เจ้าคุณเงินทอนโผล่งานพศ.


   

    อึ้ง! เจ้าคุณบุญเทียมโผล่ร่วมงานของ พศ. ทั้งที่พันเงินทอนวัดล็อต 2 เว็บดังถามทำไมมีสองมาตรฐาน จี้ “ลุงตู่-พงศ์พร-กองปราบฯ” แจงให้ชัด เผยเหตุถูกกันพยานเพราะให้ข้อมูลอื้อ แต่กำชับให้ต่อไปโลว์โปรไฟล์ ส่วน “ฐิติราช-บก.ป.” ปิดปากเงียบ 
เมื่อวันอาทิตย์ เว็บไซต์ alittlebuddha.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รูปจากเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์พุทธมณฑล พร้อมหมายเรียกพระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ) หรือบุญเทียม ญานินโท เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์   เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ในคดีเงินทอนวัดล็อต 2 ในหัวข้อ “ชะแว้ป! สงสัย ใครหนอเคยเห็นหน้า คลับคล้ายคลับคลา”
    โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพเจ้าคุณบุญเทียมที่ไปร่วมงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.ค. ในพิธีปิดงานปฏิบัติธรรมพระสงฆ์ในงานสัปดาห์ส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561 โดยมี ดร.สิทธิกร อ้วนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑลเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ อาคารปฏิบัติธรรม โพธิญาณมหาวิชชาลัย พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
    ขณะที่เนื้อหายังได้ลงไทม์ไลน์ของคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าคุณบุญเทียมไว้ว่า 13 ก.ค. กองปราบปรามออกหมายเรียกเจ้าคุณบุญเทียมไปรับทราบข้อหาในคดีเงินทอนวัด แต่แปลก นอกจากเจ้าคุณบุญเทียมจะไม่ไปปรากฏตัวแล้ว ทางกองปราบฯ เองก็อ้อมแอ้มไม่ยอมระบุว่ามีการออกหมายเรียกจริงหรือไม่ และถ้าไม่มาตามหมายเรียกจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนวัดพิชัยญาติฯ ก็บอกนักข่าวว่า เจ้าคุณบุญเทียมไม่อยู่วัดนานหลายเดือนแล้ว และไม่มีใครพบตัว และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าเจ้าคุณบุญเทียมหนีไปสึกที่เมืองนอกเหมือนพระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ สุภาโว) หรือเจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญแล้ว แต่ในวันที่ 27 ก.ค. มีงานปฏิบัติธรรม เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ที่พุทธมณฑล ผลปรากฏว่า เจ้าคุณบุญเทียมได้ไปร่วมงานในฐานะเลขานุการของงานด้วย           
    เว็บไซต์ระบุต่อว่า การแจ้งความในคดีเงินทอนวัดนั้น ดำเนินการโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเจ้าทุกข์ ส่วนเจ้าคุณบุญเทียมนั้นตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว แต่การที่ทั้งเจ้าทุกข์ทั้งผู้ต้องหาทำงานร่วมกันอยู่เป็นปกตินั้น มันก็ประหลาด ทั้งเลือกปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เผลอๆ ในบัญชีกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ชุดใหม่ อาจมีชื่อเจ้าคุณบุญเทียมได้รับแต่งตั้งด้วยก็ได้ เพราะขนาดมีชื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ยังร่วมงานกับสำนักพุทธฯ ได้อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง และเมื่อทำงานให้แก่สำนักพุทธฯ ก็ถือว่ามีผลงาน ย่อมจะสามารถได้รับการปูนบำเหน็จเป็นธรรมดา แต่ถามว่ายุติธรรมสำหรับพระรูปอื่นๆ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวและได้รับโทษ ทั้งถูกจับกุมคุมขัง สั่งปลดออกจากตำแหน่ง และสละสมณเพศไปอย่างมากมายหรือไม่
    อะลิตเติ้ลฯ ยังตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมีกี่มาตรฐาน กองปราบฯ ไม่ออกหมายเรียก แต่ขอศาลอาญาออกหมายจับ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยเข้าปิดล้อมวัดตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนปฏิบัติการล็อกตัวในตอนเช้าตรู่ คัดค้านการประกันตัว จับสึกใส่กางเกงนอนคุก เป็นอันเสร็จพิธีภายในวันเดียว เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ต้องคดีเงินทอนวัดเช่นกัน กองปราบฯ ออกหมายเรียก แต่ไม่การันตีว่าออกจริงหรือไม่ เพราะเจ้าคุณบุญเทียมไม่เห็นไปปรากฏตัวที่กองปราบฯ แต่ก็ไม่เห็นทางกองปราบฯ จะทำอย่างไรต่อไป ผ่านมาได้หลายวันแล้ว ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ของเจ้าคุณบุญเทียม กลับนิมนต์ไปร่วมงานปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล ทำงานร่วมกันได้หน้าตาเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    “ผู้คนจึงสงสัยว่าทำไมกฎหมายไทยใช้ไม่เหมือนกัน ถามไปยัง 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ 2.พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ซึ่งเป็นผู้นิมนต์เจ้าคุณบุญเทียม ผู้ต้องหาไปร่วมงาน และ 3.กองปราบปราม ในฐานะผู้ออกหมายเรียก ออกหรือไม่ออก เรียกหรือไม่เรียก เรียกแล้วไม่มาจะทำอย่างไร ต้องตอบให้แก่สังคมไทยได้ทราบ อย่าโมเมเฉไฉ ไม่งั้นมีปัญหาแน่” เว็บไซต์ทิ้งท้ายไว้
    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. บก.ป.ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้พระราชรัตนมุนีเข้าพบ พ.ต.อ.บุญเลิศ กัลยาณมิตร ผกก. (สอบสวน) บก.ป. เพื่อสอบสวนในกรณีที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าสมคบและร่วมกันฟอกเงิน และมีรายชื่อในคดีเงินทอนวัดล็อต 2 หลังจากเจ้าคุณบุญเทียมได้เคยเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบปากคำไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยข้อกล่าวหาเจ้าคุณบุญเทียมนั้นระบุว่า มีส่วนพัวพันเงินทอนวัดทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.วัดพิชยญาติการามวรวิหาร กทม. 2.วัดดาวดึงษาราม กทม. 3.วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร กทม. และ 4.วัดห้วยทรายขาว จ.พะเยา จำนวน 38.5 ล้านบาท จากงบ 88 ล้านบาท
    มีรายงานแจ้งอีกว่า กรณีของเจ้าคุณเทียมที่ไม่ได้มีการจับกุมเหมือนพระชั้นพรหมก่อนหน้านี้นั้น เนื่องจากได้ถูกกันเป็นพยานในคดีนี้ เพราะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในหลายส่วน แต่หลังเกิดข่าวการออกไปงานดังกล่าว ล่าสุด พศ.ได้กำชับว่าให้มีการระมัดระวังเรื่องความเหมาะสม เพราะพระราชรัตนมุนีถือเป็นหนึ่งในพระชั้นผู้ใหญ่ที่เคยถูกออกหมายเรียกในคดีเงินทอนวัด อาจถูกคำถามและข้อครหาต่อสังคมได้
    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.หลายครั้ง เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว ก็ไม่มีการรับสายแต่ประการใด ในขณะที่ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ซึ่งดูแลเรื่องคดีเงินทอนวัด ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ถ้าไม่เห็นหน้า.


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'