ยงวันที่ 1 ส.ค.นี้ออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากหน่วยกู้ภัยอยู่ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่ประเทศลาวนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงนับร้อยคนที่ได้ซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ นายวิชัย ศรีพธูราษฎร์ กรรมการมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย และกรรมการอีกหลายสมาคมของ อ.แม่สาย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเจรจากับสายการบินต่างๆ ให้สามารถเลื่อนการเดินทางไปตามกำหนดวันจัดงานของรัฐบาล.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว