กัปตันยื่นฟ้องมิ้ง หาทำท้องแล้วทิ้ง


เพิ่มเพื่อน    

    "กัปตัน" ยื่นฟ้องแล้ว "มิ้งโป๊ะแตก" ฐานหมิ่นประมาท อ้างท้องแล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบจนถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ประชาชนเสื่อมความนิยม ต้นสังกัดพักงาน ศาลนัดไต่สวน 8 ต.ค.นี้
    เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายชลธร คงยิ่งยง หรือกัปตัน ชลธร ดาราหนุ่มค่ายดานาว มอบอำนาจทนายความเดินทางมาศาล เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ศวภัทร สุนทรนันท หรือมิ้ง เน็ตไอดอลคนดัง อดีตแฟนสาว เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณี น.ส.ศวภัทรระบุว่าตนเองท้องกับนายชลธร และให้สัมภาษณ์ในเชิงทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าโจทก์ไม่รับผิดชอบ
    คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า โจทก์และจำเลยคบหาฉันชู้สาวประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ พ.ค.2560 แต่ไม่ได้เปิดเผยให้สังคมทั่วไปรับรู้ ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2561 เวลากลางคืน จำเลยเจตนาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลอื่นซึ่งเป็นบุคคลที่สามโดยประการที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังด้วยการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เผยแพร่โฆษณาให้ปรากฏผ่านสื่อออนไลน์ โดยบางช่วงบางตอนมีดังนี้
    นักข่าวถามว่า “รู้ผลว่าท้องเมื่อไหร่” จำเลยตอบว่า “27 พ.ค. ก็รู้พร้อมเขา ตอนนั้นก็อึ้ง ตกใจด้วยกันทั้งคู่ ตอนเขารู้ เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่แค่เขาหรอกมิ้งเองก็ไม่โอเค ตกใจ เบลอ ทำอะไรกันไม่ถูก เรามาคิดกันว่าจะเอายังไงกันดี เพราะตามกฎหมายแล้ว มิ้งกับกัปตันบรรลุนิติภาวะแล้ว มิ้งปรึกษาอาที่เป็นทนายความ ตามกฎหมายมิ้งกับเขามีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งฝั่งพ่อแม่เขาหรือพ่อแม่มิ้งต้องให้เราตัดสินใจร่วมกัน และทางค่ายเขาก็ไม่เกี่ยวแล้ว มันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของมิ้งกับกัปตันว่าจะเอายังไงต่อ แล้วพ่อแม่เขาก็พูดกับพ่อแม่มิ้งว่า ถ้าตรวจสอบแล้วว่าท้องกับลูกเขาจริง ระหว่างที่ท้องก็ให้ดูแลตัวเองไป ไม่ต้องติดต่อกับกัปตันอีก แต่ถ้าคลอดมาแล้วตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นลูกกัปตันจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับผิดชอบนะ ทุกครั้งที่เขาพูดคือแบบนี้
    รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายจากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งจากข้อความดังกล่าว โดยเฉพาะในประโยคที่ว่า “27 พ.ค.ก็รู้พร้อมเขา ตอนนั้นก็อึ้ง ตกใจด้วยกันทั้งคู่ เขารู้เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่” “เขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจของกัปตัน จนไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกัน มิ้งเป็นผู้หญิง พ่อแม่มิ้งยังให้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลยว่าจะอย่างไร แต่ว่าฝั่งเขาไม่เลย” “มิ้งมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาในท้องมิ้ง” “เขาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องมีความรับผิดชอบแล้ว” ทั้งนี้ เมื่ออ่านข้อความทั้ง 5 รวมกับข้อความในบทสัมภาษณ์ทั้งหมด ทำให้บุคคลประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์เข้าใจไปว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี และมีความสัมพันธ์กับจำเลยจนตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบดูแลจำเลย และโจทก์ไม่มีวุฒิภาวะ เป็นผลทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง ประชาชนที่เคยให้ความนิยมในตัวโจทก์เสื่อมความนิยมลงไป ต้องถูกต้นสังกัดที่เป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ระงับไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงต่างๆ ที่ออกสู่สาธารณชน รวมถึงบริษัทต่างๆ ที่เคยจะว่าจ้างโจทก์ก็ระงับไป
    การกระทำของจำเลยมีเจตนาทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ อันเป็นผลกระทบต่ออาชีพการงานและความเจริญก้าวหน้าของโจทก์ เหตุเกิดที่บริษัท วัชรพล จำกัด แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และตลอดทั่วราชอาณาจักรไทย เพราะเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ได้เผยแพร่ข่าวออกไปทั่วราชอาณาจักร คดีนี้มิได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพราะประสงค์จะดำเนินคดีนี้กับจำเลยด้วยตัวเอง การกระทำของจำเลยตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น เป็นความผิดต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มติชน เดลินิวส์ ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาทั้งหมด
    ต่อมาศาลอาญารับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2341/2561 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ว่ามีมูลหรือไม่ วันที่ 8 ต.ค.2561 เวลา 09.00 น.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"