ขออังกฤษส่งปูกลับ รัฐบาลรุกล่านักโทษหนีคดี-ยันไม่ใช่การเมือง


   

     รัฐบาลไทยร้องขออังกฤษส่งตัว "ยิ่งลักษณ์" ที่ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุก 5 ปีคดีโกงจำนำข้าวแล้ว ตามสนธิสัญญาส่งตัวอาชญากรผู้หลบหนีคดีกลับประเทศ ยันไม่เกี่ยวคดีการเมืองหรือการทหาร  "ดอน" แจงเป็นไปตามขั้นตอน นายกฯ โบ้ยจะได้ตัวหรือไม่เป็นเรื่องของอังกฤษจะพิจารณา หึ่ง! ผู้ร้ายข้ามแดนอ้างกระบวนยุติธรรมไทยไม่ได้มาตรฐาน ร้องขอต่อศาลไม่ให้ส่งตัว "นบข." สั่งตามหาข้าวหายอีกเกือบ 1 ล้านตัน 2.25 แสนล้านบาท
     เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย รายงานจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักรได้ส่งจดหมายลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ไปที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร (Foreign and Commonwealth Office) เพื่อร้องขอต่อทางการของอังกฤษให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย
    จดหมายที่มีเนื้อหา 6 ย่อหน้า ความยาว 1 หน้าครึ่ง บรรยายว่า "สถานเอกอัครราชทูตไทยขอส่งความปรารถนาดีมายังกระทรวงการต่างประเทศ เรามีความยินดีและเป็นเกียรติที่จะอ้างอิงถึงสนธิสัญญาระหว่างสหราชอาณาจักรและสยามปี 1911 ที่ว่าด้วยการส่งตัวอาชญากรผู้หลบหนีคดีกลับประเทศ ภายใต้คำสั่งการของรัฐบาลไทย และบทบัญญัติในสนธิสัญญาดังกล่าว ทางสถานทูตจึงขอใช้สิทธิร้องให้ส่งตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บุคคลที่มีสัญชาติไทย และเชื่อว่าพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรกลับประเทศไทย 
    "นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการนำตัวมารับโทษจำคุก 5 ปี ภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิพากษาว่าเธอมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ด้วยเหตุนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงออกหมายจับตั้งแต่มีคำตัดสินเมื่อ 27 กันยายน 2561 เพื่อนำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มารับโทษ"
    "หากรัฐบาลอังกฤษเห็นว่าความผิดที่กล่าวถึงข้างต้นไม่อยู่ในบัญชีการกระทำความผิดของบุคคลอันเป็นการให้ส่งตัวให้ประเทศต้นทางดำเนินคดีได้ตามที่ ระบุไว้ในมาตรา 2 วรรค 1 ของสนธิสัญญาดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงร้องขอมาด้วยความเคารพให้รัฐบาลอังกฤษได้พิจารณาความผิดข้ออื่นๆ ที่ระบุไว้ ในวรรคสุดท้ายของมาตรา 2 ที่ระบุว่า "การส่งตัวกลับ อาจกระทำได้ภายใต้ความเห็นชอบของประเทศนั้น หากการกระทำความผิดทางอาญานั้น เป็นความผิดภายใต้กฎหมายของทั้งสองประเทศคู่สัญญา" ในกรณีนี้รัฐบาลไทยขอให้คำมั่นว่าจะร่วมมือและตอบแทนอย่างเต็มที่หากได้รับการร้องขอทำนองเดียวกันจากรัฐบาลอังกฤษ
    คำร้องขอส่งตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไทยประกอบไปด้วย บทสรุปข้อเท็จจริงของคดี รวมทั้งสำเนาคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง และหมายจับที่แนบมาด้วย
    "ทางสถานทูตรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งต่อกระทรวงต่างประเทศด้วยว่าคำร้องนี้ไม่เกี่ยวพันกับการสอบสวน ดำเนินคดี หรือการลงโทษบุคคล ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทางการเมืองหรือการทหาร เธอผู้นี้ยังไม่ได้รับการอภัยโทษ หรือนิรโทษ อีกทั้งหมายจับนี้ไม่มีวันหมดอายุ สถานเอกอัครราชทูตไทยอยากขอความกรุณาจากท่านให้เก็บคำร้องนี้ไว้เป็นข่าวลับและรีบดำเนินการต่อคำร้องนี้อย่างเร่งด่วน" จดหมายระบุ
     ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน สื่อควรไปสอบถามจากคนที่รู้เรื่อง เพราะตนยังไม่ทราบรายละเอียด เห็นแต่เพียงที่เป็นข่าว 
    เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานเรื่องดังกล่าวมายัง รมว.ต่างประเทศ นายดอนตอบว่า เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ไม่ต้องรายงาน เพราะเขาทำตามขั้นตอน ไม่ใช่เรื่องนโยบาย และเรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักร ของนายกฯ 
อยู่ที่อังกฤษจะพิจารณา
    “จำไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้เคยผ่านเข้ามา ผมยังสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าเรื่องนี้เคยผ่านมาทางเราหรือไม่ เพราะเหมือนไม่เคยเห็น เพราะมันมาตามขั้นตอนของมัน และทราบว่าเรื่องนี้เป็นการทำตามขั้นตอน คงมีการเดินเรื่อง เพราะต้องมาจากทางตำรวจ อัยการ” นายดอนกล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการทำตามขั้นตอน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), อัยการสูงสุด (อสส.), กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเรื่องขอตัว แต่เมื่อส่งไปแล้วสิ่งที่ตนเคยบอกเห็นก็คือเห็น แต่การที่เราจะไปจับกุมใครในต่างประเทศ เราจับเองไม่ได้ เป็นเรื่องของประเทศนั้นๆ ฉะนั้น ถ้าเขายังไม่ตอบเอกสารมาอย่างเป็นทางการ มันก็จับไม่ได้ นั่นคือข้อเท็จจริง เหมือนกับบ้านเมืองของเรามีกฎหมายของเรา ใครขอเรามาเราจะส่งหรือไม่ส่งก็ต้องพิจารณาเป็นเรื่องของเรา ฉะนั้นประเทศอื่นเขาก็ทำแบบนี้
    "ตราบใดที่รัฐบาลทำครบหลักเกณฑ์กฎหมายแล้ว ถึงจะได้ตัวหรือไม่ได้ตัวก็เป็นเรื่องของต่างประเทศที่จะพิจารณาตัดสินใจว่าจะส่งหรือไม่ส่ง ก็เหมือนเราจะส่งไม่ส่งก็แล้วแต่เราจะพิจารณา ซึ่งมีอยู่หลายคดีด้วยกันที่เราดำเนินคดีในประเทศไทย เป็นเรื่องของทางนู้น และผมไม่จำเป็นต้องไปหารือกับนางเทเรซา เมย์ นายกฯ อังกฤษ เพราะเป็นเรื่องกลไกของรัฐที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว กระทรวงเขาดำเนินการอยู่ มีหลายช่องทาง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ด้านนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุดโดยสำนักงานอัยการต่างประเทศเป็นผู้ประสานงานทำเรื่องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน น.ส.ยิ่งลักษณ์ส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ส่งคำร้องไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ขั้นตอนต่อไปกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษจะต้องส่งเรื่องไปยังผู้ประสานงานกลางของอังกฤษที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยของอังกฤษจะเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาคำร้องขอของเราตามกฎหมายและสนธิสัญญาปี 1911 เมื่อได้รับเรื่องของเราแล้วก็จะพิจารณาคำร้องของเราว่าจะอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน 
    "ซึ่งหลักพื้นฐานการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามหลักสากลจะต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง การทหาร ทางเราได้ชี้แจงในคำร้องว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ เป็นเรื่องทุจริตฯ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เรายืนยันว่าคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ส่วนเขาจะพิจารณาว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น เป็นการพิจารณาในมิติของเขาเอง ส่วนกระทรวงมหาดไทยอังกฤษได้รับคำร้องไว้แล้วหรือไม่ ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องภายใน"
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่านักธุรกิจเข้าพำนักในอังกฤษจะเป็นอุปสรรคในการขอผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายอำนาจกล่าวว่า เป็นคนละส่วนกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้อะไรจากประเทศอังกฤษเราก็ยื่นคำขอไปก่อน ส่วนจะอ้างเหตุอะไรนั้น อังกฤษก็จะแจ้งเหตุเรามา การมีวีซ่าไม่เป็นเหตุที่เราจะไม่ขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไป ถ้าเขาขอให้เราส่งอะไรเพิ่มเติม เราก็พร้อมส่งไป ส่วนการขอประสานงานตำรวจสากลเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นคนละขั้นตอนกัน ทั้งนี้ เราทำให้ดีที่สุด เราบอกเหตุผลทุกอย่างตามเงื่อนไขในสนธิสัญญา และเรายื่นขอกับประเทศอื่นด้วย แต่ขออนุญาตยังไม่พูด เพราะอาจจะกระทบความสัมพันธ์
ยุติธรรมไทยไร้มาตรฐาน
    ส่วนที่มีการปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ศาลออกหมายจับเช่นกัน คู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เราได้ขอผู้ร้ายข้ามแดนนายทักษิณด้วยหรือไม่ นายอำนาจกล่าวว่า ภาพจากสื่อมวลชนเราไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานข้ออ้างในคำขอผู้ร้ายข้ามแดนได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแจ้งเบาะแสมาว่านายทักษิณอยู่ที่ไหน ต้องมีการยืนยันมา ก่อนหน้านี้เราเคยขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายทักษิณไปเยอะมาก หลายประเทศ ประเทศปลายทางก็มีการตอบรับมา ซึ่งยังไม่มีประเทศใดตอบรับว่าจะส่งตัวนายทักษิณมาให้ อาจจะเป็นเพราะว่าสถานที่ที่นายทักษิณอยู่ พอมีการประสานก็มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนประเทศตลอด 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายของประเทศเจ้าของดินแดน เช่น หากเป็นคดีการเมือง ศาสนา ทางประเทศที่ผู้ต้องหาไปพำนักก็จะไม่ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้ หรือในกรณีที่ความผิดที่มีการร้องขอไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศเจ้าของดินแดน ทางผู้ต้องหาก็สามารถที่จะต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อขอให้ศาลของประเทศนั้นๆ ไม่ส่งตัวได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ต้องหาก็มีการร้องขอต่อศาลมิให้ส่งตัวตามคำร้องได้โดยใช้เหตุด้านความยุติธรรม เช่น อ้างว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศที่ร้องขอไม่ได้มาตรฐาน และตนเองจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือ ได้รับอันตราย การร้องขอให้มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน มิใช่ว่าจะได้รับความร่วมมือทุกครั้งไป แล้วแต่ประเทศปลายทางจะเป็นผู้พิจารณา
       ขณะเดียวกัน  มีรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะคณะทำงานระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ได้รายงานให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) รับทราบถึงปริมาณข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่ยังคงติดค้างอยู่กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่ไม่สามารถนำออกมาระบายได้ เนื่องจากข้าวส่วนนี้ได้หายไปจากบัญชีการตรวจนับปริมาณรวม 9.4 แสนตัน ซึ่ง นบข.ได้สั่งการให้เร่งติดตามข้าวที่ขาดหายจากบัญชีกลับคืนมา เพื่อไม่ให้รัฐเกิดความเสียหายแล้ว
    ทั้งนี้ ข้าวที่ขาดหายไปนั้น มาจากรัฐบาล คสช. ได้รับตัวเลขมา 18.70 ล้านตัน แต่ผลการตรวจนับมีข้าวอยู่ในสต๊อกปริมาณ 17.76 ล้านตัน หรือขาดหายไป 9.4 แสนตัน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ และติดตามข้าวที่หายไปกลับคืนมาแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
    อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานให้ นบข.รับทราบแล้ว ล่าสุดได้ส่งเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ เพื่อตามหาปริมาณข้าวดังกล่าวแล้ว และยังได้กำชับให้ อคส.และ อ.ต.ก.ดำเนินคดีกับเจ้าของโกดัง บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) และโรงสีข้าว ที่ทำข้าวขาดหายไปจากบัญชีด้วย สำหรับปริมาณข้าวที่หายไป 9.4 แสนตันนั้น หากคิดมูลค่าจากราคาที่รับจำนำเข้ามาตันละประมาณ 2.4 หมื่นบาท จะมีมูลค่าสูงถึง 2.256 แสนล้านบาท.


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง