ศาลพิจิตรสั่งจำคุก 1 ปี NGO เซ่นเหมืองแร่ทองคำ


   

21 ม.ค. 61 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลจังหวัดพิจิตร ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ ฟ้องนางสาวสมรักษ์ หุตานุวัตร จำเลย ซึ่งทำงานองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม  ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

โจทก์ฟ้องสรุปว่าจำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กชื่อ “ Somlak Hutanuratr”(Thai Leak ) ด้วยข้อความและรูปภาพว่า “อันตรายมากที่เร่งทำอย่างกอบโกย คันเขื่อนบ่อไซยาไนด์ ขนาด 1,400 ไร่ ไม่มีแกนเขื่อนเปราะบางมาก อันตรายมาก ห่างวัดและโรงเรียนแค่ 400-500 เมตร” ซึ่งข้อความดังกล่าว โจทก์ เห็นว่าเป็นการกระทำและให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงโดยมีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียงของเหมืองแร่ทองคำอัคราพิจิตร

ศาลสืบพยานบุคคลและพยานเอกสารของทั้ง 2 ฝ่าย รับฟังได้ว่าจำเลยเผยแพร่ข้อความที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับอันตรายจากแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเจตนาทำลายชื่อเสียงหรือความไว้วางใจของสาธารณชนต่อการดำเนินกิจการโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์    

จึงพิพากษา ให้จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) วรรค 1 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 101 วรรค 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อันเป็นบทหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก1 ปี ปรับ 8 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อนเพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนคุมความประพฤติจำเลยให้ละเว้นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ การโพสต์ข้อความ รูปภาพ อันอาจนำไปสู่การกระทำผิดความผิดในทำนองเดียวกันอีกภายในกำหนดระยะ 1 ปี นับแต่อ่านคำพิพากษา,


ในโลกของ "ข่าวสาร"เหตุการณ์ "๑๓ หมูป่าติดถ้ำ" ผมว่าเป็น "ข่าวแรก" ของโลกที่สื่อทั่วโลก รวมทั้งสื่อไทย......

"รีแบรนดิ้ง" ประเทศไทย
'แดงอีสาน' โดมิโนการเมือง
'กาแฟดำ' ในแดน 'ไทยโพสต์'
'ตำรวจรับใช้โจร' จะให้ทนหรือ?
'ปฏิรูประบบราชการ' ที่เกิดแล้ว
นอกถ้ำอาจอันตรายยิ่งกว่า!