เดินหน้าพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ แก้ปัญหาถูกละเมิดสกัดความรุนแรง


เพิ่มเพื่อน    

ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว  รัฐบาลโดยภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างแข็งขัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ  ป้องกันไม่ให้คนสูงวัยถูกทอดทิ้ง ส่งเสริมการงานที่เหมาะสมให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน ร่วมทั้งแก้ไขการถูกละเมิดสิทธิต่างๆให้ลดลง

เมื่อเร็วๆนี้  ที่โรงแรมแมนดาริน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวปัจฉิมกถา เรื่อง สิทธิของผู้สูงอายุไทยต้องก้าวไกลให้ทันการเปลี่ยนแปลง ในเวทีเสวนาวิชาการสาธารณะ เรื่อง สิทธิของผู้สูงอายุไทยในสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ว่า จากการศึกษาวิจัยสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิต่อผู้สูงอายุไทย พบว่าปัญหาความรุนแรงและการละเมิดสิทธิผู้สูงอายุที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งคือ ปัญหาความรุนแรงด้านจิตใจ โดย 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุให้ข้อมูลว่า เคยถูกกระทำรุนแรงด้านจิตใจ เช่น พูดไม่ดี ทะเลาะ ทำให้เสียใจ น้อยใจ

อันดับที่ 2 คือ การทอดทิ้ง ไม่ดูแล สอดคล้องกับข้อมูลสถิติจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม (1300) พบปัญหาผู้สูงอายุขาดผู้ดูแล เพิ่มเป็น 10 เท่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งปัญหาลูกหลานดูแลผู้สูงอายุไม่ไหว และสถานสงเคราะห์ของผู้สูงอายุมีจำนวนจำกัด

 สำหรับปัญหาความรุนแรงอันดับ 3 คือการเอาประโยชน์ในด้านทรัพย์สิน โดยคนในครอบครัวหรือคนภายนอก หรือถูกหลอกให้ทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ถูกหลอกให้ซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หลอกให้ทำธุรกรรม จาก 70 ราย ในปี 2548 เพิ่มเป็น 700 ราย ในปี 2559 จะเห็นได้ว่าขนาดของปัญหาเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า

พล.อ.อนันตพร กล่าวต่อว่า อันดับที่ 4 คือปัญหาความรุนแรงในการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมักพบปัญหานี้จากการนำเสนอของสื่อ คนที่ทำร้ายร่างกายมักเป็นคนใกล้ตัว ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่พบว่าผู้ทำร้ายมีปัญหาสุขภาพจิต หรือติดสุรา สารเสพติด เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และอันดับ 5 คือความรุนแรงทางเพศ ถูกล่วงละเมิดทางเพศซึ่งถูกกระทำโดยคนใกล้ชิดในครอบครัว หรือในชุมชน และมักเกิดกับผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวลำพัง

นอกจากนี้การศึกษาปัญหาและความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิของผู้สูงอายุพบว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของผู้สูงอายุ คือ เมื่อสูญเสียคู่ครองหรือสมาชิกในครอบครัว เมื่อเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในสภาวะพึ่งพิง และเมื่อเกิดอาการโรคสมองเสื่อม

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์การเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในการเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งการสร้างความรู้ ทำให้สังคมเกิดความตระหนักรู้และเกิดการเตรียมความพร้อม เพื่อให้เกิดข้อเสนอ แนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และคุ้มครองพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ ตลอดจนเกิดการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ ทั้งในการด้านสภาวะทางกายและใจ และการจัดการทรัพย์สินตลอดจนด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำไปสู่การรองรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และสังคมสูงอายุระดับสุดยอดของประเทศไทยในอนาคต   

“การจัดเวทีครั้งนี้ได้นำเสนอข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัยในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์และความจำเป็นในการสร้างระบบ มาตรการ กลไกเพื่อการคุ้มครอง พิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนแนวทาง/ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุถูกละเมิดสิทธิจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9)  สสส. กล่าว

ดร.ภัทรพร คงบุญ ผู้จัดการชุดโครงการการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มสผส.) กล่าวว่า ข้อเสนอเพื่อป้องกันปัญหาผู้สูงอายุถูกละเมิด และการจัดการทรัพย์สินของผู้สูงอายุ จากผลวิจัย “การศึกษาปัญหาและความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิ และประเมินสถานการณ์เพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ” ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ  พบว่า เหตุผลที่ไทยจำเป็นต้องมีผู้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์คุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ มาจากการที่ผู้สูงอายุจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิ์  ผู้พิทักษ์คุ้มครองสิทธิฯสามารถจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ไม่ให้เกิดในอนาคต

สำหรับนิยามของผู้พิทักษ์คุ้มครองสิทธิฯ คือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ให้สามารถดำเนินกิจกรรมประจำวันได้ปรกติตามอัตภาพ คุ้มครองไม่ให้ถูกละเมิด หรือได้รับประโยชน์ตามสิทธิที่ควรได้ ทั้งสิทธิส่วนบุคคล  การรักษาพยาบาล  เบื้องต้นมุ่งเน้นไปที่การให้สมาชิกครอบครัวทำหน้าที่นี้เป็นลำดับแรก เพราะเชื่อว่าผู้สูงอายุต่างต้องการอยู่ร่วมกับครอบครัว เพื่อใช้ชีวิตในช่วงท้ายอย่างมีความสุข

โดยผลวิจัยเสนอให้เกิดระบบการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ ควรดำเนินการไปพร้อมกับการป้องกันอันตราย และการรักษาผลประโยชน์ ขณะเดียวกันควรมีการเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิ กฎหมาย และการถูกละเมิดสิทธิผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งจะทำให้เพื่อนบ้านเข้าใจการถูกละเมิดสิทธิและสามารถทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ผู้สูงอายุ รวมถึงควรจัดบุคลากรรัฐไปให้คำปรึกษาด้านสิทธิและกฎหมาย ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบด้านทรัพย์สิน

มั่นใจได้ว่าด้วยแนวทางดังกล่าวนี้  โดยเฉพาะการการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์คุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ ที่อยู่ในครอบครัว จะช่วยให้ปัญหาการถูกละเมิดสิทธิของวัยเก๋าลดลง

 

เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะนครสวรรค์

ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย นางสาวจันทร์ทิพย์ สินธุวงษานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค” จ.นครสวรรค์

          ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ถือเป็นแหล่งเรียนรู้สุขภาวะแห่งหนึ่งในประเทศ ทำหน้าที่เผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาวะองค์รวม ทั้ง 4 มิติ กาย ใจ สังคม และปัญญาแก่ประชาชน ตลอดระยะ 6 ปีที่ผ่านมามีผู้เข้าใช้บริการ กว่า 30 ล้านคน และได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค” ขึ้น ในครั้งนี้ สสส. ได้มีการขยายพื้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ เป็น “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค” แหล่งที่ 6 และจะขยายเพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ ภูเก็ตและน่าน ภายในเดือนมีนาคม ปี 2561

          “เป้าหมายของ “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค” คือ สนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านสุขภาวะ การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาวะภายใต้การดำเนินงานตามภารกิจของ สสส. เพื่อพัฒนาแนวคิด ต่อยอดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ต้นแบบด้านสุขภาวะที่มีชีวิต ให้แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชนในพื้นที่ เน้นการบูรณาการเครือข่ายต่อยอดการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการปรับทัศนคติ และพฤติกรรมไปสู่การมีสุขภาวะอย่างยั่งยืนได้ด้วยตนเอง ขยายสู่คนรอบข้างและสังคมวงกว้างอย่างแท้จริง พร้อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคล องค์กร และสังคมส่วนรวมต่อไปอีกด้วย” ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวเพิ่ม

          นางสาวจันทร์ทิพย์ สินธุวงษานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ กล่าวว่าศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับ สสส. จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาค” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างการเรียนรู้ที่ดีให้แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน พร้อมเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย บุคลากรมีความคิดสร้างสรรค์ และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย โดยเน้นการกระจาย องค์ความรู้ให้เครือข่ายต่างๆ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร ตาก และเพชรบูรณ์ และมีการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะกับการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย ซึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ ยินดีที่จะพัฒนา สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับ สสส. ขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายผู้เข้าใช้บริการ 100,000 คนต่อปี

          “ขอเรียนเชิญประชาชนชาวจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมใช้บริการ “ศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะภูมิภาค” และเผยแพร่ข่าวสารผ่านกลุ่มประชาชนในพื้นที่และตำบลใกล้เคียง หากประชาชนท่านใดสนใจเข้าร่วมเรียนรู้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 056 256 522 หรือ Facebook ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์” นางสาวจันทร์ทิพย์ กล่าว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.